Merkle Capital เปิดตัวกลยุทธ์ M-INJ ลงทุนใน Injective รับเทรนด์ Tokenization จาก Traditional Finance
บริษัท เมอร์เคิล แคปปิตอล จำกัด (Merkle Capital) ผู้จัดการเงินทุนสินทรัพย์ดิจิทัลภายใต้การกำกับของสำนักงาน ก.ล.ต. เปิดตัวกลยุทธ์จัดการเงินทุนใหม่ชื่อ "M-INJ" ที่ลงทุนในเหรียญ Injective (INJ) เป็นหลัก โดยเปิดให้ลงทุนตั้งแต่วันที่ 4 มิถุนายน 2569 พูดง่ายๆ ก็คือเป็นการเปิดประตูให้นักลงทุนไทยเข้าถึงเหรียญสาย Tokenization และ RWA ผ่านผู้จัดการเงินทุนที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลในประเทศ
🔹 ทำความรู้จัก Injective (INJ) เหรียญที่ M-INJ เลือกลงทุน
Injective (INJ) คือบล็อกเชน (Blockchain ระบบบัญชีกระจายศูนย์ที่บันทึกธุรกรรมอย่างโปร่งใส) ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับงานด้านการเงินโดยเฉพาะ จุดเด่นสำคัญอยู่ที่การรองรับ Tokenization (การแปลงสินทรัพย์ในโลกจริงให้กลายเป็นโทเคนดิจิทัลบนบล็อกเชน) และ Real World Assets หรือ RWA (สินทรัพย์ในโลกจริงที่ถูกนำมาออกในรูปสินทรัพย์ดิจิทัล เช่น พันธบัตรรัฐบาล หุ้น หรือกองทุนรวมตลาดเงิน)
ทั้งสองแนวคิดนี้กำลังได้รับน้ำหนักจากสถาบันการเงินดั้งเดิม (Traditional Finance ระบบการเงินกระแสหลัก เช่น ธนาคารและบริษัทจัดการสินทรัพย์) ทั่วโลกมากขึ้น เพราะเป็นการนำสินทรัพย์ที่มีอยู่จริงเข้าสู่ระบบบล็อกเชนที่สามารถซื้อขายและโอนย้ายได้ตลอด 24 ชั่วโมง
นอกจากนี้ Injective ยังมีการอัปเกรดที่เรียกว่า INJ 3.0 ซึ่งเป็นการปรับ Tokenomics (โครงสร้างทางเศรษฐศาสตร์ของเหรียญ) ที่ออกแบบมาเพื่อลดอุปทาน (Supply) ของเหรียญในระยะยาว
🔹 เจาะรายละเอียดกลยุทธ์ M-INJ
สำหรับกลยุทธ์ M-INJ มีรายละเอียดเบื้องต้นดังนี้
- ชื่อกลยุทธ์: M-INJ (กลยุทธ์จัดการเงินทุน Injective)
- ผู้จัดการเงินทุน: บริษัท เมอร์เคิล แคปปิตอล จำกัด ภายใต้การกำกับของสำนักงาน ก.ล.ต.
- สินทรัพย์ที่ลงทุน: Injective (INJ) และ Stablecoin (เหรียญที่ตรึงมูลค่าไว้กับสินทรัพย์อ้างอิง ในที่นี้คือ USDC ที่ตรึงค่ากับดอลลาร์สหรัฐ)
- สัดส่วนการลงทุน: ลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลเฉลี่ยรอบปีไม่ต่ำกว่า 80% ของมูลค่าเงินลงทุน
- รูปแบบกลยุทธ์: สะสมมูลค่า ไม่มีกำหนดอายุ
- เงินลงทุนขั้นต่ำ: ครั้งแรก 500,000 บาท และครั้งถัดไปครั้งละ 500,000 บาท (เพิ่ม-ลดทุนได้ทุกวันทำการ)
- วันเปิดให้ลงทุน: 4 มิถุนายน 2569
🔹 บริบทตลาด: Tokenization และ RWA กำลังมาแรง
การเปิดตัว M-INJ เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสตลาด Tokenization และ RWA ที่เติบโตต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยมีสถาบันการเงินระดับโลกหลายแห่งเริ่มออกผลิตภัณฑ์ทางการเงินในรูปสินทรัพย์ดิจิทัล ทั้งพันธบัตรและกองทุนรวมตลาดเงิน รวมถึงการทดลองออกผลิตภัณฑ์ ETF (Exchange Traded Fund กองทุนที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์) ที่อ้างอิงสินทรัพย์ดิจิทัลในหลายประเทศ
การที่ผู้จัดการเงินทุนสินทรัพย์ดิจิทัลในไทยเริ่มออกกลยุทธ์เฉพาะที่อ้างอิงเหรียญในกลุ่มนี้ จึงสะท้อนทิศทางของตลาดที่ให้น้ำหนักกับการใช้งานจริง (Use Case) ด้าน Tokenization และ RWA มากขึ้น โดยผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดของกลยุทธ์ M-INJ เพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ทางการของ Merkle Capital
⚠️ คำเตือน
คริปโทเคอร์เรนซีและสินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวน โปรดศึกษาข้อมูลและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ ทั้งนี้ผลตอบแทนหรือผลการดำเนินงานของสินทรัพย์ดิจิทัลในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลตอบแทนหรือผลการดำเนินงานในอนาคต
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com: เหตุการณ์นี้สอดคล้องกับเทรนด์ Tokenization และการเข้ามาของนักลงทุนสถาบันที่เราเคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้
👉 BlackRock เดินเกมใหม่! เตรียมโทเค็นไนซ์กองทุน RWA บนบล็อกเชน
👉 บริษัทในเครือของธนาคาร Nomura เปิดตัวกองทุน "Bitcoin Adoption Fund" สำหรับนักลงทุนสถาบัน
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: ข่าวประชาสัมพันธ์จาก Merkle Capital (merkle.capital)
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict การที่ผู้จัดการเงินทุนสัญชาติไทยภายใต้การกำกับของ ก.ล.ต. ออกกลยุทธ์ที่อ้างอิงเหรียญสาย RWA โดยเฉพาะ ถือเป็นสัญญาณที่น่าจับตามองไม่น้อยว่าเทรนด์ Tokenization กำลังขยับจากระดับสถาบันโลกเข้าใกล้ตลาดไทยมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรพิจารณาเงื่อนไข ความเสี่ยง และเงินลงทุนขั้นต่ำที่ค่อนข้างสูงอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจ เพราะมูลค่าของสินทรัพย์ดิจิทัลยังผันผวนได้สูงตามสภาวะตลาด
Tags / คีย์เวิร์ด SEO: Merkle Capital, M-INJ, Injective, INJ, Tokenization, RWA, ก.ล.ต., สินทรัพย์ดิจิทัล
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com