รายงาน Cybrid ชี้ธุรกิจแห่ใช้ Stablecoin พุ่ง! 88% เตรียมใช้ใน 12 เดือน ประหยัดค่าโอนข้ามพรมแดนสูงสุด 47%
การใช้ Stablecoin (เหรียญคริปโตที่ตรึงมูลค่ากับสกุลเงินจริง เช่น ดอลลาร์สหรัฐ) ในภาคธุรกิจกำลังจะโตแบบก้าวกระโดด โดยรายงานล่าสุดจาก Cybrid (บริษัทผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านการชำระเงินที่เชื่อมระบบเงินสดกับ Stablecoin) ที่สำรวจผู้บริหารและผู้นำธุรกิจ 468 รายในช่วงปลายเดือนเมษายนถึงต้นพฤษภาคมที่ผ่านมา พบว่าธุรกิจถึง 88% มีแนวโน้มจะใช้ Stablecoin ภายใน 12 เดือนข้างหน้า หลักๆ เพื่อลดต้นทุนการโอนเงินข้ามพรมแดนที่แพงและช้า
🌍 ธุรกิจ 42% ใช้แล้ววันนี้ — ประหยัดค่าโอนได้จริง
รายงานระบุว่า 42% ของธุรกิจที่สำรวจใช้ Stablecoin สำหรับการชำระเงินข้ามพรมแดนอยู่แล้ว ขณะที่มีเพียง 2% เท่านั้นที่ยังยึดติดกับช่องทางการชำระเงินแบบดั้งเดิม (Traditional Payment Rails — ระบบโอนเงินผ่านธนาคารและตัวกลางแบบเดิม)
ตัวเลขที่น่าสนใจคือเรื่องต้นทุน ธุรกิจที่หันมาใช้ Stablecoin รายงานว่า ประหยัดค่าโอนข้ามพรมแดนได้เฉลี่ย 35% และสำหรับบริษัทที่มีปริมาณการชำระเงินเกิน 100 ล้านดอลลาร์ต่อเดือน (ราว 3,329 ล้านบาท) ตัวเลขการประหยัดพุ่งสูงถึง 47% เลยทีเดียว
การใช้งานที่พบมากที่สุดคือ การจ่ายเงินเดือนและค่าตอบแทนผู้รับจ้าง ตามมาด้วยการจ่ายซัพพลายเออร์ การรับชำระจากลูกค้า การลงทุนหาผลตอบแทน และการบริหารสภาพคล่องของคลัง
⚖️ "ความชัดเจนด้านกฎหมาย" คือกุญแจสำคัญ
ปัจจัยที่ธุรกิจให้น้ำหนักมากที่สุดในการขยายการใช้ Stablecoin คือ ความชัดเจนด้านกฎหมาย โดย 71% ระบุว่าเรื่องนี้สำคัญกว่าความน่าเชื่อถือของผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐาน หรือความง่ายในการเชื่อมต่อกับระบบเดิม
จุดนี้สอดคล้องกับกระแสหลังการบังคับใช้ GENIUS Act (กฎหมายกลางฉบับแรกของสหรัฐฯ ที่วางกรอบกำกับดูแล Stablecoin เพื่อการชำระเงิน) ซึ่งดันให้ Stablecoin ที่ปฏิบัติตามกฎหมายฉบับนี้มีมูลค่าตลาดรวมทะลุ 76,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 2.53 ล้านล้านบาท) ไปแล้ว ผู้ตอบแบบสอบถามครั้งนี้มาจากภาคเทคโนโลยี บริการทางการเงิน และอีคอมเมิร์ซ ในสหรัฐฯ แคนาดา และสหราชอาณาจักร
📊 ตลาด Stablecoin โลกแตะ 307.64 พันล้านดอลลาร์
ข้อมูลจาก CoinGecko ระบุว่า มูลค่าตลาด Stablecoin ทั่วโลกในขณะนี้อยู่ที่ 307.64 พันล้านดอลลาร์ (ราว 10.24 ล้านล้านบาท) นำโดย USDT ของ Tether ที่ 184.7 พันล้านดอลลาร์ (ราว 6.15 ล้านล้านบาท) และ USDC ของ Circle ที่ 73.51 พันล้านดอลลาร์ (ราว 2.45 ล้านล้านบาท)
