
ซีไอโอ Bitwise ชี้ AI บูมหรือแตก Bitcoin ก็ไปต่อ แต่เตือนเคยร่วง 50% ในไม่กี่วัน
แมตต์ ฮูแกน (Matt Hougan) ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน (CIO) ของ Bitwise (ผู้จัดการกองทุนคริปโตที่มี Bitcoin ETF ของตัวเอง) ระบุในบันทึกถึงลูกค้าเมื่อวันพุธที่ 14 ตุลาคม 2569 ว่า Bitcoin อาจได้ประโยชน์ในที่สุด ไม่ว่าปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะพาเศรษฐกิจบูม ฟองสบู่การลงทุน AI แตก หรือเศรษฐกิจโตแบบกลางๆ เขาเรียกกรอบคิดนี้ว่า "Choose Your Own Adventure" และสรุปว่าแต่ละเส้นทางจบที่ Bitcoin สูงขึ้น พร้อมยอมรับว่าราคาไม่ได้วิ่งเป็นเส้นตรง ทีมข่าวอ่านรายงานของ The Block และ Decrypt ที่สรุปบันทึกนี้ ยังหาตัวบันทึกฉบับเต็มของ Bitwise ไม่พบ
"ในมุมของผม ทุกเส้นทางจบลงที่ Bitcoin สูงขึ้นในที่สุด"
สามเส้นทางที่ฮูแกนวางไว้
ฮูแกนระบุว่าช่วงของผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจที่นักลงทุนเผชิญตอนนี้กว้างที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นในอาชีพ ตามที่ Decrypt สรุป เขาไล่ทีละเส้นทางดังนี้
- AI ทำให้เศรษฐกิจบูม ("superabundance"): ผลิตภาพและ GDP พุ่ง งานซอฟต์แวร์ กฎหมาย ออกแบบ ยา และการวินิจฉัยถูกลง แต่ที่ดินริมน้ำ งานศิลปะชั้นเยี่ยม ทองคำ และ Bitcoin ยังหายาก เขาจึงคาดว่ามูลค่าของสิ่งเหล่านี้จะเพิ่ม
- ฟองสบู่ AI แตก: ผู้กู้สร้างศูนย์ข้อมูลผิดนัดชำระ บริษัทประกันที่ถือพันธบัตรเกี่ยวกับ AI หลายพันล้านดอลลาร์ถูกกดดัน และเศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะถดถอยคล้ายปี 2551 เขาให้โอกาสที่รัฐบาลจะเข้าอุ้ม "เกือบ 100%" และคาดว่า Bitcoin จะร่วงก่อน แล้ว "rally hard" เมื่อปริมาณเงินในระบบพุ่ง
- เศรษฐกิจโตแบบกลางๆ ("muddle along"): โตราว 3% ดอกเบี้ยราว 4% หนี้ที่เกี่ยวกับ AI ยังชำระได้ ใกล้เคียงการลงจอดนุ่มนวล แหล่งความต้องการเดิมของ Bitcoin อย่างเงินไหลเข้า ETF ที่ปรึกษาการเงินที่เข้ามาถือ และการจัดสรรของบริษัทกับรัฐบาลยังอยู่ ฮูแกนเขียนว่า "Bitcoin wins by showing up"
ในเส้นทางที่ฟองสบู่แตก ฮูแกนเขียนว่าการที่ AI เป็น "โครงการโครงสร้างพื้นฐานที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์อเมริกา" ทำให้การอุ้มครั้งนั้นจะใหญ่ที่สุดไปด้วย ตามที่ The Block รายงาน เขายังมองว่าถ้า Fed ขึ้นดอกเบี้ยจนเกิดถดถอย ผลก็คล้ายกัน และถ้า Fed ไม่ขึ้นแล้วเงินเฟ้อสูงขึ้น เขาคาดว่านักลงทุนจะหันมาถือ Bitcoin เป็นที่เก็บมูลค่ามากขึ้น
