Bitcoin Addict - ข่าวสารและบทความคริปโต

IMF เตือน! Tokenization ช่วยลดต้นทุนแต่เสี่ยงทำระบบการเงิน "พังเร็วขึ้น" หากเกิดวิกฤต
03 April 2026ข่าวคริปโตโดย Rawiwarn Owattasanee

IMF เตือน! Tokenization ช่วยลดต้นทุนแต่เสี่ยงทำระบบการเงิน "พังเร็วขึ้น" หากเกิดวิกฤต

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เผยแพร่รายงาน 23 หน้าเมื่อวันพฤหัสบดี ระบุว่า Tokenization (การแปลงสินทรัพย์จริงเป็นโทเค็นบน Blockchain) มีศักยภาพลดความยุ่งยากในระบบการเงินและเพิ่มความโปร่งใส แต่ขณะเดียวกันก็เตือนว่าเทคโนโลยีดังกล่าวสร้างความเสี่ยงใหม่ที่อาจกระทบเสถียรภาพการเงินโลก โดยเฉพาะในแง่ความเร็วและระบบอัตโนมัติที่ทำให้วิกฤตลุกลามได้เร็วกว่าเดิม

IMF ออกรายงาน Tokenization: โอกาสและความเสี่ยงในสองด้าน

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF (International Monetary Fund — องค์กรระหว่างประเทศที่ดูแลเสถียรภาพการเงินโลก) เผยแพร่รายงาน 23 หน้าเกี่ยวกับ Tokenization เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยสรุปว่าผลกระทบสุทธิต่อเสถียรภาพการเงินโลกยังคง "ไม่แน่นอน"

IMF ระบุว่า Atomic Settlement (การชำระราคาทันทีในธุรกรรมเดียวโดยไม่ต้องผ่านตัวกลาง) และความโปร่งใสที่เพิ่มขึ้นช่วยลดความเสี่ยงแบบดั้งเดิมได้ แต่ความรวดเร็วและระบบอัตโนมัติกลับสร้างความเสี่ยงใหม่ขึ้นมาแทน

รายงานยังชี้ว่า Tokenization เปลี่ยนแปลงวิธีการออก ซื้อขาย ชำระ และบริหารจัดการหลักทรัพย์รวมถึงผลิตภัณฑ์ทางการเงินต่างๆ แต่ ย้าย ความเสี่ยงจากระบบธนาคารไปสู่ Shared Ledger (ระบบบัญชีกลางร่วมบน Blockchain) และโค้ด Smart Contract (สัญญาอัจฉริยะที่ทำงานอัตโนมัติบน Blockchain) แทน

"เหตุการณ์วิกฤตในตลาด Tokenized มีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นเร็วกว่าระบบดั้งเดิม เหลือเวลาน้อยลงสำหรับการแทรกแซงตามดุลยพินิจ" — IMF

ตลาด RWA: มูลค่าทะลุ 2.76 หมื่นล้านดอลลาร์

ปัจจุบัน สินทรัพย์จริงที่ถูก Tokenize แล้วบน Blockchain (ไม่รวม Stablecoin) มีมูลค่ารวมกว่า 27.6 พันล้านดอลลาร์ ตามข้อมูลจาก RWA.xyz

ในด้านการคาดการณ์อนาคต มีความเห็นต่างกันพอสมควร:

  • Boston Consulting Group ประเมินในปี 2022 ว่าตลาด Tokenization อาจแตะ 16 ล้านล้านดอลลาร์ ภายในปี 2030
  • McKinsey & Co (บริษัทที่ปรึกษาธุรกิจระดับโลก) ให้ตัวเลขที่อนุรักษ์นิยมกว่า คือ 2 ล้านล้านดอลลาร์ ในช่วงเวลาเดียวกัน

โปรเจกต์ RWA ที่มีมูลค่าสูงสุดขณะนี้คือ Securitize (แพลตฟอร์ม Tokenization ที่อยู่เบื้องหลังกองทุน BlackRock USD Institutional Digital Liquidity Fund) ด้วยมูลค่า 3.38 พันล้านดอลลาร์ ตามด้วย Tether Gold ที่ 3.35 พันล้านดอลลาร์ และ Ondo Finance ที่ 3.21 พันล้านดอลลาร์

