นักวิจัยนับโปรเจกต์คริปโตปิดตัวปีนี้ 82 ราย DeFiLlama ชี้เหตุหลักคือสินค้าไม่ตรงตลาด แม้ระดมทุนพันล้าน
21 October 2026•ข่าวคริปโต•โดย Rawiwarn Owattasanee

นักวิจัยนับโปรเจกต์คริปโตปิดตัวปีนี้ 82 ราย DeFiLlama ชี้เหตุหลักคือสินค้าไม่ตรงตลาด แม้ระดมทุนพันล้าน

สเตซี มัวร์ (Stacy Muur) นักวิจัยคริปโต เผยแพร่รายชื่อโปรโตคอลที่ปิดตัวในปี 2569 บน X เมื่อวันอังคารที่ 20 ตุลาคม ว่ามีทั้งหมด 82 ราย ตามที่ Cointelegraph รายงานเมื่อวันเดียวกัน ขณะที่งานวิจัยของ DeFiLlama (ผู้รวบรวมข้อมูล DeFi) เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม นับโปรเจกต์ที่ประกาศปิดตัวในปีนี้ได้ 100 ราย ทีมข่าวอ่านโพสต์ของ Muur และบทความของ DeFiLlama เองแล้ว พบว่าตัวเลขสองชุดนี้ไม่ได้อธิบายตรงกัน และ DeFiLlama ระบุเหตุผลที่ถูกอ้างมากที่สุดว่า "ไม่มี Product-Market Fit" หรือสินค้าไม่ตรงกับความต้องการของตลาด ไม่ใช่เหตุการณ์แฮกอย่างเดียว

ตัวเลขสองชุด ยังไม่ตรงกัน

Muur โพสต์ว่า "รวบรวมรายชื่อโปรโตคอลที่ปิดตัวในปี 2569 ได้ 82 ราย ณ ตอนนี้" ทีมข่าวเปิดอ่านโพสต์ต้นฉบับแล้ว แต่รายชื่อแนบมาเป็นวิดีโอหรือภาพเคลื่อนไหว ทีมข่าวอ่านรายชื่อไม่ได้ จึงตรวจรายรายการไม่ได้

ไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน

สเตซี มัวร์ (Stacy Muur) นักวิจัยคริปโต โพสต์บน X วันที่ 20 ตุลาคม 2569

  • 82 ราย: รายชื่อของ Muur ที่ใช้คำว่าโปรโตคอลที่ "ปิดตัว" ในปี 2569 ณ วันที่ 20 ตุลาคม
  • 100 ราย: ฐานข้อมูลของ DeFiLlama ที่เก็บเชนและโปรโตคอลที่ประกาศปิด ณ วันที่ 18 สิงหาคม โดยนับเฉพาะโปรเจกต์ที่ประกาศปิดในปี 2569 และไม่รวมโปรเจกต์ที่ประกาศในปี 2568 แล้วหยุดดำเนินการในปี 2569 DeFiLlama ระบุว่ากลุ่มตัวอย่างเล็ก และหลายโปรเจกต์ให้เหตุผลมากกว่าหนึ่งข้อ
  • ตัวเลขของ DeFiLlama ที่ณ เดือนสิงหาคมมีมากกว่าของ Muur ที่ ณ เดือนตุลาคม สะท้อนว่าสองรายการนับต่างกัน Cointelegraph ไม่ได้อธิบายความต่างนี้ และทีมข่าวบอกไม่ได้ว่ารายการไหนครอบคลุมกว่า

DeFiLlama พบอะไร

ตัวเลขต่อไปนี้มาจากจดหมายข่าว DeFiLlama ลงวันที่ 18 สิงหาคม 2569 ซึ่งทีมข่าวอ่านโดยตรง เนื้อหาบางส่วนเป็นกราฟที่ไม่มีตัวเลขในข้อความ

  • โปรเจกต์ที่ประกาศปิดในปี 2569 มี 100 ราย โดย 40 รายประกาศในช่วง 90 วันก่อนรายงาน
  • เหตุผลที่ถูกอ้างมากที่สุดคือ ไม่มี Product-Market Fit รองลงมาคือเงินทุนหมด รายได้ไม่พอ และการเปลี่ยนไปทำผลิตภัณฑ์อื่น มีโปรเจกต์น้อยมากที่อ้างแรงกดดันจากคู่แข่ง
  • โปรเจกต์กลุ่มนี้ระดมทุนรวมราว 1,000 ล้านดอลลาร์ และสร้างค่าธรรมเนียมสะสมราว 250 ล้านดอลลาร์ โดย 9 รายระดมทุนเกิน 50 ล้านดอลลาร์ และอีก 9 รายมีค่าธรรมเนียมตั้งแต่ 5 ล้านดอลลาร์ขึ้นไป ซึ่งข้อความไม่ได้ระบุชื่อ
  • DeFiLlama เห็นว่าเงินที่ระดมได้แทบไม่สัมพันธ์กับอายุหรือความสำเร็จของโปรเจกต์
  • กลุ่มที่ปิดมากที่สุดคือเชน Layer 1 และ Layer 2 และเชนที่พบมากที่สุดคือ Ethereum
  • เงินลงทุนจากกองทุนร่วมลงทุน (VC) ครึ่งแรกปี 2569 สูงกว่าครึ่งแรกปี 2568 แต่จำนวนดีลลดลงราว 80% และดีลควบรวมกิจการ (M&A) มี 87 ดีล เพิ่มขึ้น 65% จากปีก่อน
  • DeFiLlama เรียกปีนี้ว่าช่วง "กรองผู้เล่น" โดยบอกว่าโมเดลที่จ่ายพนักงานหรืออุดหนุนสภาพคล่องด้วยโทเคนล้มเมื่อราคาโทเคนลดลง 70 ถึง 90%