ความเสี่ยงที่ฮูแกนยอมรับเอง
- ไม่วิ่งเป็นเส้นตรง: เขายกช่วงโควิดต้นปี 2563 ที่ Bitcoin ลง 50% ภายในไม่กี่วัน ซึ่ง Decrypt รายงานว่าหลังจากนั้นเด้งขึ้นราว 20 เท่า และบางเส้นทางของเขามีช่วงยากลำบากก่อนฟื้น
- ปัจจัยที่ทำให้ข้อสรุปพังได้: ภัยจากคอมพิวเตอร์ควอนตัม การที่รัฐบาลทั่วโลกประสานกันปราบ และการที่ประเทศตะวันตกกลับมาใช้นโยบายรัดเข็มขัดการคลัง เขาเขียนว่า "ไม่น่าเกิด แต่ไม่ใช่เป็นไปไม่ได้"
ขณะเดียวกัน Decrypt รายงานว่า แลร์รี ฟิงก์ (Larry Fink) ซีอีโอ BlackRock เตือนในสัปดาห์นี้ว่าถ้าการก่อสร้างศูนย์ข้อมูลหยุด สหรัฐฯ อาจเข้าสู่ภาวะถดถอย ทีมข่าวไม่ได้ตรวจคำเตือนนั้นเอง
ข้อควรรู้เมื่ออ่านมุมมองนี้
- ผู้พูดมีส่วนได้เสีย: Bitwise เป็นผู้จัดการกองทุนที่มี Bitcoin ETF ของตัวเอง (BITB) บันทึกฉบับนี้จึงเป็นมุมมองของผู้ที่ขายผลิตภัณฑ์ Bitcoin ไม่ใช่ผู้สังเกตการณ์อิสระ
- เป็นการพยากรณ์ ไม่ใช่ข้อเท็จจริง: ตัวเลข "เกือบ 100%" ที่รัฐบาลจะเข้าอุ้มเป็นการประเมินของฮูแกนเอง ไม่ใช่นโยบายที่รัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศไว้
- ไม่มีกรอบเวลา: บันทึกที่สื่อสรุปไม่ได้ระบุว่า Bitcoin จะสูงขึ้นเมื่อใดหรือแค่ไหน ข้อสรุปเป็นเรื่องระยะยาว
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com:
เรื่อง Bitcoin กับฟองสบู่ AI ที่เราเคยรายงานไว้
👉 ซีอีโอ Tether เตือน “ฟองสบู่ AI” อาจเป็นความเสี่ยงใหญ่สุดของ Bitcoin ในปี 2026
👉 Matt Hougan (Bitwise) ชี้ คริปโต 'ไปต่อได้' แม้ CLARITY Act ไม่ผ่านสัปดาห์นี้
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: The Block (15 ต.ค. 2569), Decrypt (16 ต.ค. 2569)
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict
ข้อที่ยืนยันได้คือฮูแกนเขียนบันทึกนี้และสรุปว่าแต่ละเส้นทางจบที่ Bitcoin สูงขึ้น พร้อมยอมรับความเสี่ยงของตัวเอง ข้อที่ยังพิสูจน์ไม่ได้คือการที่รัฐบาลจะอุ้มจริงตามที่เขาประเมิน และราคาจะตอบสนองตามที่คาดหรือไม่ เพราะทั้งหมดเป็นสถานการณ์สมมติ สำหรับผู้อ่านไทย สิ่งที่หยิบไปใช้ได้คือวิธีคิดแบบแยกสถานการณ์ ไม่ใช่ข้อสรุปว่าควรซื้อหรือขาย ทีมข่าวไม่ฟันธงทิศทางราคา และควรอ่านเทียบกับมุมมองที่เตือนว่าฟองสบู่ AI เป็นความเสี่ยงของ Bitcoin เอง ตามที่เรารายงานไว้ข้างบน
เนื้อหานี้เป็นข้อมูลข่าว ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com