Bitcoin พุ่งทะลุ $74,500! แต่ทำไม "นักเทรดมือโปร" ถึงยังไม่กล้าเปิด Long?
Bitcoin ปรับตัวขึ้นเหนือ $74,000 เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ตามแรงหนุนจากดัชนี Nasdaq และราคาน้ำมันที่ปรับตัวลง ท่ามกลางการจัดงาน Nvidia GTC 2026 การประชุมด้าน AI ระดับโลกของ Nvidia สิ่งที่น่าสังเกตคือ แม้ราคาจะทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดในรอบ 40 วัน แต่ตลาด Derivatives (อนุพันธ์ทางการเงิน) กลับส่งสัญญาณว่านักเทรดระดับสถาบันยังคงระมัดระวังอยู่มาก
Bitcoin ขึ้น 40 วัน High — แต่เกมใหญ่ยังค้าง
ราคา Bitcoin พุ่งขึ้นแตะ $74,500 ในวันจันทร์ที่ 16 มีนาคม 2026 นับเป็นระดับราคาสูงสุดในรอบ 40 วัน โดยได้รับแรงหนุนจากหลายปัจจัยพร้อมกัน ทั้งตลาดหุ้น Nasdaq Index ที่ปรับตัวขึ้น ราคาน้ำมันดิบที่ลดลง และตัวเลขภาคการผลิตสหรัฐฯ ที่เติบโตได้ดีกว่าคาด รวมถึงกระแสความตื่นเต้นจากงาน Nvidia GTC 2026 (การประชุมนักพัฒนา AI ระดับโลกของ Nvidia) ที่ CEO Jensen Huang กำลังจะขึ้นกล่าว Keynote
อย่างไรก็ตาม ในฝั่งของ Bitcoin Futures (สัญญาซื้อขายล่วงหน้า Bitcoin) กลับให้ภาพที่ต่างออกไปอย่างชัดเจน

Futures Premium แค่ 2%
ค่า Annualized Futures Premium (ส่วนต่างระหว่างราคาฟิวเจอร์สรายเดือนกับราคา Spot หรือราคาตลาดจริง ในรูปของอัตราต่อปี) ยืนอยู่ที่เพียง 2% ซึ่งต่ำกว่าโซนกลาง (Neutral Zone) ที่ 4–8% อย่างมีนัยสำคัญ นั่นแปลว่านักเทรดระดับสถาบันยังไม่ได้เปิดสถานะ Long (ซื้อ) เพิ่มอย่างมีนัยสำคัญ แม้ราคาจะวิ่งขึ้นมาแล้วก็ตาม
ความเฉยเมยในตลาด Derivatives เช่นนี้ เป็นรูปแบบที่เห็นมาต่อเนื่องตลอด 30 วันที่ผ่านมา สะท้อนความไม่สบายใจของเทรดเดอร์ที่เห็น Bitcoin ดิ่งลง 31% ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ขณะที่ทองคำกลับบวกไปแล้ว 18% และ Nasdaq 100 ยืนอยู่ในระดับทรงตัว
ปัจจัยกดดันสะสมจากหลายทิศทาง
ความอ่อนแอของราคา Bitcoin ในช่วงที่ผ่านมาไม่ได้มาจากสาเหตุเดียว แต่เป็นการสะสมของหลายเหตุการณ์พร้อมกัน ดังนี้
1. US Strategic Bitcoin Reserve ยังไม่มีกำหนดชัด แม้สหรัฐฯ จะประกาศแผนสำรอง Bitcoin ระดับชาติ (US Strategic Bitcoin Reserve — แผนการให้รัฐบาลกลางสหรัฐฯ ถือ Bitcoin เป็นสินทรัพย์สำรองระดับชาติ) แต่ยังไม่มีกรอบเวลาดำเนินการที่ชัดเจน ทำให้ตลาดขาด Catalyst ระยะกลาง
2. การ Liquidation ครั้งประวัติศาสตร์ตุลาคม 2025 เหตุการณ์ Liquidation (การบังคับปิดสถานะ) มูลค่า $19,000 ล้าน เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2025 ถือเป็นการ Flush-out ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ตลาดคริปโต ส่งผลให้สถานะ Long ที่ใช้ Leverage (การกู้ยืมเพื่อเพิ่มกำลังซื้อ) ถูกกวาดออกจากตลาดพร้อมกัน และกระทบต่อความเสี่ยงที่ Market Maker (ผู้ดูแลสภาพคล่องในตลาด) ยอมรับได้
3. ความกลัว Quantum Computing และการหลุด Correlation ทองคำ ความกังวลเรื่องช่องโหว่จาก Quantum Computing (คอมพิวเตอร์ควอนตัมที่อาจถอดรหัสการเข้ารหัสของ Bitcoin ได้ในอนาคต) ทำให้บางส่วนลดความเชื่อมั่น ขณะที่ Bitcoin เริ่มหลุดออกจาก Correlation (ความสัมพันธ์ด้านทิศทางราคา) กับทองคำและเงิน เมื่อนักลงทุนแห่หาสินทรัพย์ปลอดภัยจากความตึงเครียดสงคราม US-Israel-Iran และสัญญาณอ่อนแอในตลาดแรงงานสหรัฐฯ
Options ยังส่งสัญญาณกลัว — Deribit Skew พุ่ง 13%
ค่า Options Delta Skew บน Deribit (ตลาดซื้อขาย Bitcoin Options ที่ใหญ่ที่สุดในโลก) ยังอยู่ที่ระดับ 13% ต่อเนื่องมา 5 สัปดาห์ นั่นหมายความว่า Put Options (สัญญาสิทธิ์ขาย Bitcoin — ใช้เพื่อป้องกันความเสี่ยงขาลง) ยังคงมีราคาแพงกว่า Call Options (สัญญาสิทธิ์ซื้อ Bitcoin — ใช้เพื่อเดิมพันขาขึ้น) อยู่ที่ส่วนต่างมากกว่า 6% แม้ราคาจะขึ้นไปแตะ $74,500 แล้วก็ตาม

