ปิดฉากเศรษฐีลี้ภัย! ศาลสหรัฐฯ สั่งจำคุก “กัว เหวินกุ้ย” 30 ปี ปรับเกือบ 3 หมื่นล้าน เซ่นคดีหลอกลงทุนคริปโตลวงโลก
กัว เหวินกุ้ย (Guo Wengui) หรือที่รู้จักในชื่อ ไมล์ส กัว (Miles Guo) มหาเศรษฐีจีนผู้ลี้ภัยและนักวิจารณ์พรรคคอมมิวนิสต์จีน ถูกศาลแขวงสหรัฐฯ ในนิวยอร์กตัดสินจำคุก 30 ปี เมื่อวันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2569 ฐานฉ้อโกงที่เกี่ยวพันกับคริปโตเคอเรนซี พร้อมสั่งให้ชดใช้เงิน 889 ล้านดอลลาร์ (ราว 29,595 ล้านบาท) โดยอัยการระบุว่าเขาใช้ภาพลักษณ์นักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยหลอกล่อผู้ติดตามให้ลงทุนในโครงการลวง
⚖️ คำพิพากษา 30 ปี และเงินชดใช้เกือบ 3 หมื่นล้านบาท
ผู้พิพากษา อนาลิซา ทอร์เรส (Analisa Torres) เป็นผู้อ่านคำพิพากษาในห้องพิจารณาคดีที่แมนฮัตตัน ซึ่งเต็มไปด้วยผู้สนับสนุนของกัว นอกจากโทษจำคุก 30 ปีแล้ว ศาลยังสั่งให้กัวชดใช้เงินคืน (restitution) จำนวน 889 ล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็นเงินไทยราว 29,595 ล้านบาท (อ้างอิงอัตราแลกเปลี่ยน 33.29 บาทต่อดอลลาร์ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569)
ผู้พิพากษาทอร์เรสระบุว่ากัว "ฉวยโอกาส" จากกลุ่มคนที่ต้องการสร้างประชาธิปไตยให้จีน และไม่เคยแสดงความรับผิดชอบต่อการกระทำของตน โดยยังคงยืนยันอย่างไม่น่าเชื่อว่าพฤติกรรมของเขาไม่ได้สร้างความเสียหายหรือทำร้ายใครเลย
ด้านกัวเองได้กล่าวต่อศาลสั้นๆ โดยอ้างเหตุผลที่เขาเดินทางมาสหรัฐฯ ว่าเป็นไป "เพื่อทำลายพรรคคอมมิวนิสต์จีน (CCP)"
💰 การฉ้อโกงระดับพันล้าน ผ่าน Himalaya Exchange
กัวถูกจับกุมเมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2566 ในข้อหาวางแผนฉ้อโกงที่ดูดเงินไปกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 33,290 ล้านบาท) จากผู้คนหลายพันราย โดยกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ (DOJ) ระบุว่ากัวได้เงินจากเหยื่อกว่า 262 ล้านดอลลาร์ (ราว 8,722 ล้านบาท) ผ่าน Himalaya Exchange (แพลตฟอร์มที่กัวอ้างว่าเป็นระบบนิเวศคริปโตเคอเรนซี)
ต่อมาในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2567 คณะลูกขุนมีมติเป็นเอกฉันท์ตัดสินว่ากัวมีความผิดใน 9 ข้อหา ทั้งฉ้อโกงและสมคบคิด โดยหลักๆ มาจากการชักชวนให้ผู้ติดตามออนไลน์หลายแสนคนลงทุนผ่านการกล่าวอ้างอันเป็นเท็จ
อัยการระบุว่ากัวโกหกเหยื่อและสัญญาว่าจะให้ผลตอบแทนเกินจริง หากลงทุนในกิจการที่เขาควบคุม ซึ่งรวมถึง GTV Media, Himalaya Farm Alliance, G|CLUBS และ Himalaya Exchange โดยมีรายงานว่ากัวนำเงินผิดกฎหมายไปซื้อคฤหาสน์และรถหรู ทั้งนี้ ทางการสหรัฐฯ ได้อายัดเงินราว 634 ล้านดอลลาร์ (ราว 21,106 ล้านบาท) จากบัญชีและทรัพย์สินที่เชื่อมโยงกับกัว
🌐 เหรียญ H-Coin และข้อกล่าวหาของ ก.ล.ต. สหรัฐฯ
นอกจากคดีอาญาแล้ว สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (SEC) ยังได้ตั้งข้อหากัวและที่ปรึกษาทางการเงินของเขาแยกต่างหากเมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2566 ในแผนการฉ้อโกงที่ระดมเงินหลายร้อยล้านดอลลาร์จากนักลงทุน ผ่านสินทรัพย์คริปโตที่เรียกว่า "H-Coin" หรือ "Himalaya Coin" ซึ่งกัวเคยอ้างว่าหนุนหลังด้วยทองคำ
กัวยังเป็นที่รู้จักจากความสัมพันธ์กับ สตีฟ แบนนอน (Steve Bannon) อดีตที่ปรึกษาของโดนัลด์ ทรัมป์ โดยในปี พ.ศ. 2563 ทั้งสองได้ประกาศริเริ่มโครงการที่ชื่อ "New Federal State of China" เพื่อล้มล้างรัฐบาลจีน
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com: เหตุการณ์นี้สะท้อนบทเรียนเดียวกับคดีฉ้อโกงคริปโตระดับโลกที่เราเคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้
👉 ผู้ร่วมก่อตั้งแชร์ลูกโซ่ "OneCoin" ยอมรับสารภาพเรื่องการฉ้อโกง และอาจติดคุกนานถึง 90 ปี
👉 ตร.ประสานอินเตอร์โพลออก 'หมายแดง' ล่าตัว 'แอ็คมี่ วรวัฒน์' ปมหลอกลงทุนคริปโตฯ
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: รายงานจากสื่อหลายสำนัก (อ้างอิง AP / The Block ตามต้นฉบับที่ได้รับ) / theblock.co
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict คดีนี้เป็นเครื่องเตือนใจที่หนักแน่นว่า เทคโนโลยีคริปโตเป็นเพียง "เครื่องมือ" ที่ทั้งคนดีและคนร้ายสามารถหยิบไปใช้ได้ และจุดอ่อนที่แท้จริงมักไม่ได้อยู่ที่ตัว Blockchain แต่อยู่ที่ "ตัวกลาง" ที่รวมศูนย์อำนาจและความไว้วางใจไว้ในมือคนเพียงคนเดียว อย่าง Himalaya Exchange ที่ควบคุมทุกอย่างแบบปิด การที่หน่วยงานกำกับดูแลสหรัฐฯ สามารถสาวถึงตัวและบังคับใช้กฎหมายได้แม้กับผู้ที่อ้างตัวเป็นนักเคลื่อนไหวระดับสากล ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อการสร้างมาตรฐานความรับผิดชอบในอุตสาหกรรม น่าจับตามองไม่น้อยว่ากรอบกำกับดูแลที่เข้มขึ้นเรื่อยๆ จะช่วยคัดกรองโครงการลวงออกจากนวัตกรรมที่แท้จริงได้ดีเพียงใดในระยะยาว
🏷️ Tags / คีย์เวิร์ด SEO: กัว เหวินกุ้ย, Miles Guo, Himalaya Exchange, ฉ้อโกงคริปโต, H-Coin, คดีคริปโตสหรัฐ, Steve Bannon, crypto fraud sentencing
⚠️ ข้อมูลในบทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อการนำเสนอข่าวสารเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง โปรดศึกษาข้อมูลและพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com