Right Shift แนะ 4 วิธีเก็บบิตคอยน์ให้มั่นใจ หลังศึก Bitkub-Coldcard สั่นคลอนความเชื่อมั่น
14 August 2026ข่าวโดย Rawiwarn Owattasanee

Right Shift แนะ 4 วิธีเก็บบิตคอยน์ให้มั่นใจ หลังศึก Bitkub-Coldcard สั่นคลอนความเชื่อมั่น

บริษัท ไรท์ ชิฟท์ จำกัด (Right Shift) บริษัทให้ความรู้ด้านบิตคอยน์ นำโดยอาจารย์พิริยะ สัมพันธารักษ์ ผู้ก่อตั้งและกรรมการบริหารบริษัท โฉลก ดอทคอม ออกมาแนะนำแนวทางการเก็บรักษาบิตคอยน์ (Bitcoin: BTC) ให้กับนักลงทุนไทย หลังเกิด 2 เหตุการณ์ใหญ่ที่กระทบความเชื่อมั่นในช่วงที่ผ่านมา ทั้งกรณีที่สำนักงาน ก.ล.ต. กล่าวโทษบริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด (Bitkub) และเหตุการณ์โจมตีช่องโหว่ของฮาร์ดแวร์วอลเล็ตแบรนด์ COLDCARD ที่สร้างความเสียหายยืนยันแล้วกว่า 1,700 BTC หรือมูลค่ากว่า 3,600 ล้านบาท

 

Right Shift ระบุว่าแม้ทั้งสองเหตุการณ์จะไม่กระทบพื้นฐานหรือมูลค่าของบิตคอยน์โดยตรง แต่ก็สร้างความไม่สบายใจในหมู่นักลงทุนว่าจะถือครองบิตคอยน์อย่างปลอดภัยได้อย่างไร จึงสรุปแนวทางหลัก 4 รูปแบบไว้ให้เลือกตามความเหมาะสมของแต่ละคน

 

1️⃣ ถือผ่าน Bitcoin ETF สำหรับคนที่ลงทุนหุ้นสหรัฐฯ อยู่แล้ว

 

นักลงทุนที่ใช้แอปพลิเคชันซื้อขายหุ้นสหรัฐฯ อยู่แล้วสามารถถือหน่วยลงทุน Spot Bitcoin ETF ได้โดยตรง ซึ่งเปิดซื้อขายในตลาดหุ้นสหรัฐฯ มาตั้งแต่ต้นปี 2567 โดยกองทุนอย่าง IBIT ของ BlackRock, FBTC ของ Fidelity และ GBTC ของ Grayscale ต่างนำเงินลูกค้าไปซื้อบิตคอยน์สะสมไว้จริง ทำให้ราคาหน่วยลงทุนเคลื่อนไหวตามราคาบิตคอยน์โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการเก็บรักษาเอง ข้อจำกัดคือหากต้องการอัพเกรดไปถือบิตคอยน์เองในภายหลัง จะต้องขายหน่วยลงทุนเป็นดอลลาร์ แปลงเป็นบาท แล้วซื้อบิตคอยน์ใหม่อีกรอบ ซึ่งมีทั้งความยุ่งยากและภาระค่าใช้จ่าย

 

2️⃣ ถือบนแพลตฟอร์มคริปโตในประเทศ

 

การซื้อและถือบิตคอยน์ไว้บนแพลตฟอร์มเป็นวิธีที่สะดวกและเป็นจุดเริ่มต้นของนักลงทุนมือใหม่ส่วนใหญ่ แม้จะมีเหตุการณ์กระทบความเชื่อมั่นต่อผู้ให้บริการเป็นระยะทั้งในและต่างประเทศ แต่หลักเกณฑ์การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. ก็ทำให้นักลงทุนไทยมั่นใจในแพลตฟอร์มไทยได้มากกว่าแพลตฟอร์มต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม Right Shift เตือนว่านักลงทุนคริปโตมักตกเป็นเป้าโจมตีขโมยรหัสผ่านเพื่อสวมรอยส่งคำสั่งถอนหรือซื้อขายในบัญชี ซึ่งกรณีเหล่านี้มักถูกพิจารณาเป็นความผิดพลาดของผู้ใช้ (user error) ที่อยู่นอกขอบเขตการชดเชยจากผู้ให้บริการ นอกจากนี้บิตคอยน์บนแพลตฟอร์มยังมีข้อจำกัดเรื่องค่าธรรมเนียมถอนที่สูงกว่าต้นทุนจริงบนบล็อกเชน การยืนยันตัวตนเพิ่มเติม และเพดานการถอน

 

3️⃣ ถือเองด้วย Self-Custody สำหรับคนที่ต้องการอิสระเต็มที่

 

สำหรับผู้ที่ต้องการถือบิตคอยน์ระยะยาวและให้ความสำคัญกับอิสระในการใช้งาน สามารถถอนบิตคอยน์ออกจากแพลตฟอร์มมาเก็บรักษาเองได้ โดยความเป็นเจ้าของบิตคอยน์ขึ้นอยู่กับการเก็บรักษากุญแจส่วนตัว (private key) ซึ่งใช้ปลดล็อกที่อยู่รับเหรียญ (address) บนบล็อกเชน หากมีผู้อื่นขโมยหรือคัดลอกกุญแจนี้ไปได้ ก็สามารถโอนบิตคอยน์ออกไปได้เช่นกัน ผู้ที่จริงจังกับการเก็บรักษาจึงนิยมใช้ฮาร์ดแวร์วอลเล็ตที่เก็บกุญแจไว้ในพื้นที่ห่างจากอินเทอร์เน็ต

