Claude ไขปริศนา 25 ปี ตัวเลข NSA ในมาตรฐาน NIST มาจากตัวสุ่มปี 2540 ข้อสงสัยหลังบ้านน้อยลง Bitcoin ไม่ได้ใช้
18 October 2026•ข่าว•โดย Rawiwarn Owattasanee

Claude ไขปริศนา 25 ปี ตัวเลข NSA ในมาตรฐาน NIST มาจากตัวสุ่มปี 2540 ข้อสงสัยหลังบ้านน้อยลง Bitcoin ไม่ได้ใช้

Anthropic (บริษัทผู้พัฒนา Claude) เผยเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2569 ว่า Claude สืบย้อนที่มาของ "เมล็ดพันธุ์" (Seed) ตัวเลขที่ NSA เป็นผู้ส่งให้ใช้สร้างเส้นโค้งวงรีมาตรฐาน NIST ได้แล้ว ปรากฏว่ามาจากเครื่องมือสร้างเลขสุ่มของซอฟต์แวร์ยุค 90 ที่ตั้งค่าด้วยเวลาปี 2540 ถึง 2541 ไม่ใช่การแฮชวลีตลกอย่างที่เล่าต่อกันมา ตามที่ CoinDesk รายงานเมื่อ 17 ตุลาคม Anthropic ระบุว่านี่ไม่ใช่การเจาะ ECDSA และทำให้ข้อสงสัยเรื่องประตูลับ (Backdoor) ที่ NSA อาจฝังไว้เป็นไปได้น้อยลง แต่ไม่ได้ตัดทิ้ง ส่วน Bitcoin ไม่ได้ใช้เส้นโค้งกลุ่มนี้

ปริศนาตัวเลขที่ค้างมา 25 ปี

NIST (สถาบันมาตรฐานและเทคโนโลยีแห่งชาติสหรัฐฯ) รับรองเส้นโค้งวงรีชุดหนึ่งเป็นมาตรฐานในปี 2543 โดยตัวเลขตั้งต้นสำหรับสร้างเส้นโค้งมาจาก NSA ซึ่งไม่เคยอธิบายว่าเลือกตัวเลขเหล่านั้นอย่างไร เรื่องนี้ถูกจับตามาตลอด โดย CoinDesk ระบุว่าเอกสารที่ สโนว์เดน (Snowden) เปิดเผยโยง NSA กับความพยายามทำให้มาตรฐานการเข้ารหัสอ่อนลง และ NIST ถอดตัวสร้างเลขสุ่ม Dual EC ออกจากข้อแนะนำในเวลาต่อมา

คำอธิบายที่เล่าต่อกันมาคือตัวเลขเหล่านั้นเป็นผลแฮชของวลีตลก ซึ่ง เจอร์รี โซลินาส (Jerry Solinas) นักคณิตศาสตร์ของ NSA เคยเล่าไว้ แต่ไม่มีใครตรวจสอบได้ สตีฟ ไวส์ (Steve Weis) นักวิจัยด้านความปลอดภัย ยื่นขอข้อมูลตามกฎหมายเปิดเผยข้อมูลในปี 2561 NIST ตอบว่าไม่มีเอกสาร ส่วน NSA เงียบไป ต่อมาในปี 2566 ฟิลิปโป วัลซอร์ดา (Filippo Valsorda) วิศวกรด้านการเข้ารหัส ตั้งรางวัลให้ผู้หาที่มาของตัวเลขได้ 12,288 ดอลลาร์ และเพิ่มเป็น 36,864 ดอลลาร์หากผู้ชนะบริจาคให้องค์กรการกุศล

Claude ทำอะไร และพบอะไร

ตามบันทึกของ Anthropic พนักงานคนหนึ่งสั่งให้โมเดลวิจัยภายในหาว่าตัวเลขเหล่านี้ถูกสร้างอย่างไร โดยไม่บอกทฤษฎีวลีตลก Anthropic ระบุว่าโมเดลหาที่มาของตัวเลขตั้งต้นของเส้นโค้ง P-192, P-224, P-256, P-384 และ P-521 ได้ภายในไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ซึ่งเป็นการเล่าของ Anthropic เอง ทีมข่าวตรวจเวลาจริงไม่ได้ โดยเอกสารไม่ได้ระบุชื่อหรือรุ่นของโมเดล

