Bitcoin Addict - ข่าวสารและบทความคริปโต

LINE NEXT ได้รับเงินลงทุนมูลค่า 140 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เดินหน้า ขยายระบบนิเวศ Web3
13 December 2023ข่าวโดย Rawiwarn Owattasanee

LINE NEXT ได้รับเงินลงทุนมูลค่า 140 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เดินหน้า ขยายระบบนิเวศ Web3

LINE NEXT Corporation บริษัทร่วมทุนของ LINE ที่มุ่งมุ่งพัฒนาและขยายธุรกิจ NFT ในระดับโลก ประกาศความสำ เร็จในการระดมทุนมูลค่า 140 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากกลุ่มพันธมิตรการลงทุน นำโดย Crescendo Equity Partners (“Crescendo”)

การระดมทุนครั้งนี้ถือเป็นการระดมทุนครั้งใหญ่ที่สุดในอุตสาหกรรมบล็อกเชนและ Web3 ของเอเชียในปีนี้ โดย LINE NEXT มีเป้าหมายที่จะใช้เงินจากการระดมทุนครั้งนี้ในการขยายธุรกิจในระดับโลก และพัฒนาบริการใหม่ๆ เพื่อสร้างให้ระบบนิเวศ Web3 เป็นที่นิยมมากขึ้น

LINE NEXT มีแผนที่จะเปิดตัว DOSI แพลตฟอรม NFT ระดับโลกอย่างเป็นทางการในเดือนมกราคม 2567 นี้ ในฐานะมาร์เก็ตเพลสที่เปิดให้มีการซื้อขายแลกเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ดิจิทัลที่มีความหลากหลาย ซื่งไดัผนวกรวมเข้ากับ LINE NFT มาร์เก็ตเพลสจากประเทศญี่ปุ่น เพื่อนำเสนอบริการผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือให้กับลูกค้าทั่วโลกดัวย นอกจากนี้ LINE NEXT ยังจะนำเสนอโซลูชันใหม่ที่จะช่วยให้แบรนด์ต่าง ๆ สามารถเป็นเจ้าของโดยตรงของผลิตภัณฑ์ดิจิทัลที่มีอยู่และ ทำการซื้อขายแลกเปลี่ยนได้ซื้งจะยิ่งทำให้การนำเสนอ Web3 ให้กับแบรนด์ต่าง ๆ เป็นเรื่องง่ายขึ้น

อีกทั้ง LINE NEXT ยังจะเปิดตัวบริการใหม่ ๆ ที่จะทำให้การใช้งาน Web3 เป็นที่นิยมมากขึ้น ซื่งรวมถืงการเปิดตัวแอปพลิเคชันด้านโซเชียลมีเดียที่จะทำให้ผู้ใช้งาน สามารถสื่อสารระหว่างกันไดัผ่านคาแรคเตอร์ที่สร้างขึ้นโดยเทคโนโลยี AI และการเปิดตัวเกม Web3 ที่สร้างโดยใช้เหล่าคาแลคเตอร์ BROWN & FRIENDS ที่ผู้
ใช้งานทุกคนสามารถเพลิดเพลินไปดัวยกัน

LINE NEXT วางแผนที่จะสร้างบริการเหล่านี้บน Finschia ซื่งเป็นบล็อกเชนสาธารณะโดย LINE NEXT และ Crescendo จะมีส่วนร่วมในสถาบัน Finschia Foundation ในฐานะสมาชิกที่มีอำนาจตัดสินใจ เพื่อช่วยให้เกิดการขยายตัวของระบบนิเวศอีกดัวย

Crescendo ซื่งได้รับการสนับสนุนจาก ปีเตอร์ ธีล (Peter Thiel) ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Palantir Technologies ได้ลงทุนด้วยความเชียวชาญในภาคส่วนธุรกิจเทคโนโลยีที่โดดเด่น และการเข้าถึง “ระบบนิเวศด้านเทคโนโลยี” ที่มีรากฐานที่มั่นคงทั้งเครือข่ายท้องถื่นและในระดับโลก โดย Crescendo มุ่งเน้นในการเฟ้นหาบริษัทเทคโนโลยีขนาดเล็กถืงขนาดกลาง เพื่อปลุกปั้นสู่บริษัทชั้นนำระดับโลก