ตัวอย่างที่ DeFiLlama ยกในจดหมายข่าว (ข้อมูลล่าสุดของพวกเขาคือ ณ 18 สิงหาคม ทีมข่าวไม่ได้ตรวจซ้ำว่าเปลี่ยนไปหรือไม่) ได้แก่ Fantom ระดมทุน 50 ล้านดอลลาร์ในปี 2561 และมี TVL เกือบ 8,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2565 ซึ่ง DeFiLlama ระบุว่าการ "ปิด" เป็นการเปลี่ยนกลยุทธ์ไปใช้ Sonic และ Secret Network ที่ระดมทุนก้อน 400 ล้านดอลลาร์ต้นปี 2565 และ TVL ลดจากสูงสุดกว่า 100 ล้านดอลลาร์เหลือไม่ถึง 1 ล้านดอลลาร์ ซึ่ง DeFiLlama ระบุว่ายังไม่ยืนยันว่าตายแล้ว ขึ้นกับการโหวตธรรมาภิบาล

ชื่อที่ Cointelegraph ยกมา

บทความของ Cointelegraph ระบุว่ารายชื่อของ Muur มี Balancer, Radiant Capital, Neon EVM และ Step Finance โดยไม่ให้รายละเอียดวันที่ของ Balancer และ Neon EVM ทีมข่าวไม่ได้ตรวจกรณี Neon EVM และ Satori Finance (ที่ Cointelegraph ระบุว่ามี Coinbase หนุนหลัง และหยุดดำเนินการเพราะรายได้ไม่พอ) ส่วนรายอื่นเราเคยรายงานไว้แล้ว

ที่เราเคยรายงานในปีนี้

จากการค้นเว็บของทีมข่าว เราเผยแพร่ข่าวเกี่ยวกับการประกาศปิดหรือยุติบริการของโปรเจกต์คริปโตในปี 2569 อย่างน้อย 18 เรื่อง เช่น Nifty Gateway (26 ม.ค.) ZeroLend (17 ก.พ.) Foundation (18 เม.ย.) Zero Network และ Fantasy Top (22 พ.ค.) Loopring (30 มิ.ย.) BounceBit (23 ส.ค.) Full Sail (3 ก.ย.) CoinEx (15 ก.ย.) ZetaChain (22 ก.ย.) Abstract (7 ต.ค.) Blur (14 ต.ค.) และ Sophon (20 ต.ค.) วันที่คือวันที่เราเผยแพร่ข่าว ไม่ใช่วันที่โปรเจกต์ปิด และตัวเลขนี้ไม่ใช่สถิติของวงการ เพราะนับเฉพาะข่าวที่เราเลือกลง และบางกรณี เช่น Blur เป็นการปิดหน้าเว็บ ไม่ใช่การปิดทั้งโปรเจกต์

ผู้ที่ยังมีเงินในโปรเจกต์ที่กำลังปิด

กำหนดต่อไปนี้มาจากข่าวที่เรารายงานไว้ ทีมข่าวไม่ได้ตรวจประกาศต้นทางซ้ำในวันนี้ ผู้ใช้ควรเปิดประกาศทางการของแต่ละโปรเจกต์เองก่อนทำรายการ

  • Blast: ถอนผ่านหน้าเว็บภายในวันที่ 26 ตุลาคม 2569 ตามข่าวBlast ปิด Ethereum L2
  • Sophon: ถอนก่อนวันที่ 25 พฤศจิกายน 2569 โดยเมนเน็ตปิดวันที่ 30 พฤศจิกายน ตามข่าวSophon ปิดเมนเน็ต
  • Abstract: ปิดวันที่ 15 ธันวาคม 2569 ผู้ใช้ต้องโอนเงินออก ตามข่าวAbstract L2 ของ Pudgy Penguins
  • CoinEx: เร่งถอนเงินก่อนหมดเขตวันที่ 22 ธันวาคม ตามข่าวCoinEx ประกาศปิดกิจการ