  • ตัวเลขตั้งต้นของเส้นโค้งกลุ่ม prime ทั้งห้ามาจากตัวสร้างเลขสุ่มของไลบรารีภาษา C รุ่นเก่า ที่ตั้งค่าเริ่มต้นด้วยเวลาในรูปแบบ Unix ระหว่างเดือนพฤษภาคม 2540 ถึงเมษายน 2541 (Anthropic ระบุชื่อฟังก์ชันว่า lrand48 ส่วน Valsorda เรียกว่า drand48 ซึ่งเป็นฟังก์ชันตระกูลเดียวกัน)
  • ตัวเลขของ P-256 มาจากการรันเมื่อ 16 สิงหาคม 2540 เวลา 01:52:34 UTC และตรงกับผู้สมัครลำดับที่ 1,842 ของการรันครั้งนั้น
  • ในบันทึกการคิดของโมเดลมีประโยคว่า "นี่น่าทึ่ง มันไขปริศนาอายุ 25 ปี" และประเมินโอกาสที่รูปแบบบิตจะบังเอิญตรงเท่านี้ว่าราว 1 ในล้าน ตามที่ Anthropic เผยแพร่

ใครตรวจซ้ำแล้วบ้าง

Valsorda ซึ่งเป็นผู้ตั้งรางวัลเขียนในบล็อกเมื่อ 16 ตุลาคมว่ารางวัลถูกเคลมแล้วเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม โดยทีม Anthropic 10 คน รวมถึงไวส์และ นิโคลัส คาร์ลินี (Nicholas Carlini) และเขาเขียนโค้ดตรวจซ้ำเองด้วยภาษา Go ได้ผลตรงกับที่ Anthropic รายงาน ทั้งนี้ Anthropic ระบุว่าจะบริจาคเงินรางวัลให้ ISRG องค์กรไม่แสวงกำไรผู้ดูแล Let's Encrypt ซึ่งทำให้ยอดเป็น 36,864 ดอลลาร์ และเผยแพร่โค้ดให้ตรวจเองได้ในสัญญาอนุญาต CC0

 

ปรากฏว่าความทรงจำหลอกทุกคนได้

ฟิลิปโป วัลซอร์ดา วิศวกรด้านการเข้ารหัส ผู้ตั้งรางวัล

 

สิ่งที่ยังไม่รู้

  • Anthropic ระบุว่าเรื่องนี้ไม่ใช่การเจาะ ECDSA แต่ทำให้ประตูลับ "เป็นไปได้น้อยลงมาก" ไม่ได้ปิดความเป็นไปได้ทั้งหมด
  • จุดตั้งต้นของ P-224, P-256, P-384 และ P-521 และเส้นโค้งกลุ่มไบนารียังอธิบายไม่ได้ โดย P-256 เป็นเส้นโค้งที่ใช้แพร่หลายที่สุดในกลุ่มนี้
  • ตัวเลขตั้งต้นของเส้นโค้ง B-163 ยังไม่ตรงกับวิธีใดที่ทดสอบ
  • ยังไม่รู้เกณฑ์ที่ใช้ข้ามผู้สมัครบางตัว เช่น ลำดับที่ 876 ของ P-256 ที่สร้างเส้นโค้งได้เหมือนกัน และไม่รู้ว่ารันกี่ครั้งก่อนเลือกตัวที่ประกาศ
  • Valsorda วิเคราะห์ว่าผลนี้ตัดการโจมตีแบบที่ Bernstein และ Lange เคยเสนอออกไป เพราะ NSA มีอิสระในการเลือกเพียงราว 30 บิต ซึ่งไม่พอจะเลือกเส้นโค้งอ่อนแอเฉพาะกลุ่มได้ เป็นความเห็นของเขา
  • CoinDesk ระบุว่ายังไม่มีนักเข้ารหัสอิสระรายอื่นที่ระบุชื่อว่าเป็นผู้ตรวจซ้ำ ส่วนการตรวจซ้ำของ Valsorda ทีมข่าวอ่านจากบล็อกของเขาโดยตรง

