จัสติน เดรก เรียกร้องวางแผน Bunker Mode หวั่น AI ทลาย ECDSA ใน "ไม่กี่เดือน" กรณีเลวร้ายสุด
08 October 2026•ข่าว•โดย Rawiwarn Owattasanee

จัสติน เดรก เรียกร้องวางแผน Bunker Mode หวั่น AI ทลาย ECDSA ใน "ไม่กี่เดือน" กรณีเลวร้ายสุด

จัสติน เดรก (Justin Drake) ผู้วิจัยของ Ethereum Foundation (มูลนิธิที่สนับสนุนการพัฒนาเครือข่าย Ethereum) โพสต์บน X เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 เรียกร้องให้อุตสาหกรรมบล็อกเชน "ค่อย ๆ เริ่มวางแผน" สำหรับสิ่งที่เขาเรียกว่า "Bunker Mode" คือการย้ายสินทรัพย์ไปยังที่อยู่ใหม่ที่คีย์สาธารณะยังซ่อนอยู่หลังฟังก์ชันแฮช (Hash) เพราะเขากังวลว่า ECDSA (อัลกอริทึมลายเซ็นดิจิทัลที่ปกป้องบัญชีบน Bitcoin และ Ethereum) อาจถูกทลายด้วยคณิตศาสตร์ที่ AI ค้นพบ โดยไม่ต้องรอควอนตัมคอมพิวเตอร์ และกรณีเลวร้ายสุดอาจเกิดใน "ไม่กี่เดือน ไม่ใช่ไม่กี่ปี" ตามที่ The Block รายงาน ทั้งนี้นี่เป็นคำเตือนของนักวิจัยคนหนึ่ง ยังไม่มีรายงานการทลาย ECDSA ที่ยืนยันได้

เดรกกังวลเรื่องอะไร

ที่ผ่านมาความเสี่ยงต่อ ECDSA ถูกพูดถึงในบริบทของ Q-Day (วันที่ควอนตัมคอมพิวเตอร์แรงพอจะทลายการเข้ารหัสที่ใช้กันอยู่) เดรกชี้ว่า ECDSA อาจถูกทลายได้ก่อนวันนั้นด้วยวิธีที่ไม่ใช่ควอนตัม 2 ทาง ได้แก่ ปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูงค้นพบวิธีทางคณิตศาสตร์ใหม่ หรืออัลกอริทึมใหม่ที่รันบนคอมพิวเตอร์ทั่วไปและทลายเส้นโค้งวงรี (Elliptic Curve) กับ RSA ได้ เขาระบุว่าถ้า ECDSA ถูกทลายจริง ผู้โจมตีอาจกู้คีย์ส่วนตัวได้ภายใน 1 สัปดาห์ด้วย GPU จำนวนมาก ตามที่ The Block รายงาน

เขาอ้างว่า OpenAI เพิ่งเผยแพร่ผลงานทางคณิตศาสตร์ 722 รายการจากโมเดลภายใน (The Block เรียกว่า manuscripts ส่วน Decrypt เรียกว่า results) และกล่าวว่า "ปัญญาประดิษฐ์ด้านคณิตศาสตร์ขั้นสูงมาถึงแล้ว" พร้อมให้เหตุผลว่าเส้นโค้งวงรี "ดูเปราะบางเป็นพิเศษ" ต่อสิ่งนี้ เพราะมีโครงสร้างทางคณิตศาสตร์มากกว่าฟังก์ชันแฮช ตามที่ Decrypt รายงาน

"วันนี้ผมเรียกร้องให้อุตสาหกรรมบล็อกเชนเริ่มวางแผนสำหรับ 'Bunker Mode' อย่างใจเย็น"

จัสติน เดรก (Justin Drake) ผู้วิจัย Ethereum Foundation (ตามโพสต์บน X)

ข้อเสนอของเดรก

  • ผู้ถือเหรียญ เริ่มจากรายใหญ่ ควรย้ายสินทรัพย์ไปยัง "ที่อยู่ใหม่" ที่ไม่เคยเซ็นธุรกรรมออก เพื่อให้คีย์สาธารณะยังไม่ถูกเปิดเผย และเลี่ยงธุรกรรมขาออกที่ไม่จำเป็น
  • ผู้ให้บริการอย่าง Binance, Bitbank, Robinhood, Bitfinex และ Tether ควรเสริมการป้องกันกระเป๋าเก็บเหรียญแบบออฟไลน์ (Cold Storage)
  • โครงสร้างพื้นฐานสำคัญ เช่น Oracle และคณะกรรมการของ Layer 2 ควรหมุนเวียนคีย์ ECDSA และหันไปใช้ระบบลายเซ็นแบบแฮช เช่น SPHINCS
  • การย้ายต้องไม่รีบร้อน เพราะการย้ายแบบเร่งรีบอาจสร้างความเสี่ยงมากกว่าที่ลดลง ตามที่ CryptoSlate รายงาน

