
Balancer ยื่นข้อเสนอปิดโปรโตคอลถาวร หลังฟื้นรายได้ไม่สำเร็จ เตรียมคืนทรัพย์สินให้ผู้ถือ BAL
Balancer โปรโตคอลแลกเปลี่ยนแบบกระจายศูนย์ (DEX) และ Automated Market Maker (AMM) รายใหญ่บนบล็อกเชน Ethereum ยื่นข้อเสนอปิดโปรโตคอลอย่างถาวรเมื่อวันที่ 15 กันยายนที่ผ่านมา หลังความพยายามปรับโครงสร้างองค์กรใหม่ไม่สามารถพลิกฟื้นรายได้ตามเป้าได้ โดยจะเปิดให้ผู้ถือเหรียญ BAL ลงมติในระบบ Snapshot ระหว่างวันที่ 25-29 กันยายนนี้ ก่อนเดินหน้าคืนทรัพย์สินในคลังให้ผู้ถือ BAL ตามสัดส่วน
ย้อนรอย: จาก Balancer Labs ปิดตัว สู่โปรโตคอลปิดตาม
เหตุการณ์นี้เป็นบทต่อจากการที่ Balancer Labs บริษัทผู้พัฒนาหลักประกาศปิดตัวไปเมื่อเดือนมีนาคม 2569 หลังถูกแฮ็กครั้งใหญ่ในเดือนพฤศจิกายน 2568 ที่โจมตี Composable Stable Pools บนโปรโตคอลเวอร์ชัน 2 (v2) สร้างความเสียหายซึ่งมีการประเมินตัวเลขแตกต่างกันไปในแต่ละช่วง ตั้งแต่ราว 116 ล้านดอลลาร์ไปจนถึง 128 ล้านดอลลาร์ หลังจากนั้นทีมงานที่เหลือพยายามปรับโครงสร้างให้ลีนขึ้น ลดต้นทุน และเร่งพัฒนาโปรโตคอลเวอร์ชัน 3 (v3) เพื่อสร้างรายได้ทดแทน
สินค้าดี แต่ขายไม่ได้ตามเป้า
Marcus Hardt ซีอีโอของ Balancer ยอมรับว่าฝั่งการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทำได้ตามสัญญาที่ให้ไว้กับผู้ถือโทเคน ทั้งการลดต้นทุนและการส่งมอบ v3 ตามแผน แต่รายได้กลับไม่ฟื้นตัวตามที่คาดหวัง เนื่องจากรายได้ส่วนใหญ่ยังคงมาจากโปรโตคอล v2 เดิม ขณะที่ v3 ไม่สามารถสร้างรายได้มาทดแทนได้เพียงพอ
"ผลิตภัณฑ์นั้นใช้งานได้ดี เพียงแต่ขายไม่ได้มากพอ ผมประเมินผิดไปว่าเหตุการณ์แฮ็กจะยังคงจำกัดการยอมรับของผู้ใช้ต่อเนื่องไปได้ขนาดนี้" — Marcus Hardt ซีอีโอ Balancer
รายได้ร่วงต่อเนื่อง จาก 1.13 ล้าน เหลือแค่ 56,781 ดอลลาร์
ตัวเลขรายได้รายเดือนของ Balancer สะท้อนปัญหาชัดเจน จากระดับ 1.13 ล้านดอลลาร์ในเดือนตุลาคม 2568 ร่วงลงเหลือ 371,000 ดอลลาร์ในเดือนพฤศจิกายนปีเดียวกันหลังเกิดเหตุแฮ็ก และลดต่อเนื่องจนเหลือเพียง 56,781 ดอลลาร์ในเดือนสิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา ขณะที่คลังทรัพย์สินของโปรโตคอลปัจจุบันมีมูลค่ากว่า 9 ล้านดอลลาร์ ซึ่งจะถูกจัดสรรสูงสุด 400,000 ดอลลาร์เป็นค่าใช้จ่ายในกระบวนการปิดกิจการ ส่วนที่เหลือจะคืนให้ผู้ถือ BAL
ไทม์ไลน์ปิดโปรโตคอล
หลังยื่นข้อเสนอวันที่ 15 กันยายน จะมีการโหวตผ่านระบบ Snapshot ระหว่างวันที่ 25-29 กันยายน จากนั้นผู้ให้สภาพคล่อง (Liquidity Provider) มีเวลาถึงวันที่ 30 ตุลาคม ในการถอนสภาพคล่องออกจากระบบ ก่อนที่โปรโตคอลจะเปลี่ยนไปใช้โครงสร้างพื้นฐานขั้นต่ำสำหรับการถอนเงินเท่านั้นตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายนเป็นต้นไป และคาดว่าจะเริ่มแจกจ่ายทรัพย์สินในคลังให้ผู้ถือ BAL รอบแรกได้ในเดือนพฤษภาคม 2570
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com:
👉 ไปต่อไม่ไหว! Balancer Labs ประกาศปิดตัว เซ่นพิษโดนแฮ็ก 116 ล้านดอลลาร์และวิกฤตการเงิน
👉 Balancer ยื่นข้อเสนอคืนเงินสุดท้ายถึงแฮ็กเกอร์ พร้อมใช้มาตรการกฎหมายหากไม่คืนเงิน
👉 Balancer เผยช่องโหว่ "Rounding Function" คือจุดเริ่มต้นการโจมตี พร้อมเสนอรางวัลคืนเงิน 20%
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict
เคสของ Balancer สะท้อนว่าการถูกแฮ็กครั้งใหญ่ในวงการ DeFi ไม่ได้ทิ้งความเสียหายไว้แค่เม็ดเงินที่สูญเสียในทันที แต่ยังบั่นทอนความเชื่อมั่นและการใช้งานของผู้ใช้ในระยะยาวจนกระทบรายได้ต่อเนื่องหลายเดือน แม้ทีมงานจะพยายามปรับโครงสร้างและออกผลิตภัณฑ์ใหม่แล้วก็ตาม ทีมข่าวมองว่านี่เป็นบทเรียนสำคัญสำหรับโปรโตคอล DeFi อื่นๆ ว่าความปลอดภัยของระบบมีผลต่อความอยู่รอดทางธุรกิจในระยะยาวมากกว่าที่หลายฝ่ายเคยประเมินไว้
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com