ผู้ก่อตั้ง Cardano ขู่ใช้ “มาตรการขั้นสุด” แยกบล็อกเชนใหม่ หลัง dApps แห่ปิดตัว
ชาร์ลส์ ฮอสกินสัน (Charles Hoskinson) ผู้ก่อตั้ง Cardano ออกมาเปิดประเด็นร้อนกลางสัปดาห์นี้ ด้วยการขู่ว่าอาจ "แยกเชนใหม่" ผ่านกลไก Proof of Burn หากระบบนิเวศปัจจุบันยังหาทางระดมทุนและต่อยอดเชิงพาณิชย์ให้โครงการต่าง ๆ ไม่ได้ จุดชนวนมาจากการที่ TapTools หนึ่งในแพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลยอดนิยมที่สุดของ Cardano ประกาศทยอยปิดตัวภายใน 2 สัปดาห์ พูดง่าย ๆ ก็คือ งานนี้ไม่ได้เป็นแค่ปัญหาราคา แต่ลามไปถึงคำถามว่าใครกันแน่ที่กุมอำนาจกำหนดทิศทางของเครือข่ายนี้
🔥 ฮอสกินสันงัด "ทางเลือกนิวเคลียร์"
สัปดาห์นี้ ฮอสกินสันได้เอ่ยถึงสิ่งที่เขาเรียกว่า "ทางเลือกนิวเคลียร์" (nuclear option) โดยระบุว่า Cardano เวอร์ชันใหม่อาจถูกปลุกปั้นขึ้นมาผ่านกลไก Proof of Burn (การพิสูจน์ด้วยการเผาเหรียญทิ้ง เพื่อสร้างเครือข่ายใหม่) หากระบบนิเวศเดิมไม่ยอมเปลี่ยนวิธีหาเงินทุนและต่อยอดโครงการเชิงพาณิชย์
เขาอธิบายว่าทางเลือกนี้จะเป็นการ "แยก" กลุ่มผู้สร้าง (builders) ออกจากกลุ่มที่เขามองว่าเป็นนักวิจารณ์หัวรุนแรง โดยคนกลุ่มหลังจะไม่ย้ายตามไปเชนใหม่ และถูกทิ้งไว้ในสภาพแวดล้อมที่ "ไม่มีตลาด ไม่มีปริมาณการซื้อขาย และไม่มีการต่อยอดเชิงพาณิชย์" ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา เขาโพสต์ข้อความสั้น ๆ บน X ว่า "ผมขอพักก่อน เดี๋ยวค่อยคุยกัน" (I'm taking a break. TTYL.)
📉 TapTools ปิดตัว สะท้อนวิกฤตเศรษฐกิจ DeFi บน Cardano
ชนวนของเรื่องทั้งหมดคือการที่ TapTools (แพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐานบนเครือข่าย Cardano) ประกาศทยอยยุติการให้บริการ หลังเผชิญทั้งการลาออกของผู้บริหารระดับสูง ต้นทุนที่พุ่งสูง และการสูญเสียบุคลากรด้านเทคนิคคนสำคัญ โดยเฉพาะการลาออกของผู้ร่วมก่อตั้งทั้งตำแหน่ง CTO และ COO ขณะที่นักพัฒนาฝั่ง backend ที่ก้าวขึ้นมารับตำแหน่ง CTO แทน ก็ตัดสินใจลาออกตามไปอีก
ทาง TapTools ย้ำว่าการปิดตัวครั้งนี้เกิดจากแรงกดดันด้านการเงิน ไม่ใช่การหมดศรัทธาใน Cardano โดยระบุว่าเคยให้บริการผู้ใช้กว่า 1 ล้านราย รองรับโครงการหลายร้อยรายผ่าน API และสร้างการมองเห็นบนโซเชียลให้นักพัฒนา Cardano นับหลายร้อยล้านครั้ง
ตัวเลขจาก DeFiLlama (แพลตฟอร์มรวบรวมสถิติด้าน DeFi) สะท้อนปัญหาเชิงพาณิชย์ที่อยู่เบื้องหลังคำพูดของฮอสกินสันได้ชัด โดย TVL (Total Value Locked — มูลค่ารวมที่ถูกล็อกไว้ในโปรโตคอล) ของ Cardano อยู่ที่ราว 115 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 3,800 ล้านบาท ที่อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์ ≈ 33 บาท) ลดลงกว่า 5% ในรอบ 24 ชั่วโมง ส่วนปริมาณการซื้อขายบน DEX (กระดานเทรดแบบกระจายศูนย์) อยู่ที่ราว 6.3 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 208 ล้านบาท) และตลาด stablecoin อยู่ที่ราว 55 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1,815 ล้านบาท) ฮอสกินสันยังเตือนว่าครึ่งหลังของปีนี้จะหนักหนาเป็นพิเศษ และน่าจะเห็นแอป DeFi ล้มหายตามมาอีก พร้อมยกตัวอย่าง JPEG Store (ตลาดซื้อขาย NFT บน Cardano) ที่กำลังดิ้นรนเช่นกัน
🗝️ "ผมไม่มีอำนาจพิเศษ" — ปมธรรมาภิบาลที่ผู้ก่อตั้งคุมไม่ได้
หัวใจของข้อโต้แย้งจากฮอสกินสันคือ ทั้งที่ตลาดยังมองว่าเขาเป็นผู้รับผิดชอบทิศทางของเครือข่าย แต่อำนาจตามกลไกจริง ๆ กลับไม่ได้อยู่ในมือเขาแล้ว เขาระบุว่าตนเองไม่ได้ควบคุม treasury (คลังเงินกองกลางของเครือข่าย) ไม่ได้ถือ governance keys (กุญแจสิทธิ์ในการกำกับดูแล) ไม่สามารถริเริ่ม hard fork (การอัปเกรดที่ไม่เข้ากันย้อนหลัง) หรือเปลี่ยนพารามิเตอร์โปรโตคอลได้ และไม่ได้เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้า Cardano ด้วยซ้ำ