 

Right Shift ยกกรณี COLDCARD เป็นตัวอย่างศึกษา ระบุว่าปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นข้อผิดพลาดของซอฟต์แวร์ที่ทำให้ตัวเลขสุ่มสำหรับสร้างกุญแจถูกจำกัดความเป็นไปได้ลงจนผู้โจมตีไล่สำรวจได้ ซึ่งเป็นช่องโหว่เฉพาะของแบรนด์นี้ ไม่ได้ลุกลามไปยังฮาร์ดแวร์วอลเล็ตแบรนด์อื่นอย่าง Trezor, Ledger, Blockstream Jade หรือ OneKey อย่างไรก็ตาม การถือเองมาพร้อมความรับผิดชอบสูงสุด เพราะไม่มีแผนกบริการลูกค้าหรือมาตรการเยียวยาใดๆ หากเกิดความผิดพลาด

 

4️⃣ ใช้บริการผู้ช่วยดูแลแบบ Multisig สำหรับคนที่มองไกลถึงมรดก

 

สำหรับผู้ที่ต้องการวางแผนส่งต่อบิตคอยน์เป็นมรดกแต่กังวลว่าทายาทจะไม่มีความรู้เพียงพอในการดูแลกุญแจด้วยตัวเอง มีบริการวอลเล็ตแบบพิเศษที่ใช้กุญแจหลายดอกร่วมกัน (multisig) โดยผู้ให้บริการจะถือกุญแจสำรองบางส่วนไว้ ซึ่งไม่เพียงพอที่จะโอนเงินออกเองได้ แต่ทำหน้าที่ช่วยส่งมอบกุญแจต่อให้ทายาทเมื่อถึงเวลา ตัวอย่างบริการต่างประเทศ เช่น Casa และ Nunchuk Wallet ส่วนบริการภาษาไทยสามารถติดตาม Mebit ที่เตรียมเปิดให้บริการเร็วๆ นี้

 

🎤 งานสัมมนา BITCOIN THAILAND CONFERENCE 2026

 

Right Shift ระบุว่าไม่มีวิธีเก็บรักษาบิตคอยน์แบบใดที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน เพราะเงื่อนไขชีวิต ทักษะ และความเสี่ยงของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ผู้ที่สนใจหาแนวทางที่เหมาะกับตัวเองสามารถเข้าร่วมงาน BITCOIN THAILAND CONFERENCE 2026 ซึ่งจะจัดขึ้นที่ Samyan Mitrtown Hall ห้างสรรพสินค้าสามย่านมิตรทาวน์ ในวันเสาร์ที่ 28 ถึงวันอาทิตย์ที่ 29 พฤศจิกายน 2569 ภายในงานมีหัวข้อครอบคลุมทั้งความเสี่ยงจากควอนตัมคอมพิวเตอร์ สงครามพลังงาน ท่าทีของรัฐบาล การยอมรับของภาคการเงินดั้งเดิม และบทบาทของบิตคอยน์ในเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วย AI จำหน่ายบัตรแล้วที่เว็บไซต์ bitcointhailand.co สอดคล้องกับที่ Bitcoinaddict.com เคยรายงานว่า Bitcoin Thailand Conference 2026 เปิดขายบัตรแล้ว มี 3 ระดับบัตร เริ่มต้น 2,190 บาท

 

📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com:
👉 ก.ล.ต. กล่าวโทษ Bitkub และอดีตกรรมการ 2 ราย ปมแจ้งเท็จเหตุถูกแฮก 1,700 ล้านบาทปี 2564
👉 นายอาร์ม เจาะลึกบั๊ก Coldcard! ทำไมฟังก์ชันสุ่มฮาร์ดแวร์ไม่เคยถูกเรียกใช้เลย

🔗 ที่มา: สกู๊ปประชาสัมพันธ์จากบริษัท ไรท์ ชิฟท์ จำกัด

 

💬 หมายเหตุกองบรรณาธิการ Bitcoinaddict:
บทความนี้ดัดแปลงจากสกู๊ปประชาสัมพันธ์ที่บริษัท ไรท์ ชิฟท์ จำกัด ส่งให้กองบรรณาธิการเผยแพร่ เนื้อหาเป็นมุมมองและคำแนะนำของบริษัทผู้จัดทำ ไม่ใช่บทวิเคราะห์อิสระของ Bitcoinaddict.com ทั้งนี้แนวทางการเก็บรักษาบิตคอยน์แต่ละแบบมีข้อดีข้อเสียต่างกัน นักลงทุนควรศึกษาและประเมินความเสี่ยงที่เหมาะกับตัวเองก่อนตัดสินใจเสมอ

 

Tags / คีย์เวิร์ด SEO: Right Shift, บิตคอยน์, Self-Custody, Hardware Wallet, Bitcoin ETF, Multisig, Bitkub, Coldcard

— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com