ช่วงที่มีข่าวปิดโปรเจกต์ ทีมข่าวแนะนำให้เข้าหน้าถอนเงินจากบัญชีทางการที่ยืนยันแล้วเท่านั้น และไม่ใส่ Seed Phrase ที่ไหนทั้งสิ้น

ภาพตลาดที่เกิดขึ้นพร้อมกัน

Cointelegraph ระบุว่าการปิดตัวเกิดหลังตลาดหมีที่ยาว ทีมข่าวตรวจราคา Bitcoin บน Binance พบว่าทำสถิติสูงสุดที่ 126,199.63 ดอลลาร์ในเดือนตุลาคม 2568 ต่ำสุดของปีนี้ที่ 57,800.19 ดอลลาร์เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 และตอนนี้ราว 83,000 ดอลลาร์ ทีมข่าวบอกไม่ได้ว่าราคาที่ลดลงเป็นสาเหตุของการปิดแต่ละราย เพราะ DeFiLlama ระบุเหตุผลหลักคือไม่มี Product-Market Fit และเงินทุนหมด ไม่ใช่เหตุผลเรื่องราคาโดยตรง

สิ่งที่ยังไม่รู้

  • ไม่ทราบรายชื่อทั้ง 82 รายของ Muur เพราะแนบเป็นวิดีโอที่ทีมข่าวอ่านไม่ได้ และไม่ทราบเกณฑ์ที่เธอใช้คัดว่าอะไรคือ "ปิดตัว"
  • ไม่ทราบว่าทำไมตัวเลขของ DeFiLlama (100 ราย ณ สิงหาคม) จึงมากกว่าของ Muur (82 ราย ณ ตุลาคม)
  • ไม่ทราบชื่อโปรเจกต์ 9 รายที่ระดมทุนเกิน 50 ล้านดอลลาร์ เพราะจดหมายข่าวของ DeFiLlama ไม่ระบุในข้อความ
  • ไม่ทราบสัดส่วนเหตุผลของการปิดแต่ละข้อ เพราะ DeFiLlama แสดงเป็นกราฟ

การเปิดเผย: Bitcoin Addict เป็นพันธมิตร (affiliate) ของ Binance TH ซึ่งให้บริการโดย Gulf Binance บริษัทร่วมทุนของ Binance Group ข่าวนี้ไม่ได้เกี่ยวกับ Binance TH

 

📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com:

เรื่องโปรเจกต์คริปโตที่ปิดตัวในปี 2569 ที่เราเคยรายงานไว้

👉 Blast ปิด Ethereum L2 ต้นทุนเกินรายได้ TVL ร่วง 98% ผู้ใช้ต้องถอนเงินก่อน 26 ต.ค.

👉 Sophon ปิดเมนเน็ต 30 พ.ย. ขอให้ถอน SOPH ETH USDC ก่อน

👉 ‘Radiant Capital’ ประกาศยุติการพัฒนา เซ่นพิษโดนเกาหลีเหนือแฮก

🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: โพสต์ของ Stacy Muur บน X (20 ต.ค. 2569), DeFiLlama Newsletter: They're Going Out of Business (18 ส.ค. 2569), Cointelegraph (20 ต.ค. 2569), Binance, Frankfurter

 

💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict

ข้อที่ตรวจได้ชัดคือ DeFiLlama นับโปรเจกต์ที่ประกาศปิดในปี 2569 ได้ 100 ราย ณ 18 สิงหาคม และ Muur นับได้ 82 ราย ณ 20 ตุลาคม โดยเหตุผลที่พบมากที่สุดคือไม่มี Product-Market Fit และเงินที่ระดมไว้ราว 1,000 ล้านดอลลาร์ไม่ได้ทำให้โปรเจกต์อยู่รอด อย่างไรก็ตาม ตัวเลขทั้งสองชุดนับต่างกัน และรายชื่อของ Muur ตรวจรายรายการไม่ได้ จึงไม่ควรสรุปว่าวงการ "ล่ม" ผู้ถือเหรียญหรือผู้ใช้ชาวไทยที่ยังมีเงินในโปรเจกต์ที่กำลังปิดควรเช็กเส้นตายถอนเงินของตัวเอง เพราะกำหนดของ Blast คือ 26 ตุลาคม ซึ่งเหลือเวลาอีก 5 วัน ทีมข่าวไม่ได้ชี้ว่าควรซื้อหรือขายเหรียญใด สิ่งที่ต้องรอคือรายชื่อฉบับเต็มและเกณฑ์ที่ชัดเจนจาก Muur กับการอัปเดตตัวเลขของ DeFiLlama ทีมข่าวไม่ฟันธงทิศทางราคา

 

เนื้อหานี้เป็นข้อมูลข่าว ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน

 

— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com