ทั้งหมดนี้เป็นผลจากการที่ Cardano ใช้เวลาหลายปีเดินหน้าสู่ระบบ ธรรมาภิบาลโดยชุมชน ผ่าน DReps (Delegated Representatives — ตัวแทนที่ผู้ถือเหรียญมอบสิทธิ์ให้ลงคะแนนแทน) ซึ่งออกแบบมาเพื่อจำกัดอำนาจผู้ก่อตั้งโดยเจตนา ฮอสกินสันบอกว่าเขาเคยเสนอแนวทางรับมือไว้หลายทาง ทั้งกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ (sovereign wealth fund) ทุนสำรองในรูป stablecoin ดัชนีระบบนิเวศ และการเข้าซื้อกิจการโครงสร้างพื้นฐานที่กำลังลำบาก แต่ข้อเสนอเหล่านั้นกลับถูกปฏิเสธ ถ่วงเวลา หรือถูกวิจารณ์จากกลุ่มที่กลัวการรวมศูนย์อำนาจ
💸 การเมืองเรื่องคลังเงิน ลามสู่ตลาด — ADA ร่วงต่ำสุดรอบ 5 ปี
จังหวะการออกมาพูดครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ยากลำบากของ Cardano เมื่อเหรียญ ADA ร่วงหลุดระดับ 0.20 ดอลลาร์ (ประมาณ 6.6 บาท) เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 5 ปี ต่อเนื่องจากขาลงที่กินเวลายาวนานตลอดทั้งปี
ก่อนหน้านี้ไม่นาน งาน Cardano Summit 2026 ที่สิงคโปร์ เพิ่งถูกยกเลิก หลังข้อเสนอขอใช้เงินจากคลัง (ฉบับปรับลดเหลือราว 7.8 ล้าน ADA) ได้เสียงข้างมากแต่ยังไม่ถึงเกณฑ์เห็นชอบ 2 ใน 3 ตามกติกาธรรมาภิบาล ฮอสกินสันชี้ว่าแม้เทคโนโลยีของ Cardano จะเดินหน้าต่อเนื่อง โดยอ้างถึงงานอย่าง Leios (โครงการอัปเกรดเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการประมวลผล) แต่ลำพังเทคโนโลยีอย่างเดียวคงไม่พอ หากระบบนิเวศยังไม่สามารถหล่อเลี้ยงธุรกิจและสร้างแรงจูงใจเชิงพาณิชย์ได้
🧭 ก้าวต่อไป: พักก่อน แต่เดิมพันสูงขึ้น
ฮอสกินสันยังไม่ได้ประกาศถอนตัวจาก Cardano อย่างเป็นทางการ การ "ขอพัก" ของเขาดูจะสะท้อนความเหนื่อยล้าจากศึกบนพื้นที่สาธารณะมากกว่าการลาออก แต่ก็ทำให้สารที่เขาส่งออกมาหนักแน่นขึ้น เขาเรียกร้องให้ผู้มอบสิทธิ์ลงคะแนน (delegators) กลับไปพิจารณาว่า DReps ที่ตนเลือกนั้นกำลังช่วยให้ระบบนิเวศเติบโต หรือกำลังขวางการตัดสินใจที่จำเป็นกันแน่ พร้อมเสนอให้ชุมชนใช้เวลาสักสัปดาห์ศึกษาความล้มเหลวที่เกิดขึ้น แล้วตัดสินใจว่าจะเลือกการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปฏิรูปคลังเงิน เปลี่ยนกลไกผู้บริหาร หรือเดินไปสู่ทางเลือกที่รุนแรงกว่าอย่างการแยกโปรโตคอลใหม่
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com: สำหรับผู้อ่านที่อยากทำความเข้าใจพื้นฐานของเครือข่ายนี้ว่าคืออะไรและน่าสนใจอย่างไร เราเคยเรียบเรียงไว้แล้ว
👉 Cardano (ADA) คืออะไร? สมกับฉายา Ethereum Killer จริงไหม?
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: CryptoSlate
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict กรณีของ Cardano สะท้อนบทเรียนสำคัญของยุค "ธรรมาภิบาลแบบกระจายศูนย์" ได้อย่างชัดเจน นั่นคือเมื่ออำนาจถูกกระจายออกจากผู้ก่อตั้งจริง ๆ ระบบก็ต้องเจอโจทย์ใหม่ว่าจะตัดสินใจเรื่องใหญ่อย่างการจัดสรรเงินทุนได้เร็วพอหรือไม่ การถกเถียงที่ดุเดือดรอบนี้แม้ดูเหมือนความขัดแย้ง แต่อีกมุมหนึ่งก็อาจเป็นช่วงเวลาที่ชุมชนคริปโตได้ทดสอบกลไกการปกครองตนเองของจริงเป็นครั้งแรก ซึ่งบทเรียนเหล่านี้น่าจะมีค่าต่อทุกเครือข่ายที่กำลังเดินบนเส้นทางเดียวกัน คงต้องติดตามกันต่อไปว่าชุมชน ADA จะเลือกทางออกแบบไหน
Tags / คีย์เวิร์ด SEO: Cardano, ADA, ชาร์ลส์ ฮอสกินสัน, Charles Hoskinson, TapTools, DeFi, Proof of Burn, ธรรมาภิบาลบล็อกเชน
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com