ตัวเลขที่เดรกและสื่ออ้างถึง

The Block รายงานว่า Bitcoin Risq List ของ Project Eleven (บริษัทวิจัยความเสี่ยงควอนตัมต่อ Bitcoin) ติดตามที่อยู่ที่คีย์สาธารณะถูกเปิดเผยแล้วมากกว่า 14 ล้านที่อยู่ และมีราว 20,000 ที่อยู่ที่เชื่อมโยงกับผู้สร้าง Bitcoin หรือ Satoshi Nakamoto ที่อยู่ละ 50 BTC ทีมข่าวคำนวณว่า 20,000 ที่อยู่ ที่อยู่ละ 50 BTC เท่ากับราว 1 ล้าน BTC หรือราว 83,100 ล้านดอลลาร์ (ราว 2.8 ล้านล้านบาท ที่ราคา BTC 83,100 ดอลลาร์ และ 33.695 บาทต่อดอลลาร์ ตามอัตรา Frankfurter 7 ต.ค. 2569) Decrypt รายงานว่าที่อยู่เหล่านี้น่าจะเป็นเป้าแรกถ้าเกิดการทลายจริง ส่วน Crypto Briefing ระบุว่ากระเป๋าที่ถือน้อยกว่าราว 50 BTC มีการป้องกันบางส่วน

ข้อควรรู้ก่อนตื่นตระหนก

  • CryptoSlate ระบุว่าประกาศของ OpenAI ไม่มีวิธีโจมตี ECDSA หรือ RSA ในทางปฏิบัติ และคำเตือนของเดรกเป็นการคาดการณ์กรณีเลวร้ายสุด ยังไม่มีการแสดงความสามารถที่ทลายได้จริง
  • Crypto Briefing ระบุว่าไม่มีใครประกาศว่า ECDSA ถูกทลาย และตลาดแทบไม่ตอบรับคำเตือนนี้
  • ทีมข่าวหาประกาศต้นทางของ OpenAI ฉบับ 6 ตุลาคมไม่พบ ตัวเลข 722 รายการจึงมาจากคำกล่าวของเดรกผ่านสื่อ CryptoSlate รายงานว่า OpenAI ประกาศผลงานใหม่เมื่อ 6 ตุลาคม พร้อมหลักฐานรูปแบบ Lean ที่ตรวจสอบด้วยเครื่องได้ และไม่มีวิธีโจมตีในทางปฏิบัติ ส่วนที่ทีมข่าวพบจากสื่อเทคโนโลยีคือ OpenAI เคยเผยแพร่ผลงานคณิตศาสตร์ 10 รายการจากโมเดลภายในชื่อ Astra เมื่อ 1 สิงหาคม 2569
  • ยังไม่มีรายงานปฏิกิริยาจากนักเข้ารหัสลับรายอื่นในแหล่งข่าวที่ทีมข่าวอ่าน

ด้าน Ethereum CryptoSlate รายงานว่าแผนต้านทานควอนตัมของเครือข่ายตั้งเป้าราวปี 2572 และการประชุมวิจัยต้านควอนตัมประจำปีครั้งที่ 2 ของ Ethereum กำหนดจัดวันที่ 9-12 ตุลาคม 2569

 

📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com:

เรื่องภัยควอนตัมและการเข้ารหัสของ Bitcoin กับ Ethereum ที่เราเคยรายงานไว้

👉 Ethereum ตั้งเป้าต้านทาน Quantum ให้ได้ภายในปี 2029 ชูเป็นภารกิจอันดับหนึ่ง

👉 Project Eleven เปิดตัวเครื่องมือกู้คืน Bitcoin หลังภัยควอนตัม แต่ยังช่วย BTC 1.1 ล้านเหรียญของ Satoshi ไม่ได้

👉 นักวิจัยหั่นต้นทุนแฮ็ก Bitcoin-Ethereum ด้วยควอนตัมลง 86% แต่ยังไม่ใช่ภัยเร่งด่วน

🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: โพสต์ของ Justin Drake บน X (7 ต.ค. 2569), The Block (7 ต.ค. 2569), Decrypt (7 ต.ค. 2569), CryptoSlate (7 ต.ค. 2569), Crypto Briefing (7 ต.ค. 2569)

 

💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict

ข่าวนี้เป็นคำเตือนกรณีเลวร้ายสุดจากนักวิจัยคนเดียว ไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และยังไม่มีหลักฐานว่า ECDSA ถูกทลาย สิ่งที่ผู้ถือเหรียญไทยพอทำได้โดยไม่เสี่ยง คือรู้ว่าที่อยู่ที่เคยเซ็นธุรกรรมขาออกแล้วคีย์สาธารณะจะถูกเปิดเผย และติดตามแผนรับมือของกระเป๋าและแพลตฟอร์มที่ตนใช้ ส่วนการย้ายเหรียญเป็นเรื่องที่เดรกเองก็เตือนว่าไม่ควรรีบ เพราะย้ายผิดวิธีอาจเสี่ยงสูญเงิน ทีมข่าวไม่แนะนำให้ย้ายเหรียญจากข่าวนี้

 

เนื้อหานี้เป็นข้อมูลข่าว ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน

 

— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com