เควิน ลี (Kevin Lee) หุ้นส่วนผู้จัดการของ Crescendo กล่าวว่า “ความสามารถในการแข่งขันในระดับโลกของ LINE และวิสัยทัศน์ในเป็นผู้นำการบริการด้าน Web3 ถือเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เกิดการเข้าลงทุนในครั้งนี้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเราจะสามารถสร้างมาตรฐานในกับแอปพลิเคชันแบบ Web3 ที่ผู้ใช้งานทั่วไปสามารถใช้งานได้โดยง่าย และ นำเทคโนโลยีบล็อกเชนไปใช้ในบริการและแบรนด์ต่าง ๆ ที่ยังอยู่ในระบบ Web2”

ยังซูโก (Youngsu Ko) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE NEXT กล่าวว่า “ความสำเร็จในการระดมทุนครั้งนี้มีความสำคัญเป็นอย่างมากในบริบทของสภาพแวดล้อมการลงทุนที่มีแนวโน้มหดตัวลงทั่วโลก โดยเราตั้งใจที่จะใช้โอกาสนี้สร้างให้ Web3 เป็นที่นิยมมากขึ้น อีกทั้งยังจะพัฒนาบริการใหม่ ๆ บนระบบนิเวศของเรา เพื่อให้ใช้งานสามารถเป็นเจ้าของมูลค่าของสินค้าดิจิทัลของตนเองไดั”

LINE NEXT เป็นหนึ่งในผู้นำ ด้านการให้บริการ Web3 ระดับโลก จากการเปิดแพลตฟอร์ม DOSI โดยปัจจุบัน มีผู้ใช้บริการถึงกว่า 5.5 ล้านคนทั่วโลก สร้างธุรกรรมรวมสะสมกว่า 470,000 ธรกรรม ซื่งถือเป็นตัวเลขการเติบโตที่รวดเร็วเมื่อเทียบกับการเปิดตัวในรูปแบบเบต้ามาเพียง 1 ปีเท่านั้น

เกี่ยวกับ LINE NEXT Corporation

LINE NEXT Corporation เป็นบริษัทที่มุ่งเน้นกลยุทธ์และการวางแผนธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ Web3 ที่ตั้งอยู่ในประเทศเกาหลีใต้ โดยมีเป้าหมายที่จะพัฒนาระบบนิเวศของ Web3 และส่งเสริมให้ Web3 เป็นที่นิยมสำหรับทุกคน ผ่านบริษัทสาขาในประเทศสหรัฐอเมริกาที่ดำเนินธุรกิจให้บริการแพลตฟอร์ม NFT ระดับโลก และสำนักงานในประเทศญี่ปุ่น

เกี่ยวกับ Crescendo Equity Partners
CRESCENDO EQUITY PARTNERS (“Crescendo”) เป็นกองทุนส่วนบุคคลที่มุ่งเน้นการลงทุนด้านเทคโนโลยีซื่งได้รับการสนับสนุนจาก ปีเตอร์ ธีล (Peter Thiel) ผู้ร่วมก่อตั้ง PayPal และ Palantir Technologies โดย Crescendo มุ่งเน้นการลงทุนในบริษัทที่มีเทคโนโลยีที่โดดเด่นและมีศักยภาพในการเติบโตสูง ซื่งมีภาคการลงทุนที่เป็นเป้าหมาย ได้แก่ ภาคการผลิตฮาร์ดแวร์แบบ B2B เช่น เซมิคอนดักเตอร์และชิ้นส่วนวัสดุ และภาคการผลิตซอฟต์แวร์ที่เป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตใหม่ ๆ เช่น ความปลอดภัยดัานไอที และระบบอัตโนมัติในโรงงาน เป็นหลัก โดย ณ เดือน พฤศจิกายน 2566 Crescendo มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการสูงถึง 1.8 ล้านล้านวอน (คำนวณจากจำนวนสินทรัพย์ที่มีสัญญาสะสม