อินเดียสั่งหักดิบ! ยื่นคำขาด "ห้ามสถาบันการเงินยุ่งคริปโต" หวั่นเหรียญเสถียรระเบิดทำลายเสถียรภาพเงินรูปี
ธนาคารกลางอินเดีย หรือ RBI (Reserve Bank of India) ยังคงยืนกรานสนับสนุนนโยบายที่ "เอียงไปทางห้าม" คริปโตเคอเรนซี่ โดยเสนอให้แบงก์และสถาบันการเงินห้ามถือครอง ซื้อขาย หรือมีความเสี่ยงเกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ดิจิทัลใดๆ ตามเอกสารราชการที่ Reuters ได้รับมาเปิดเผยเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ขณะเดียวกันกรมสรรพากรอินเดียก็พบว่ามีผู้เทรดคริปโตแจ้งรายได้เพื่อเสียภาษีไม่ถึง 25% จากผู้ทำธุรกรรมกว่า 645,000 รายในปีงบการเงินที่สิ้นสุดมีนาคม พ.ศ. 2566 แม้อินเดียจะมีนักลงทุนคริปโตเกือบ 39 ล้านคนก็ตาม
🇮🇳 RBI ย้ำจุดยืนเดิม อยากกันคริปโตออกจากระบบการเงิน
ตามรายงานของ Reuters (สำนักข่าวรอยเตอร์ สำนักข่าวระดับโลกจากอังกฤษ) เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ธนาคารกลางอินเดีย หรือ RBI (Reserve Bank of India) ระบุว่าแบงก์และสถาบันการเงินควรถูกห้ามไม่ให้ถือครอง เทรด หรือมีความเสี่ยงใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์คริปโต โดยเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการที่ต้องการกันคริปโตเคอเรนซี่ออกจากระบบการเงินที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล
นอกจากนี้ RBI ยังแสดงความกังวลเกี่ยวกับ Stablecoin (สกุลเงินดิจิทัลที่ผูกมูลค่ากับสินทรัพย์อ้างอิง เช่น ดอลลาร์สหรัฐ เพื่อรักษาเสถียรภาพราคา) โดยเตือนว่า Stablecoin ที่ออกโดยเอกชนและผูกกับสกุลเงินต่างประเทศอาจเป็นความเสี่ยงต่ออธิปไตยทางการเงินภายในประเทศ ขณะที่ Stablecoin ที่ผูกกับเงินรูปีเองก็อาจลดรายได้ของรัฐบาลจากการออกเงินสกุลหลัก (Seigniorage) และสร้างความเสี่ยงต่อเสถียรภาพทางการเงินในช่วงที่ตลาดผันผวนรุนแรง
💰 สรรพากรพบช่องโหว่ใหญ่ คนแจ้งภาษีคริปโตไม่ถึงหนึ่งในสี่
ด้านกรมสรรพากรอินเดียก็เปิดเผยข้อมูลที่น่าตกใจไม่แพ้กัน โดยพบว่าในปีงบการเงินที่สิ้นสุดเดือนมีนาคม พ.ศ. 2566 มีบุคคลที่ทำธุรกรรมคริปโตทั้งสิ้น 645,000 ราย แต่มีเพียงไม่ถึง 25% เท่านั้นที่แจ้งรายได้ดังกล่าวในการยื่นภาษี พูดง่ายๆ ก็คือ ประชาชนกว่าสามในสี่ที่เทรดคริปโตในอินเดียแทบไม่ถูกตรวจพบโดยหน่วยงานภาษีเลย
ทางกรมสรรพากรระบุว่าธุรกรรมที่ทำผ่านเว็บเทรดต่างประเทศและกระเป๋าเงินส่วนตัว (Private Wallet) ทำให้ยากต่อการระบุตัวเจ้าของผลประโยชน์ที่แท้จริงและเรียกเก็บภาษีคืน ขณะที่ธุรกรรมแบบ Peer-to-Peer (การซื้อขายโดยตรงระหว่างบุคคลโดยไม่ผ่านตัวกลาง) ที่เป็นสกุลเงินรูปีก็ยิ่งติดตามรายได้ที่ต้องเสียภาษีได้ยากขึ้นไปอีก
📊 ตลาดใหญ่แต่กฎเทา อินเดียยังมีนักลงทุนเกือบ 39 ล้านคน
แม้จะเผชิญความไม่แน่นอนด้านนโยบายมาอย่างต่อเนื่อง แต่อินเดียยังคงเป็นหนึ่งในตลาดคริปโตที่ใหญ่ที่สุดในโลกเมื่อวัดจากจำนวนผู้ใช้งาน โดยข้อมูลประมาณการจากกรมสรรพากรที่ Reuters อ้างอิง ระบุว่า ณ สิ้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา อินเดียมีนักลงทุนคริปโตราว 39 ล้านคน ถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลรวมมูลค่าประมาณ 2.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 70,245 ล้านบาท (คำนวณจากอัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ = 33.45 บาท ข้อมูลจาก Trading Economics วันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2569)
ทั้งนี้อินเดียยังไม่มีกฎหมายชัดเจนที่ห้ามหรือควบคุมคริปโตเคอเรนซี่โดยตรง นักลงทุนคริปโตในอินเดียอยู่ใน "เขตเทาทางกฎหมาย" มาตั้งแต่ศาลฎีกามีคำสั่งยกเลิกมาตรการห้ามของ RBI เมื่อปี พ.ศ. 2561 ขณะที่ร่างกฎหมายห้ามคริปโตภาคเอกชนเมื่อปี พ.ศ. 2564 ก็ไม่เคยถูกนำเสนอเข้าสู่รัฐสภาแต่อย่างใด และการหารือเชิงนโยบายก็ถูกเลื่อนออกไปซ้ำแล้วซ้ำเล่า
📎 อ่านเพิ่มเติม: 👉 Reserve Bank of India still favors crypto prohibition to curtail tax evasion: Reuters
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: Reuters (ผ่าน CoinDesk) / theblock.co
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict จุดยืนของ RBI สะท้อนความกังวลเรื่องเสถียรภาพทางการเงินที่หลายธนาคารกลางทั่วโลกมีร่วมกัน แต่ก็น่าสนใจว่าท่าทีนี้สวนทางกับแนวโน้มการยอมรับคริปโตในระดับสากลที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะหลังสหรัฐฯ ออกกฎหมายรองรับ Stablecoin อย่างชัดเจน ตัวเลขนักลงทุนเกือบ 39 ล้านคนในอินเดียก็แสดงให้เห็นว่าความต้องการของประชาชนยังคงมีอยู่สูง แม้จะอยู่ในกรอบกฎหมายที่ยังไม่ชัดเจนก็ตาม คงต้องติดตามกันต่อไปว่ารัฐบาลอินเดียจะเลือกเดินไปทางไหนระหว่างการควบคุมเข้มงวดหรือการวางกรอบกำกับดูแลที่ชัดเจนขึ้น
Tags / คีย์เวิร์ด SEO: RBI, อินเดีย คริปโต, India Crypto Ban, Stablecoin, ภาษีคริปโต, Reserve Bank of India, Crypto Regulation, คริปโตเคอเรนซี่ 2026
⚠️ คำเตือนความเสี่ยงการลงทุน: การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง มูลค่าอาจผันผวนอย่างรุนแรง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบด้านและประเมินความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง บทความนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com