‘Radiant Capital’ ประกาศยุติการพัฒนา เซ่นพิษโดนเกาหลีเหนือแฮก
Radiant Capital (โปรโตคอลกู้ยืมแบบกระจายศูนย์บนเครือข่าย Arbitrum และ BNB Chain) ประกาศปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา หลังไม่สามารถฟื้นฟูการดำเนินงานได้จากเหตุการณ์ถูกกลุ่มแฮกเกอร์เกาหลีเหนือ Lazarus Group เจาะระบบและขโมยเงินไปกว่า 50 ล้านดอลลาร์ (ราว 1,628 ล้านบาท) ในเดือนตุลาคม ปี 2567 ทำให้ TVL ร่วงจากจุดสูงสุดเกือบ 387 ล้านดอลลาร์ เหลือเพียงไม่กี่ล้านดอลลาร์ในระยะเวลาไม่นาน พูดง่ายๆ ก็คือ ทีมงานยอมรับว่าหาแหล่งทุนใหม่ไม่ได้ จึงต้องหยุดการพัฒนาโปรโตคอลถาวร
🏛️ จุดจบของโปรโตคอลกู้ยืม DeFi รายใหญ่ของวงการ
Radiant DAO (องค์กรปกครองตนเองแบบกระจายศูนย์ที่บริหารโปรโตคอล) ได้ออกแถลงการณ์ผ่านบล็อกอย่างเป็นทางการเมื่อวันจันทร์ที่ 1 มิถุนายน 2569 ว่าโปรโตคอลจำเป็นต้องปิดตัว เนื่องจากไม่สามารถกู้คืนเงินที่ถูกขโมย หาเงินทุนใหม่ หรือรักษากระแสเงินสดให้ดำเนินงานต่อไปได้อย่างมีความรับผิดชอบ
ทีมงานยังโพสต์บนแพลตฟอร์ม X (ทวิตเตอร์เดิม) ระบุว่าผู้พัฒนาและสมาชิกชุมชนได้พยายามรักษาโปรโตคอลให้อยู่รอดในสภาวะที่ยากลำบากมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็ไม่เพียงพอที่จะค้ำจุนการดำเนินงานต่อไปได้ "หากปราศจากการกู้คืน เงินทุน หรือการเติบโต"
📈 จากดาวรุ่ง DeFi สู่จุดล่มสลาย
Radiant Capital เปิดตัวในปี 2565 โดยตั้งเป้าเป็นแพลตฟอร์มเดียวที่รวบรวมสภาพคล่องข้ามหลายเครือข่ายบล็อกเชน โปรโตคอลเติบโตอย่างรวดเร็วในปี 2566 โดย TVL (Total Value Locked หรือมูลค่าสินทรัพย์ที่ถูกล็อกไว้ในโปรโตคอล) พุ่งทำจุดสูงสุดที่ 386.8 ล้านดอลลาร์ (ราว 13,500 ล้านบาท) ในเดือนธันวาคม 2566 แม้ว่ามูลค่าโดยรวมของตลาดคริปโตจะลดลงในช่วงเวลานั้น
แต่จุดเปลี่ยนสำคัญคือเดือนตุลาคม 2567 เมื่อ Lazarus Group (กลุ่มแฮกเกอร์ที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลเกาหลีเหนือ ขึ้นชื่อเรื่องการขโมยคริปโตหลายพันล้านดอลลาร์) เจาะระบบ Radiant และขโมยเงินไปกว่า 50 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้ TVL ดิ่งลงเหลือ 75 ล้านดอลลาร์ก่อนจะร่วงต่อจนเหลือเพียง 5 ล้านดอลลาร์ภายในเดือนเดียวกัน และไม่สามารถฟื้นตัวได้อีกเลย
🔧 ไม่ใช่การปิดสนิท แต่เปลี่ยนเป็น "โหมดบำรุงรักษา"
Radiant ระบุว่าแทนที่จะปิดตัวเองทั้งหมด โปรโตคอลจะเปลี่ยนสถานะเป็น "โหมดบำรุงรักษา (Maintenance State)" โดยมีรายละเอียดดังนี้:
- หน้าเว็บไซต์ของโปรโตคอลจะยังคงเปิดให้บริการอยู่
- Smart Contracts (สัญญาอัจฉริยะที่ทำงานอัตโนมัติบนบล็อกเชน) จะยังคงเข้าถึงได้
- ผู้ใช้งานสามารถถอนเงิน ชำระหนี้ และจัดการสถานะของตัวเองได้ตามปกติ
- DAO จะไม่มีการพัฒนา อัปเกรด หรือขยายฟีเจอร์ใหม่อีกต่อไป
ทีมงานยังเตือนผู้ใช้งานว่า "ควรบริหารความเสี่ยงเชิงรุกและลดความเสี่ยงของตนเองลง" พร้อมยืนยันว่าจะยังคงเดินหน้ากู้คืนเงินที่ถูกขโมยต่อไป โดยเปิดพอร์ทัลรับเรื่องและจะคืนเงินที่กู้คืนได้ให้แก่ผู้ใช้งานที่ได้รับผลกระทบ
💸 ราคาโทเคน RDNT ร่วงต่อหลังประกาศ
หลังจากประกาศปิดตัว เหรียญ Radiant Capital (RDNT) ร่วงลงทันที 4.2% ซึ่งเป็นภาพสะท้อนความเชื่อมั่นที่หดหายไปอย่างชัดเจน โดยโทเคน RDNT เคยทำราคาสูงสุดตลอดกาลที่ 58 เซนต์ในเดือนกันยายน 2565 แต่ปัจจุบันซื้อขายอยู่ในระดับเพียงเศษเสี้ยวของเซนต์เท่านั้น
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com: เหตุการณ์นี้สืบเนื่องจากที่เราเคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้
👉 Lazarus Group เดินหน้าฟอกเงินคริปโต! โยก 400 ETH ผ่าน Tornado Cash พร้อมปล่อยมัลแวร์ตัวใหม่
👉 ZachXBT แฉ! 'Yicong Wang' มือฟอกคริปโตให้กลุ่ม Lazarus ของเกาหลีเหนือผ่านธุรกรรม OTC
👉 Lazarus Group กลุ่มแฮ็กเกอร์ของเกาหลีเหนือ มีการเคลื่อนย้าย 27.371 BTC นักวิเคราะห์เชื่อว่าอาจกำลังเตรียมการทำอะไรบางอย่าง
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: Cointelegraph
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict การปิดตัวของ Radiant Capital ถือเป็นบทเรียนสำคัญของวงการ DeFi ว่าความปลอดภัยของระบบ Multisig และการป้องกันภัยคุกคามจากกลุ่มแฮกเกอร์ระดับรัฐยังคงเป็นจุดอ่อนใหญ่ที่หลายโปรโตคอลต้องเร่งแก้ไขอย่างจริงจัง อย่างไรก็ตาม น่าจับตามองว่าการที่ Radiant ยังคงเปิดให้ผู้ใช้ถอนเงินและจัดการตำแหน่งของตัวเองได้ในโหมดบำรุงรักษา ก็แสดงให้เห็นถึงข้อดีของระบบ DeFi ที่ทำงานบน Smart Contract แบบโปร่งใส ซึ่งต่างจากกรณีล้มของแพลตฟอร์มแบบรวมศูนย์ในอดีต และน่าจะเป็นแนวทางใหม่ที่โปรโตคอลอื่นๆ ในสถานการณ์คล้ายกันนำไปปรับใช้ได้ในอนาคต
🏷️ Tags / คีย์เวิร์ด SEO: Radiant Capital, DeFi, Lazarus Group, North Korea Hack, Crypto Hack 2024, RDNT, Arbitrum DeFi, แฮ็กคริปโต
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com