
IMF เตือน Tokenization ยังเล็ก สภาพคล่องต่ำ ผันผวนกว่าตลาดดั้งเดิม ก่อนประชุมประจำปีที่กรุงเทพฯ
IMF (กองทุนการเงินระหว่างประเทศ) ระบุว่าตลาด Tokenization (การแปลงสินทรัพย์เป็นโทเคนบนบล็อกเชน) โตเร็วแต่ยังเล็กและกระจัดกระจาย มีสภาพคล่องต่ำกว่าและผันผวนกว่าตลาดดั้งเดิม และการขยายตัวอาจขยายความเสี่ยงเดิมของระบบการเงิน เช่น การเทขายเร่งด่วน การแห่ถอน และการลามของความเสียหาย ตามบล็อกวิเคราะห์ที่ IMF เผยแพร่เมื่อ 8 ตุลาคม 2569 (ค.ศ. 2026) และ Cointelegraph รายงานในวันเดียวกัน ทีมข่าวอ่านต้นฉบับบล็อกของ IMF แล้ว บล็อกสรุปจากบทที่ 3 ของรายงาน Global Financial Stability Report ฉบับเดือนตุลาคม ชื่อ "Scaling Tokenization: New Efficiencies, New Vulnerabilities" ซึ่งทีมข่าวยังเปิดไฟล์บทที่ 3 ไม่ได้ ณ วันที่ 9 ตุลาคม
ตัวเลขที่ IMF ระบุ และจุดที่แหล่งข่าวไม่ตรงกัน
บล็อกซึ่งเขียนโดย Gonzalo Fernandez Dionis, Caio Ferreira, Mindaugas Leika และ Athanasios Vamvakidis ระบุว่าสัญญา repo (สัญญาขายพร้อมซื้อคืน ใช้กู้ยืมระยะสั้นโดยมีหลักทรัพย์ค้ำ) เป็นส่วนใหญ่ของกิจกรรมใน tokenized markets โดยมีมูลค่าซื้อขายเฉลี่ยราว 3-3.5 แสนล้านดอลลาร์ต่อวัน เทียบกับตลาด repo ของสหรัฐฯ ราว 13 ล้านล้านดอลลาร์ต่อวัน และสินทรัพย์ในตลาดทุนทั่วโลกราว 300 ล้านล้านดอลลาร์ การออกโทเคนกระจุกอยู่ในไม่กี่ตลาด หลัก ๆ คือสหรัฐฯ กับศูนย์กลางนอกประเทศบางแห่ง และการซื้อขายกระจายอยู่บนหลายแพลตฟอร์ม หลายเครือข่าย
ตัวเลข 6.5 หมื่นล้านดอลลาร์ (ราว 2.2 ล้านล้านบาท ที่ 33.685 บาทต่อดอลลาร์ ตามอัตรา Frankfurter 8 ต.ค. 2569) แหล่งข่าวอธิบายไม่ตรงกัน ข้อความในบล็อกของ IMF ระบุว่าการซื้อขายสินทรัพย์ tokenized อื่น เช่น สินเชื่อ กองทุนตลาดเงิน และหุ้น "เพิ่มอีกราว 6.5 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อวัน" คือเป็นมูลค่าซื้อขายรายวัน แต่ Cointelegraph รายงานว่าเป็นมูลค่าสินทรัพย์คงค้าง (RWA) ณ กรกฎาคม 2569 และแยกเป็นสินเชื่อ 3.04 หมื่นล้านดอลลาร์ กองทุนตลาดเงิน 1.75 หมื่นล้านดอลลาร์ และหุ้น tokenized ราว 2.3 พันล้านดอลลาร์ ทีมข่าวไม่พบตัวเลขแยกประเภทนี้ในบล็อก และตรวจกับบทที่ 3 ฉบับเต็มยังไม่ได้ จึงยืนยันไม่ได้ว่าตัวเลขใดตรงกับรายงาน
พฤติกรรมของตลาด tokenized ที่ IMF พบ
IMF ระบุว่าการซื้อขายมากกว่าครึ่งเกิดนอกเวลาทำการของตลาดดั้งเดิม ซึ่งสะท้อนความต้องการเข้าถึงตลอด 24 ชั่วโมง การถือครองแบบแบ่งส่วนก็พบบ่อย โดยราว 80 เปอร์เซ็นต์ของการซื้อขายหุ้น tokenized ที่นำมาวิเคราะห์มีขนาดน้อยกว่า 1 หุ้น และผลตอบแทนข้ามคืนของหุ้น tokenized ไปปรากฏในราคาหุ้นดั้งเดิมไม่นานหลังตลาดเปิด ซึ่งแสดงว่าสองตลาดตอบสนองต่อข้อมูลชุดเดียวกัน
ด้านสภาพคล่อง บล็อกเขียนว่า tokenized markets ในปัจจุบัน "ยังมีสภาพคล่องค่อนข้างต่ำและผันผวนกว่าคู่เทียบแบบดั้งเดิม" และการกระจายตัวข้ามหลายเครือข่ายทำให้สภาพคล่องอ่อนลง ส่งผลต่อการก่อตัวของราคา Cointelegraph รายงานว่าหุ้น tokenized มีความผันผวนจริงราว 1.5 เท่าของหุ้นดั้งเดิม ซึ่งไม่มีอยู่ในบล็อก ทีมข่าวจึงอ้างตามที่ Cointelegraph ระบุ
4 ข้อจำกัด และความเสี่ยงเมื่อขยายตัว
