ผู้ใช้ Hyperliquid สูญ $550,000 จากโฆษณาปลอมบน Google เลียนแบบเว็บจริง
14 August 2026ข่าวโดย Rawiwarn Owattasanee

ผู้ใช้ Hyperliquid สูญ $550,000 จากโฆษณาปลอมบน Google เลียนแบบเว็บจริง

ผู้ใช้แพลตฟอร์มเทรด Perpetual (สัญญาซื้อขายล่วงหน้าไม่มีวันหมดอายุ) อย่าง Hyperliquid รายหนึ่งสูญเงินกว่า 550,000 ดอลลาร์ ในสกุล USDC (Stablecoin ที่มีมูลค่าผูกกับดอลลาร์สหรัฐฯ 1:1) หลังตกเป็นเหยื่อโฆษณาปลอมบน Google Search ที่เลียนแบบเว็บไซต์จริงของ Hyperliquid ตามการเปิดเผยของ DarcyAri ผู้ร่วมก่อตั้ง FlashRescue (บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านกู้คืนสินทรัพย์คริปโตที่ถูกขโมย) โดยเหตุการณ์นี้ถูกรายงานครั้งแรกโดยสำนักข่าว Wu Blockchain ตามรายงานของ The Block และสื่ออื่นที่ยืนยันตรงกัน

 

🎣 กลโกงทำงานอย่างไร

 

แฮกเกอร์ซื้อโฆษณา Google Search แบบเสียเงิน (Paid Ads) ที่แสดงชื่อโดเมนจริงของ Hyperliquid หรือ URL ที่คล้ายกันมาก เมื่อผู้ใช้ค้นหาคำว่า "Hyperliquid" บน Google แล้วคลิกโฆษณาที่ขึ้นเป็นอันดับต้นๆ ก็จะถูกพาไปยังเว็บไซต์ปลอมที่มีหน้าตาเหมือนของจริงทุกประการ เว็บปลอมนี้หลอกให้เหยื่อกรอกข้อมูลเข้าสู่ระบบ หรือกดอนุมัติ (Approve) ธุรกรรมที่เป็นอันตราย ก่อนที่แฮกเกอร์จะโอนเงินออกจากกระเป๋าของเหยื่อผ่าน 3 ธุรกรรมแยกกัน

 

🚨 ไม่ใช่ครั้งแรก SEAL เคยบล็อกลิงก์ปลอมนับร้อย

 

ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา SEAL (องค์กรไม่แสวงหากำไรด้านความปลอดภัยคริปโต) เคยบล็อกลิงก์โฆษณา Google ที่เป็นอันตรายไปแล้วถึง 356 รายการ ภายในระยะเวลาไม่กี่สัปดาห์ ซึ่งรวมถึงโฆษณาที่ปลอมเป็น Hyperliquid หลายรายการด้วย นอกจาก Hyperliquid แล้ว แพลตฟอร์มที่มักตกเป็นเป้าโจมตีลักษณะนี้ยังรวมถึงโปรโตคอลที่มีมูลค่าล็อกไว้สูง (High TVL) บน Ethereum และแอปพลิเคชันบน Solana อย่าง Jupiter, Raydium และ Pump.fun

 

DarcyAri ระบุในรายงานของ SEAL ว่า "หลายครั้งโฆษณาปลอมอยู่ออนไลน์แค่ไม่กี่นาทีก็เจอเหยื่อรายแรกแล้ว ความเสียหายมูลค่าสูงยิ่งกระตุ้นให้แฮกเกอร์เดินหน้าต่อ"

 

🔍 Google รับมืออย่างไร

 

Google ได้ระงับบัญชีโฆษณาทั้งหมดที่ SEAL ระบุไว้ในรายงานแล้ว โดยแฮกเกอร์มักใช้บัญชีโฆษณาที่ถูกแฮกมาหรือซื้อมาอย่างผิดกฎหมาย เพื่อหลบเลี่ยงระบบตรวจสอบอัตโนมัติของ Google อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีหลักฐานว่า Google ได้ออกมาตรการป้องกันที่มีนัยสำคัญเพื่อสกัดกั้นกลโกงลักษณะนี้อย่างจริงจัง ทั้งนี้ Google และ Hyperliquid ยังไม่ได้ตอบกลับคำขอความคิดเห็นจากสื่อ

