Bitcoin Addict - ข่าวสารและบทความคริปโต

ผู้ก่อตั้ง Cardano ขู่ใช้ “มาตรการขั้นสุด” แยกบล็อกเชนใหม่ หลัง dApps แห่ปิดตัว
07 June 2026ข่าวคริปโตโดย Rawiwarn Owattasanee

ผู้ก่อตั้ง Cardano ขู่ใช้ “มาตรการขั้นสุด” แยกบล็อกเชนใหม่ หลัง dApps แห่ปิดตัว

ชาร์ลส์ ฮอสกินสัน (Charles Hoskinson) ผู้ก่อตั้ง Cardano ออกมาเปิดประเด็นร้อนกลางสัปดาห์นี้ ด้วยการขู่ว่าอาจ "แยกเชนใหม่" ผ่านกลไก Proof of Burn หากระบบนิเวศปัจจุบันยังหาทางระดมทุนและต่อยอดเชิงพาณิชย์ให้โครงการต่าง ๆ ไม่ได้ จุดชนวนมาจากการที่ TapTools หนึ่งในแพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลยอดนิยมที่สุดของ Cardano ประกาศทยอยปิดตัวภายใน 2 สัปดาห์ พูดง่าย ๆ ก็คือ งานนี้ไม่ได้เป็นแค่ปัญหาราคา แต่ลามไปถึงคำถามว่าใครกันแน่ที่กุมอำนาจกำหนดทิศทางของเครือข่ายนี้

 

🔥 ฮอสกินสันงัด "ทางเลือกนิวเคลียร์"

 

สัปดาห์นี้ ฮอสกินสันได้เอ่ยถึงสิ่งที่เขาเรียกว่า "ทางเลือกนิวเคลียร์" (nuclear option) โดยระบุว่า Cardano เวอร์ชันใหม่อาจถูกปลุกปั้นขึ้นมาผ่านกลไก Proof of Burn (การพิสูจน์ด้วยการเผาเหรียญทิ้ง เพื่อสร้างเครือข่ายใหม่) หากระบบนิเวศเดิมไม่ยอมเปลี่ยนวิธีหาเงินทุนและต่อยอดโครงการเชิงพาณิชย์

 

เขาอธิบายว่าทางเลือกนี้จะเป็นการ "แยก" กลุ่มผู้สร้าง (builders) ออกจากกลุ่มที่เขามองว่าเป็นนักวิจารณ์หัวรุนแรง โดยคนกลุ่มหลังจะไม่ย้ายตามไปเชนใหม่ และถูกทิ้งไว้ในสภาพแวดล้อมที่ "ไม่มีตลาด ไม่มีปริมาณการซื้อขาย และไม่มีการต่อยอดเชิงพาณิชย์" ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา เขาโพสต์ข้อความสั้น ๆ บน X ว่า "ผมขอพักก่อน เดี๋ยวค่อยคุยกัน" (I'm taking a break. TTYL.)

 

📉 TapTools ปิดตัว สะท้อนวิกฤตเศรษฐกิจ DeFi บน Cardano

 

ชนวนของเรื่องทั้งหมดคือการที่ TapTools (แพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐานบนเครือข่าย Cardano) ประกาศทยอยยุติการให้บริการ หลังเผชิญทั้งการลาออกของผู้บริหารระดับสูง ต้นทุนที่พุ่งสูง และการสูญเสียบุคลากรด้านเทคนิคคนสำคัญ โดยเฉพาะการลาออกของผู้ร่วมก่อตั้งทั้งตำแหน่ง CTO และ COO ขณะที่นักพัฒนาฝั่ง backend ที่ก้าวขึ้นมารับตำแหน่ง CTO แทน ก็ตัดสินใจลาออกตามไปอีก

 