กระทบ Bitcoin หรือไม่

Bitcoin ใช้เส้นโค้ง secp256k1 ซึ่งไม่ใช่เส้นโค้ง NIST กลุ่มนี้ CoinDesk อธิบายว่าเส้นโค้งนี้ถูกกำหนดด้วยตัวเลขเล็กๆ สองค่าที่คงที่ จึงมีช่องให้ปรับแต่งน้อย ผู้ถือ Bitcoin จึงไม่ต้องทำอะไรจากข่าวนี้ และ Anthropic ระบุว่าผู้ใช้เส้นโค้ง NIST ไม่ต้องเปลี่ยนวิธีใช้งานเช่นกัน ส่วนความเสี่ยงจากคอมพิวเตอร์ควอนตัมเป็นคนละเรื่อง และ CoinDesk ระบุว่ายังไม่มีเครื่องใดถอดรหัสกุญแจ Bitcoin ได้ในตอนนี้ และยังไม่มีกรอบเวลาที่ชัดเจน

การเปิดเผย: ผู้ค้นพบเรื่องนี้คือทีม Anthropic ผู้พัฒนา Claude ซึ่งทีมข่าวใช้เป็นเครื่องมือช่วยงานข่าว ทีมข่าวจึงเทียบกับโพสต์ของ Valsorda ซึ่งตรวจซ้ำเองโดยไม่ได้ทำงานให้ Anthropic และไม่ได้นำคำชมของ Anthropic ต่อโมเดลมาเป็นข้อสรุปของเรา

 

📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com:

เรื่องการเข้ารหัสและควอนตัมกับ Bitcoin ที่เราเคยรายงานไว้

👉 Google ลดข้อผิดพลาดควอนตัม 40 เท่าบนชิป Willow ความเห็นในวงการคริปโตชี้ยังไม่ใช่ภัยเร่งด่วน

👉 จับตา! นักวิจัยหั่นต้นทุนแฮ็ก Bitcoin-Ethereum ด้วยควอนตัมลง 86% แต่ยังไม่ใช่ภัยเร่งด่วน

🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: Anthropic (16 ต.ค. 2569), บล็อกของ Filippo Valsorda (16 ต.ค. 2569), CoinDesk (17 ต.ค. 2569), บล็อกของ Steve Weis

 

💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict

ข้อที่ตรวจได้ชัดคือที่มาของตัวเลขเหล่านี้ถูกอธิบายด้วยกระบวนการที่ใครก็รันซ้ำได้ และผู้ตั้งรางวัลตรวจซ้ำเองแล้ว ทำให้เรื่องวลีตลกที่เล่าต่อกันมาถูกหักล้าง อย่างไรก็ตาม ยังไม่ได้ตอบว่า NSA เลือกตัวเลขอย่างไร และจุดตั้งต้นของ P-256 ก็ยังไม่มีคำอธิบาย สำหรับผู้อ่านไทย ข่าวนี้ไม่ได้เปลี่ยนความปลอดภัยของ Bitcoin เพราะ Bitcoin ใช้เส้นโค้งคนละชุด แต่ช่วยให้เห็นว่าเครื่องมือ AI เริ่มใช้ตรวจปริศนาเชิงเทคนิคที่ค้างมานานได้ โดยเวลา "ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง" ยังเป็นคำบอกเล่าของผู้พัฒนา สิ่งที่ต้องรอคือการตรวจซ้ำจากนักเข้ารหัสรายอื่น ทีมข่าวไม่ฟันธงว่าเรื่องนี้ปิดข้อสงสัยทั้งหมดแล้ว

 

เนื้อหานี้เป็นข้อมูลข่าว ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน

 

— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com