 

🛡️ วิธีป้องกันตัวเองจากโฆษณาปลอม

 

ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยแนะนำให้ผู้ใช้คริปโตป้องกันตัวเองด้วยวิธีต่อไปนี้ พิมพ์ URL เว็บไซต์ที่ต้องการเข้าด้วยตัวเองโดยตรง หรือใช้ Bookmark ที่บันทึกไว้แทนการค้นหาผ่าน Google ทุกครั้ง ตรวจสอบ URL ในแถบที่อยู่เว็บไซต์ให้ละเอียดก่อนกรอกข้อมูลใดๆ ติดตั้งส่วนขยายเบราว์เซอร์ (Browser Extension) ที่ช่วยบล็อกโฆษณา Sponsored ใช้ Hardware Wallet (กระเป๋าฮาร์ดแวร์เก็บคริปโตแบบออฟไลน์) และตรวจสอบรายละเอียดธุรกรรมบนบล็อกเชนก่อนกดยืนยันทุกครั้ง พร้อมรายงานโฆษณาที่น่าสงสัยให้ Google และแพลตฟอร์มที่ถูกแอบอ้างทราบทันที

 

เช่นเดียวกับที่ Bitcoinaddict.com เคยรายงานว่า Binance ใช้ระบบ AI ช่วยสกัดกั้นการโกงและฟิชชิ่งจนช่วยผู้ใช้รอดพ้นความเสียหายกว่าหมื่นล้านดอลลาร์ ระบบตรวจจับอัตโนมัติลักษณะนี้กำลังกลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่หลายแพลตฟอร์มต้องลงทุนเพิ่ม เพราะการป้องกันจากฝั่งแพลตฟอร์มโฆษณาอย่าง Google เพียงอย่างเดียวยังไม่เพียงพอ

 

📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com:
👉 Binance เผยจัดฟิชชิ่งทดสอบพนักงานตัวเองทุกเดือน สกัดภัย Social Engineering
👉 Hyperliquid ผงาด! ครองส่วนแบ่งตลาด Perp DEX ทั่วโลกกว่า 70% ทุบสถิติใหม่ใน Q1/2026

🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: The Block / theblock.co (พร้อมข้อมูลเพิ่มเติมจาก Wu Blockchain, Cryptonews.net และ CryptoTimes ที่รายงานตรงกัน)

 

💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict:
เคสนี้ตอกย้ำว่าจุดอ่อนที่สุดของความปลอดภัยคริปโตหลายครั้งไม่ได้อยู่ที่ตัวแพลตฟอร์มหรือ Smart Contract แต่อยู่ที่ "ทางเข้า" อย่างการค้นหาผ่าน Search Engine ที่ผู้ใช้ทั่วไปคิดว่าปลอดภัยที่สุด การที่ SEAL เคยบล็อกลิงก์ลักษณะนี้ไปแล้วกว่า 356 รายการตั้งแต่เดือนเมษายน แต่ยังมีเหยื่อรายใหม่มูลค่าสูงถึง 550,000 ดอลลาร์เกิดขึ้นอีก สะท้อนว่าระบบตรวจสอบโฆษณาของ Google ยังตามหลังแฮกเกอร์อยู่มาก นักลงทุนไทยที่เทรดบน Hyperliquid หรือแพลตฟอร์มคริปโตอื่นๆ ควรฝึกนิสัยพิมพ์ URL เองหรือใช้ Bookmark แทนการค้นหาทุกครั้งที่จะเข้าเว็บที่เกี่ยวข้องกับกระเป๋าเงินหรือบัญชีเทรด เพราะแค่คลิกผิดครั้งเดียวก็อาจสูญเงินทั้งหมดได้

 

Tags / คีย์เวิร์ด SEO: Hyperliquid, Google Ads, ฟิชชิ่ง, FlashRescue, SEAL, สแกมคริปโต, ความปลอดภัยคริปโต

— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com