ทาง TapTools ย้ำว่าการปิดตัวครั้งนี้เกิดจากแรงกดดันด้านการเงิน ไม่ใช่การหมดศรัทธาใน Cardano โดยระบุว่าเคยให้บริการผู้ใช้กว่า 1 ล้านราย รองรับโครงการหลายร้อยรายผ่าน API และสร้างการมองเห็นบนโซเชียลให้นักพัฒนา Cardano นับหลายร้อยล้านครั้ง

 

ตัวเลขจาก DeFiLlama (แพลตฟอร์มรวบรวมสถิติด้าน DeFi) สะท้อนปัญหาเชิงพาณิชย์ที่อยู่เบื้องหลังคำพูดของฮอสกินสันได้ชัด โดย TVL (Total Value Locked — มูลค่ารวมที่ถูกล็อกไว้ในโปรโตคอล) ของ Cardano อยู่ที่ราว 115 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 3,800 ล้านบาท ที่อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์ ≈ 33 บาท) ลดลงกว่า 5% ในรอบ 24 ชั่วโมง ส่วนปริมาณการซื้อขายบน DEX (กระดานเทรดแบบกระจายศูนย์) อยู่ที่ราว 6.3 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 208 ล้านบาท) และตลาด stablecoin อยู่ที่ราว 55 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1,815 ล้านบาท) ฮอสกินสันยังเตือนว่าครึ่งหลังของปีนี้จะหนักหนาเป็นพิเศษ และน่าจะเห็นแอป DeFi ล้มหายตามมาอีก พร้อมยกตัวอย่าง JPEG Store (ตลาดซื้อขาย NFT บน Cardano) ที่กำลังดิ้นรนเช่นกัน

 

🗝️ "ผมไม่มีอำนาจพิเศษ" — ปมธรรมาภิบาลที่ผู้ก่อตั้งคุมไม่ได้

 

หัวใจของข้อโต้แย้งจากฮอสกินสันคือ ทั้งที่ตลาดยังมองว่าเขาเป็นผู้รับผิดชอบทิศทางของเครือข่าย แต่อำนาจตามกลไกจริง ๆ กลับไม่ได้อยู่ในมือเขาแล้ว เขาระบุว่าตนเองไม่ได้ควบคุม treasury (คลังเงินกองกลางของเครือข่าย) ไม่ได้ถือ governance keys (กุญแจสิทธิ์ในการกำกับดูแล) ไม่สามารถริเริ่ม hard fork (การอัปเกรดที่ไม่เข้ากันย้อนหลัง) หรือเปลี่ยนพารามิเตอร์โปรโตคอลได้ และไม่ได้เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้า Cardano ด้วยซ้ำ

 

ทั้งหมดนี้เป็นผลจากการที่ Cardano ใช้เวลาหลายปีเดินหน้าสู่ระบบ ธรรมาภิบาลโดยชุมชน ผ่าน DReps (Delegated Representatives — ตัวแทนที่ผู้ถือเหรียญมอบสิทธิ์ให้ลงคะแนนแทน) ซึ่งออกแบบมาเพื่อจำกัดอำนาจผู้ก่อตั้งโดยเจตนา ฮอสกินสันบอกว่าเขาเคยเสนอแนวทางรับมือไว้หลายทาง ทั้งกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ (sovereign wealth fund) ทุนสำรองในรูป stablecoin ดัชนีระบบนิเวศ และการเข้าซื้อกิจการโครงสร้างพื้นฐานที่กำลังลำบาก แต่ข้อเสนอเหล่านั้นกลับถูกปฏิเสธ ถ่วงเวลา หรือถูกวิจารณ์จากกลุ่มที่กลัวการรวมศูนย์อำนาจ

 

💸 การเมืองเรื่องคลังเงิน ลามสู่ตลาด — ADA ร่วงต่ำสุดรอบ 5 ปี

 

จังหวะการออกมาพูดครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ยากลำบากของ Cardano เมื่อเหรียญ ADA ร่วงหลุดระดับ 0.20 ดอลลาร์ (ประมาณ 6.6 บาท) เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 5 ปี ต่อเนื่องจากขาลงที่กินเวลายาวนานตลอดทั้งปี