Wall Street รุกคืบ Tokenization อย่างจริงจัง

ฝั่ง Wall Street ไม่ได้นิ่งเฉย โดย Larry Fink ซีอีโอของ BlackRock (บริษัทจัดการสินทรัพย์รายใหญ่ที่สุดในโลก) ออกมาผลักดันแนวคิด Tokenization สินทรัพย์ทุกประเภท ตั้งแต่หุ้น พันธบัตร กองทุนตลาดเงิน ไปจนถึงอสังหาริมทรัพย์

Intercontinental Exchange (ICE — บริษัทแม่ของตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก NYSE) ประกาศในเดือนมกราคมว่าจะเปิดตัวแพลตฟอร์ม Tokenization สำหรับการซื้อขายหุ้นและ ETF (กองทุนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์) แบบ 24/7 พร้อมระบบชำระทันทีผ่าน Blockchain

ขณะที่ Coinbase Asset Management เปิดตัว Tokenized Shares สำหรับกองทุน Coinbase Bitcoin Yield Fund บน Ethereum Layer 2 ที่ชื่อ Base เมื่อวันที่ 20 มีนาคมที่ผ่านมา โดยใช้มาตรฐาน ERC-3643 (มาตรฐานโทเค็นแบบมีเงื่อนไข ที่จำกัดสิทธิ์ผู้ถือโทเค็นเฉพาะนักลงทุนที่ผ่านการตรวจสอบตัวตน) เพื่อให้แน่ใจว่าผู้ถือโทเค็นทุกรายผ่านกระบวนการตรวจสอบตัวตนและคุณสมบัติตามกฎหมาย

ปัญหากฎหมายและตลาดเกิดใหม่

IMF ชี้ว่าความท้าทายด้านกฎหมายยังเป็นอุปสรรคสำคัญ โดยหากขาดความชัดเจนเรื่องการรับรองความเป็นเจ้าของและความสมบูรณ์ของการชำระเงิน ตลาด Tokenized อาจกลายเป็นตลาดที่ "แตกกระจายและอยู่ชายขอบ" ของระบบการเงินหลัก

ด้านตลาดเกิดใหม่ IMF ยอมรับว่า Tokenization เปิดโอกาสสำหรับประเทศกำลังพัฒนา เช่น การชำระเงินข้ามพรมแดนที่รวดเร็วขึ้นและการเข้าถึงบริการทางการเงิน (Financial Inclusion) แต่ก็เตือนว่าอาจนำมาซึ่งความเสี่ยงจากกระแสเงินทุนที่ผันผวน การเปลี่ยนสกุลเงินอย่างรวดเร็ว และการกัดกร่อนอำนาจอธิปไตยทางการเงินของแต่ละประเทศ

 

📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com: เหตุการณ์นี้สืบเนื่องจากที่เราเคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้
👉 BlackRock กวาดสะสม ทะลุ 700,000 BTC ดัน IBIT กลายเป็นกองทุน ETF คริปโตอันดับ 1
👉 เอลซัลวาดอร์ไม่หยุดซื้อ Bitcoin แม้ IMF ห้าม! เดินหน้าเก็บวันละ 1 BTC สะสมทะลุ 6,200 BTC
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: The Block / cointelegraph ภาพ cryptopolitan

 

💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict รายงานของ IMF ครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณสำคัญว่าองค์กรการเงินระหว่างประเทศไม่อาจมองข้าม Tokenization ได้อีกต่อไป ความจริงที่ว่ายักษ์ใหญ่อย่าง BlackRock, NYSE และ Coinbase ต่างลงมือจริงพร้อมกัน บ่งชี้ว่าทิศทางของตลาดการเงินโลกกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม อย่างไรก็ดี ข้อเตือนของ IMF เรื่องวิกฤตที่อาจลุกลามเร็วกว่าเดิมเป็นสิ่งที่ผู้กำกับดูแลทั่วโลกต้องเตรียมรับมืออย่างจริงจัง นักลงทุนควรติดตามพัฒนาการด้านกฎหมายและมาตรฐานควบคู่ไปกับโอกาสในตลาด RWA ที่กำลังเติบโต

 

Tags / คีย์เวิร์ด SEO: Tokenization, RWA, Real World Assets, IMF, BlackRock, Smart Contract, Blockchain, ERC-3643, Coinbase, การเงินดิจิทัล

— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com