
DSI ตรวจยึดบ้านบางละมุง-คอนโด 15 ห้อง มูลค่ากว่า 185 ล้านบาท ขยายผลคดีลักไฟขุดบิตคอยน์
กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ตรวจยึดที่ดินพร้อมอาคารในบางละมุง จังหวัดชลบุรี กับห้องชุด 15 ห้องในห้วยขวาง กรุงเทพฯ รวมมูลค่ากว่า 185 ล้านบาท DSI ระบุว่าตรวจพบข้อมูลการนำเงินของเครือข่ายที่ถูกกล่าวหาว่าลักไฟฟ้าไปขุด Bitcoin มาลงทุนในทรัพย์ทั้งสองรายการ ผลนี้แถลงเมื่อวันที่ 22 ต.ค. 2569 ภายใต้ชื่อปฏิบัติการ BLACK TRACE
ผู้ร่วมแถลงคือนายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร ปลัดกระทรวงยุติธรรม ร.ต.อ. เขมชาติ ประกายหงษ์มณี ผอ.กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศของ DSI และนายปิยะ ศรีวิกะ ผอ.กองคดี 2 ของ ปปง. ทีมค้นใช้หมายค้นศาลอาญาเลขที่ 610-625/2569 ในคดีพิเศษที่ 21/2568
ทรัพย์ 2 รายการที่ DSI ตรวจยึด
ทรัพย์ชิ้นใหญ่สุดคือที่ดินราว 525 ตารางวาในบางละมุง มีอาคาร 3 ชั้น ซื้อขายกันเมื่อปี 2566 ที่ราคากว่า 106 ล้านบาท ที่ดินแปลงนี้มีบริษัทเป็นเจ้าของ ไม่ได้อยู่ในชื่อบุคคล ตามข้อมูลของ DSI บริษัทนี้มีผู้ถือหุ้นสัญชาติเมียนมา 2 ราย ถือหุ้นรวม 49% และผู้ถือหุ้นสัญชาติไทย 2 ราย ถือหุ้นรวม 51% DSI ระบุว่าจากการตรวจสอบ ผู้เกี่ยวข้องชาวต่างชาติใช้วิธีถือหุ้นผ่านบริษัทแทนการถือครองที่ดินโดยตรง
อีกรายการคือคอนโด 15 ห้องในห้วยขวาง มูลค่ารวมราว 79 ล้านบาท ผู้ถือกรรมสิทธิ์เป็นบุคคลสัญชาติเมียนมา 5 ราย DSI ระบุว่าจะรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเรื่องที่มาของเงินซื้อห้อง ความสัมพันธ์ระหว่างผู้ถือกรรมสิทธิ์กับผู้ต้องหา และผู้ได้รับประโยชน์ที่แท้จริง ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป ประกาศของ DSI ไม่ได้ระบุว่าผู้ถือหุ้นบริษัทหรือผู้ถือกรรมสิทธิ์ห้องชุดเป็นผู้ต้องหาในคดีนี้หรือไม่
จากเครื่องขุด 1,788 เครื่องถึงหมายจับ 19 ราย
DSI เล่าว่าปฏิบัติการนี้สืบเนื่องจาก Bitforge Operation เมื่อ 31 ม.ค. 2568 ที่ตรวจยึดเครื่องขุด Bitcoin 1,788 เครื่องในสมุทรสาคร ปลายปีเดียวกัน (2 ธ.ค. 2568) DSI กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เขต 3 บุกค้นอีก 7 จุดในสมุทรสาครและอุทัยธานี ยึดและอายัดเครื่องขุดเพิ่มอีก 3,642 เครื่อง ตีมูลค่าราว 270 ล้านบาท เมื่อรวมระบบไฟฟ้าและอุปกรณ์อีกราว 30 ล้านบาท ทรัพย์ในรอบนั้นเกิน 300 ล้านบาท ค่าไฟเป็นต้นทุนหลักของการขุด Bitcoin ดูตัวเลขจริงว่าเครื่องขุดกินไฟแค่ไหนได้ในขุด Bitcoin คุ้มไหม กินไฟจริงไหม
DSI ระบุว่าการสืบสวนขยายผลพบความเชื่อมโยงกับเครือข่ายจีนเทาและขบวนการสแกมเมอร์ข้ามชาติ ซึ่งมีเงินหมุนเวียนในเครือข่ายมากกว่า 5,000 ล้านบาท และทำให้รัฐสูญเสียรายได้กว่า 3,000 ล้านบาท
ตามข้อมูลของ DSI คดีนี้มีผู้ต้องหารวม 25 ราย แยกเป็นสัญชาติจีน 5 ราย สัญชาติไทย 6 ราย สัญชาติเมียนมา 13 ราย และนิติบุคคล 1 ราย พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาแล้ว 6 ราย และออกหมายจับ 19 ราย ซึ่งรวมหมายจับที่ออกเพิ่มล่าสุด 7 ราย ข้อหาที่ DSI ระบุครอบคลุมการลักทรัพย์เป็นปกติธุระ ความผิดตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ และการร่วมกันฟอกเงิน
วันที่ 20 ต.ค. 2569 DSI จับผู้ต้องหาในคดีนี้ได้ 1 รายที่หนองจอก กรุงเทพฯ DSI ระบุว่าผู้ต้องหารายนี้มีชื่อเป็นผู้ขอใช้ไฟและผู้เช่าโกดังในอำเภอเมืองสมุทรสาคร ซึ่งเป็นจุดที่ถูกกล่าวหาว่าลักไฟทำเหมือง วันรุ่งขึ้น DSI นำตัวไปฝากขังที่ศาลอาญา
สิ่งที่ยังไม่รู้
- ประกาศ DSI วันที่ 22 ต.ค. ไม่ระบุชื่อบริษัทที่ถือที่ดินบางละมุง ชื่อโครงการคอนโด และชื่อผู้ต้องหา จึงยังไม่มีคำชี้แจงจากฝ่ายผู้ต้องหาหรือเจ้าของทรัพย์
- เงินที่ใช้ซื้อห้องชุดมาจากเครือข่ายนี้จริงหรือไม่ ยังอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน
- ผู้ถือหุ้นบริษัทเจ้าของที่ดินและผู้ถือกรรมสิทธิ์ห้องชุดเป็นผู้ต้องหาในคดีหรือไม่ DSI ยังไม่ได้ระบุ
- มูลค่า 106 ล้านบาทเป็นราคาซื้อขายปี 2566 ไม่ใช่ราคาประเมินล่าสุด
- ผู้ต้องหาทุกรายยังเป็นเพียงผู้ถูกกล่าวหา คดียังไม่มีคำพิพากษา
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com:
👉 รัฐบาลแถลงปฏิบัติการ SILENT VOLT ทลายเหมืองบิตคอยน์ลักไฟ 7 จุด ยึดเครื่องขุด 1,900 เครื่อง
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: กรมสอบสวนคดีพิเศษ (22 ต.ค. 2569), กรมสอบสวนคดีพิเศษ (21 ต.ค. 2569), มติชน (22 ต.ค. 2569)
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict
คดีนี้เดินมาเกือบ 2 ปี จากการยึดเครื่องขุดไปสู่การตามเงินเข้าอสังหาริมทรัพย์ ขั้นต่อไปที่ต้องติดตามคือ DSI จะพิสูจน์เส้นทางเงินจากเหมืองไปถึงผู้ถือกรรมสิทธิ์ได้หรือไม่ และผู้ต้องหาที่ยังมีหมายจับค้างอยู่จะตามตัวได้อีกกี่ราย
ภาพปก: กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI)
รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com