 

ก่อนหน้านี้ไม่นาน งาน Cardano Summit 2026 ที่สิงคโปร์ เพิ่งถูกยกเลิก หลังข้อเสนอขอใช้เงินจากคลัง (ฉบับปรับลดเหลือราว 7.8 ล้าน ADA) ได้เสียงข้างมากแต่ยังไม่ถึงเกณฑ์เห็นชอบ 2 ใน 3 ตามกติกาธรรมาภิบาล ฮอสกินสันชี้ว่าแม้เทคโนโลยีของ Cardano จะเดินหน้าต่อเนื่อง โดยอ้างถึงงานอย่าง Leios (โครงการอัปเกรดเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการประมวลผล) แต่ลำพังเทคโนโลยีอย่างเดียวคงไม่พอ หากระบบนิเวศยังไม่สามารถหล่อเลี้ยงธุรกิจและสร้างแรงจูงใจเชิงพาณิชย์ได้

 

🧭 ก้าวต่อไป: พักก่อน แต่เดิมพันสูงขึ้น

 

ฮอสกินสันยังไม่ได้ประกาศถอนตัวจาก Cardano อย่างเป็นทางการ การ "ขอพัก" ของเขาดูจะสะท้อนความเหนื่อยล้าจากศึกบนพื้นที่สาธารณะมากกว่าการลาออก แต่ก็ทำให้สารที่เขาส่งออกมาหนักแน่นขึ้น เขาเรียกร้องให้ผู้มอบสิทธิ์ลงคะแนน (delegators) กลับไปพิจารณาว่า DReps ที่ตนเลือกนั้นกำลังช่วยให้ระบบนิเวศเติบโต หรือกำลังขวางการตัดสินใจที่จำเป็นกันแน่ พร้อมเสนอให้ชุมชนใช้เวลาสักสัปดาห์ศึกษาความล้มเหลวที่เกิดขึ้น แล้วตัดสินใจว่าจะเลือกการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปฏิรูปคลังเงิน เปลี่ยนกลไกผู้บริหาร หรือเดินไปสู่ทางเลือกที่รุนแรงกว่าอย่างการแยกโปรโตคอลใหม่

 

📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com: สำหรับผู้อ่านที่อยากทำความเข้าใจพื้นฐานของเครือข่ายนี้ว่าคืออะไรและน่าสนใจอย่างไร เราเคยเรียบเรียงไว้แล้ว 
👉 Cardano (ADA) คืออะไร? สมกับฉายา Ethereum Killer จริงไหม?
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: CryptoSlate

 

💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict กรณีของ Cardano สะท้อนบทเรียนสำคัญของยุค "ธรรมาภิบาลแบบกระจายศูนย์" ได้อย่างชัดเจน นั่นคือเมื่ออำนาจถูกกระจายออกจากผู้ก่อตั้งจริง ๆ ระบบก็ต้องเจอโจทย์ใหม่ว่าจะตัดสินใจเรื่องใหญ่อย่างการจัดสรรเงินทุนได้เร็วพอหรือไม่ การถกเถียงที่ดุเดือดรอบนี้แม้ดูเหมือนความขัดแย้ง แต่อีกมุมหนึ่งก็อาจเป็นช่วงเวลาที่ชุมชนคริปโตได้ทดสอบกลไกการปกครองตนเองของจริงเป็นครั้งแรก ซึ่งบทเรียนเหล่านี้น่าจะมีค่าต่อทุกเครือข่ายที่กำลังเดินบนเส้นทางเดียวกัน คงต้องติดตามกันต่อไปว่าชุมชน ADA จะเลือกทางออกแบบไหน

 

Tags / คีย์เวิร์ด SEO: Cardano, ADA, ชาร์ลส์ ฮอสกินสัน, Charles Hoskinson, TapTools, DeFi, Proof of Burn, ธรรมาภิบาลบล็อกเชน

— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com