🏦 สถาบันการเงินขยายโครงสร้างพื้นฐานรับดีมานด์
สัญญาณเดียวกันปรากฏจากข้อมูลอุตสาหกรรมอื่นๆ ด้วย โดยในเดือนมิถุนายน ผู้ให้บริการอย่าง Paybis เปิดเผยว่า ลูกค้าองค์กรคิดเป็นเกือบ 98% ของปริมาณการจ่าย Stablecoin ผ่านแพลตฟอร์มในช่วง 4 เดือนแรกของปี พ.ศ. 2569 เพิ่มขึ้นจาก 36% ในปี พ.ศ. 2566
ฝั่งโครงสร้างพื้นฐานก็ขยับต่อเนื่อง เดือนพฤษภาคม Falcon Finance เปิดตัว Stablecoin หนุนด้วยดอลลาร์ชื่อ fUSD ผ่านแพลตฟอร์มของ Anchorage Digital Bank และล่าสุดเมื่อวันจันทร์ BNY (ธนาคารเก่าแก่รายใหญ่ของสหรัฐฯ) ได้ขยายแพลตฟอร์มรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัลให้รองรับ USDC ของ Circle เปิดทางให้ลูกค้าสถาบันจัดเก็บ โอน สร้าง และไถ่ถอนเหรียญได้โดยตรงผ่านธนาคาร
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com: เหตุการณ์นี้สืบเนื่องจากที่เราเคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้
👉 ทรัมป์ลงนามกฎหมาย GENIUS Act กำหนดกรอบควบคุม Stablecoin ฉบับแรกของสหรัฐฯ
👉 GENIUS Act กำลังเปลี่ยนโฉม Stablecoin: ย้ำจุดยืนใหม่ เน้น "ใช้งาน" มากกว่า "ผลตอบแทน"
👉 ผู้เชี่ยวชาญชี้ GENIUS Act คือจุดเริ่มต้นของโครงสร้างคริปโตระดับโลก จุดประกายยุคใหม่ DeFi
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: Cointelegraph (รายงานสำรวจโดย Cybrid) / ภาพ coindesk.com
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict ตัวเลขจากรายงานนี้สะท้อนภาพที่ชัดขึ้นเรื่อยๆ ว่า Stablecoin กำลังเปลี่ยนบทบาทจาก "เครื่องมือเก็งกำไรของนักเทรด" ไปสู่ "ระบบโครงสร้างพื้นฐานสำหรับธุรกิจจริง" โดยเฉพาะในงานที่ระบบธนาคารดั้งเดิมยังช้าและแพง อย่างการโอนเงินข้ามพรมแดน น่าจับตามองไม่น้อยว่าเมื่อความชัดเจนด้านกฎหมายเป็นปัจจัยที่ธุรกิจให้น้ำหนักสูงสุด กรอบกำกับดูแลอย่าง GENIUS Act อาจกลายเป็นตัวเร่งการใช้งานในวงกว้างได้จริงในช่วง 1–2 ปีข้างหน้า อย่างไรก็ตาม ผู้อ่านควรพิจารณาว่านี่คือผลสำรวจ "ความตั้งใจ" ของธุรกิจ ซึ่งไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นครบตามตัวเลขเสมอไป
Tags / คีย์เวิร์ด SEO: Stablecoin, Cybrid, การชำระเงินข้ามพรมแดน, USDC, USDT, GENIUS Act, Business Payments, คริปโตสำหรับธุรกิจ
⚠️ ข้อมูลในบทความนี้จัดทำเพื่อการนำเสนอข่าวสารเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำการลงทุน การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจ
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com