IMF ชี้ว่าการเติบโตติดอยู่กับ 4 เรื่อง ได้แก่ ความแน่นอนทางกฎหมายว่าโทเคนแทนสิทธิที่บังคับใช้ได้จริง ความชัดเจนด้านกฎระเบียบว่ากฎเดิมใช้กับระบบบัญชีแบบใหม่อย่างไร ความเชื่อมต่อระหว่างแพลตฟอร์ม (interoperability) ไม่ให้เป็นแอ่งสภาพคล่องที่แยกขาดกัน และสินทรัพย์สำหรับชำระราคาที่ปลอดภัยและเป็นที่ยอมรับ
เมื่อขยายตัว IMF เตือนว่าความเชื่อมโยงและเลเวอเรจ (การกู้ยืมขยายพอร์ต) ที่มากขึ้นอาจขยายความเสี่ยงเดิม ทั้งการเทขายเร่งด่วน การแห่ถอนสภาพคล่อง และการลามของความเสียหาย บล็อกยังระบุว่ากระบวนการที่ทำเป็นขั้นตอนในปัจจุบัน แม้เพิ่มต้นทุนและความล่าช้า แต่ก็เป็น "กันชน ความปลอดภัย และการบริหารสภาพคล่อง ที่อาจหายไปในสภาพแวดล้อมที่ tokenize เต็มรูปแบบ" Cointelegraph เสริมว่า IMF มองว่าความเสี่ยงเชิงระบบตอนนี้ยังจำกัดเพราะการใช้งานยังน้อย ซึ่งทีมข่าวไม่พบประโยคนี้ในบล็อก
ข้อเสนอเชิงนโยบาย 5 ข้อของ IMF คือ ใช้แนวทางที่เป็นกลางทางเทคโนโลยี ทำให้สิทธิทางกฎหมายที่ผูกกับสินทรัพย์ tokenized ชัดเจน กำกับกิจกรรมที่คล้ายกันอย่างสม่ำเสมอไม่ว่าใช้เทคโนโลยีใด สนับสนุนการเชื่อมต่อระหว่างแพลตฟอร์ม tokenized กับระบบการเงินดั้งเดิม และติดตามความเปราะบางด้านความเชื่อมโยง เลเวอเรจ และสภาพคล่องอย่างต่อเนื่อง พร้อมให้มาตรการป้องกันตามทันเมื่อตลาดโตขึ้น
ทำไมข่าวนี้เกี่ยวกับไทยในสัปดาห์หน้า
การประชุมประจำปีของ IMF และธนาคารโลกปี 2569 จัดที่กรุงเทพฯ ระหว่าง 12-18 ตุลาคม ตามหน้าการประชุมของ IMF และหน้ารายงาน GFSR ระบุว่ามีงานเปิดตัวบทที่ 1 ของรายงานเวลา 10.15 น. วันที่ 13 ตุลาคม (เวลาประเทศไทย) พร้อมสรุปภาษาไทยของบทที่ 2 และ 3 ทีมข่าวไม่พบข้อมูลว่าที่ประชุมจะหารือเรื่อง tokenization โดยเฉพาะ และหน้าเว็บ IMF แสดงวันเผยแพร่ของบทต่าง ๆ ไม่ตรงกัน จึงยังไม่ทราบว่าบทที่ 3 ฉบับเต็มออกวันใด
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com:
เรื่อง IMF กับ Tokenization ที่เราเคยรายงานไว้
👉 IMF เตือน! Tokenization ช่วยลดต้นทุนแต่เสี่ยงทำระบบการเงิน "พังเร็วขึ้น" หากเกิดวิกฤต
👉 IMF ดับฝันสายกาว ชี้ Smart Contract ไร้มาตรฐานกลาง เสี่ยงทำระบบการเงินโลกพังทลาย
👉 เกาหลีใต้เปิดแผน Tokenize หุ้น-บอนด์-กองทุนทั้งระบบ 3 เฟส เริ่ม ก.พ. 2027 เฟสท้ายใช้ Stablecoin ชำระ
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: บล็อก IMF "What Is Needed for Tokenization to Deliver" (8 ต.ค. 2569), Cointelegraph (8 ต.ค. 2569), หน้า GFSR ตุลาคม 2569 ของ IMF, Frankfurter
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict
ข้อสรุปของ IMF เป็นแนวเดียวกับที่เราเคยรายงานเมื่อเมษายนและกรกฎาคม คือ Tokenization ยังเล็กและมีข้อจำกัดด้านกฎหมายกับการเชื่อมต่อ ความเสี่ยงที่กล่าวถึงเป็นเรื่องของการขยายตัวในอนาคต ไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดแล้ว ข่าวนี้ยังมีตัวเลขที่แหล่งข่าวอธิบายไม่ตรงกัน ผู้อ่านจึงควรรอบทที่ 3 ฉบับเต็มก่อนอ้างตัวเลข 6.5 หมื่นล้านดอลลาร์ การประชุมประจำปีของ IMF ที่กรุงเทพฯ สัปดาห์หน้าเป็นโอกาสให้ติดตามว่าเรื่องนี้ถูกยกขึ้นมาหรือไม่ แต่ทีมข่าวไม่ฟันธงว่าจะกระทบกฎเกณฑ์หรือราคาสินทรัพย์ใดในไทย
เนื้อหานี้เป็นข้อมูลข่าว ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com