Full Sail ปิดตัวถาวรบน Sui หลังแฮกเกอร์เจาะ Oracle Switchboard ดูดเงิน 91,000 ดอลลาร์
03 September 2026ข่าวโดย Rawiwarn Owattasanee

Full Sail ปิดตัวถาวรบน Sui หลังแฮกเกอร์เจาะ Oracle Switchboard ดูดเงิน 91,000 ดอลลาร์

Full Sail โปรโตคอล DeFi (การเงินแบบกระจายศูนย์บน Blockchain ไม่มีตัวกลาง) บนเครือข่าย Sui ประกาศปิดตัวถาวรเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ผ่านทาง X หลังเกิดเหตุแฮกเกอร์เจาะช่องโหว่ระบบ Oracle (ระบบที่ทำหน้าที่ป้อนข้อมูลราคาจากภายนอกเข้าสู่ Blockchain) ของ Switchboard จนสามารถดูดเงินออกจาก Vault อัตโนมัติของ Full Sail ไปได้ราว 91,000 ดอลลาร์

กลไกการโจมตี: ปลอมราคาผ่าน Oracle ที่ถูกแฮก

ตามรายละเอียดที่เปิดเผย แฮกเกอร์แทรกกุญแจลงนาม (Signing Key กุญแจดิจิทัลที่ใช้ยืนยันความถูกต้องของข้อมูล) ที่ไม่ได้รับอนุญาตเข้าไปใน Oracle Feed ที่กำลังทำงานอยู่ จากนั้นบิดเบือนราคาที่รายงานให้ต่ำกว่าราคาตลาดจริงราว 100 เท่า แล้วนำเงินเข้าไปฝากใน Vault ที่อัตราแลกเปลี่ยนบิดเบือนนี้ ก่อนจะปรับราคากลับสู่ปกติ แล้วถอนเงินออกมาในจำนวนที่มากกว่าที่ฝากเข้าไปตั้งแต่แรกมาก เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 29 สิงหาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้ Switchboard ต้องหยุดการทำงานของเครือข่าย Oracle ทั้งหมดบน Sui, Aptos, IOTA และ Movement ทันที

ความเสียหายที่ Full Sail และ Virtue Protocol

นอกจาก Full Sail ที่สูญเสียเงินราว 91,000 ดอลลาร์จาก 3 Vault แล้ว โปรโตคอล Virtue (ผู้ออกเหรียญ Stablecoin ชื่อ VUSD บนเครือข่าย IOTA) ก็ได้รับผลกระทบหนักกว่ามาก โดยแฮกเกอร์ใช้วิธีบิดเบือนราคาทั้งสองทิศทางเพื่อกระตุ้นให้เกิดการ Liquidation (การบังคับปิดสถานะเมื่อหลักประกันไม่เพียงพอ) โดยไม่ได้รับอนุญาต ส่งผลให้ผู้ใช้ 45 รายถูก Liquidate รวมมูลค่าหนี้ที่ถูกล้างออกไปราว 455,103 ดอลลาร์ และทำให้สินทรัพย์ค้ำประกันที่หนุนหลังเหรียญ VUSD เสียหายไปด้วย

ไทม์ไลน์เหตุการณ์

วันเสาร์ที่ผ่านมา Full Sail เปิดเผยเหตุการณ์นี้เป็นครั้งแรก พร้อมระงับการฝาก-ถอนเงินทันทีเพื่อความปลอดภัย ในวันเดียวกัน Switchboard ก็ออกแถลงการณ์ยอมรับว่าโครงสร้างพื้นฐานของตนอาจถูกบุกรุก ก่อนที่ในวันอังคารถัดมา Full Sail จะประกาศตัดสินใจปิดตัวโปรโตคอลอย่างถาวร ปิดรับเงินฝากใหม่และการเคลม Reward ของผู้ให้สภาพคล่องทันที ส่วน Pool ปกติจะเปลี่ยนเป็นโหมดถอนเงินได้อย่างเดียวหลังผ่านการตรวจสอบความปลอดภัยรอบสุดท้าย

แผนคืนเงินผู้ใช้ และ Mysten Labs ปฏิเสธให้ความช่วยเหลือ

Full Sail ระบุว่าจะนำสภาพคล่องที่โปรโตคอลถือครองอยู่มาใช้ชดเชยผู้ใช้ก่อน ส่วนที่ขาดเหลือทีมงานจะรับผิดชอบเองเพื่อให้ผู้ฝากเงินในชุมชนได้รับเงินคืนเป็นลำดับแรก โดยคาดว่าจะมีคำแนะนำขั้นตอนการถอนเงินและเคลมสิทธิ์ออกมาภายในไม่กี่วัน ที่น่าสนใจคือทีม Full Sail เคยติดต่อขอความช่วยเหลือทางการเงินจาก Mysten Labs องค์กรผู้พัฒนาเครือข่าย Sui แต่คำขอดังกล่าวถูกปฏิเสธ ด้าน Switchboard เองก็ยังไม่ได้ให้รายละเอียดทางเทคนิคเพิ่มเติมหรือให้คำมั่นเรื่องการชดเชยความเสียหายแต่อย่างใด นับถึงวันที่ 1 กันยายนที่ผ่านมา

 

📎 อ่านเพิ่มเติม: Cointelegraph, Coingabbar, Coin-Turk

 

💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict: เหตุการณ์นี้ตอกย้ำความเสี่ยงที่มักถูกมองข้ามในวงการ DeFi นั่นคือความเสี่ยงจากบุคคลที่สาม (Third-Party Risk) แม้โปรโตคอลตัวเองจะเขียนโค้ดปลอดภัยแค่ไหน แต่ถ้าระบบ Oracle ที่ใช้ป้อนข้อมูลราคาถูกเจาะ ความเสียหายก็เกิดขึ้นได้เหมือนกัน ที่น่ากังวลกว่านั้นคือ Mysten Labs ปฏิเสธให้ความช่วยเหลือทีม Full Sail ทั้งที่เป็นโปรโตคอลบนเครือข่ายของตัวเอง สะท้อนว่าความเสี่ยงจากช่องโหว่ของบุคคลที่สามยังคงเป็นภาระที่แต่ละโปรโตคอลต้องรับผิดชอบเอง ไม่มีเครือข่ายไหนรับประกันความปลอดภัยให้แอปพลิเคชันที่สร้างอยู่บนตัวเองทั้งหมด นักลงทุนที่ใช้งาน DeFi จึงควรตรวจสอบว่าโปรโตคอลที่ใช้พึ่งพา Oracle จากผู้ให้บริการรายใดบ้าง ไม่ใช่ดูแค่ความปลอดภัยของตัวโปรโตคอลเพียงอย่างเดียว

 

— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com