ด้าน Stablecoin (สกุลเงินดิจิทัลที่ผูกกับดอลลาร์สหรัฐฯ) ในรูปของ USD ซื้อขายที่ พรีเมียม 0.5% เทียบกับอัตราแลกเปลี่ยน USD/CNY (ดอลลาร์สหรัฐ/หยวน) อย่างเป็นทางการ ซึ่งยังต่ำกว่าเกณฑ์ Neutral ที่ 1.5% มาก แสดงว่าความต้องการซื้อ Bitcoin จากภูมิภาคจีนยังไม่ได้ร้อนแรงผิดปกติ
วิกฤตอิหร่านและราคาน้ำมัน — ตัวแปรนอกตลาดที่ต้องจับตา
ปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์กำลังเป็นตัวแปรสำคัญต่อตลาดสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก ราคาน้ำมัน WTI (West Texas Intermediate — น้ำมันดิบมาตรฐานของสหรัฐฯ) ยืนอยู่ใกล้ $95 ต่อบาร์เรล หลังจากสหรัฐฯ โจมตีสถานที่ทางทหารของอิหร่านในคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา และมีรายงานว่า Drone Strike ทำให้ท่าเรือ Fujairah (ท่าเรือส่งออกน้ำมันสำคัญในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์) หยุดขนถ่ายน้ำมัน

ที่น่ากังวลกว่านั้น ช่องแคบ Hormuz (เส้นทางเดินเรือสำคัญที่สุดในโลกสำหรับการขนส่งน้ำมัน) ถูกรายงานว่า "ปิดโดยพฤตินัย" ส่งให้นักวิเคราะห์ต้องประเมินความเสี่ยงของ "วิกฤตพลังงานโลกยืดเยื้อ" ใหม่ทั้งหมด
ขณะเดียวกัน ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 5 ปี (US 5-Year Treasury Yield — อัตราดอกเบี้ยที่รัฐบาลต้องจ่ายให้นักลงทุนที่ซื้อพันธบัตร) ปรับตัวลงมาที่ 3.82% จากจุดสูงสุดที่ 3.87% ในวันพฤหัสบดี สะท้อนว่านักลงทุนกำลังหันมาซื้อพันธบัตรรัฐบาลเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้น
Strategy ซื้อ 22,337 BTC — ETF ดูดซับอีก 11,117 BTC
ท่ามกลางความไม่แน่นอน ฝั่งสถาบันยังคงสะสม Bitcoin อย่างต่อเนื่อง โดย Strategy (บริษัทซอฟต์แวร์ที่ถือ Bitcoin เป็นสินทรัพย์สำรองหลักของบริษัท ก่อนหน้านี้รู้จักในชื่อ MicroStrategy) ซื้อ Bitcoin เพิ่ม 22,337 BTC ในสัปดาห์ที่ผ่านมาเพียงสัปดาห์เดียว ขณะที่ Spot Bitcoin ETF (กองทุนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ที่ถือ Bitcoin จริง ไม่ใช่สัญญาอนุพันธ์) ที่จดทะเบียนในสหรัฐฯ มีเงินไหลเข้าสุทธิอีก 11,117 BTC
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ชี้ว่าแม้จะมีความต้องการจากสถาบัน แต่ความขาดความเชื่อมั่นในตลาด Derivatives ยังเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าจิตวิทยาตลาดหมียังไม่หมดไป
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com: เหตุการณ์นี้สืบเนื่องจากที่เราเคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้เกี่ยวกับการสะสม Bitcoin ของ Strategy และพฤติกรรมตลาด Derivatives ในช่วง Open Interest ต่ำ
👉 เซย์เลอร์ ส่งสัญญาณซื้อ Bitcoin ต่อเนื่อง 11 สัปดาห์ ดันคลังสะสมทะลุ 592,345 BTC
👉 Bitcoin Open Interest ดิ่งต่ำสุดรอบปี! สถาบันทิ้ง BTC หรือแค่พักฐานรอตัวเลขเศรษฐกิจ?
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: CoinTelegraph ภาพ cryptoslate.com
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict การที่ Bitcoin ทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุด 40 วันโดยมีแรงหนุนจากมหภาคอย่าง Nasdaq และราคาน้ำมัน ถือว่าน่าจับตามองไม่น้อย แต่สัญญาณ Futures Premium ที่แค่ 2% และ Options Skew ที่ 13% บอกเราได้อย่างชัดเจนว่า "โปรยังไม่ยอมวาง Guard" ความต้านทานที่แท้จริงจะอยู่ที่ว่าปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางและท่าทีของสหรัฐฯ ต่อ Strategic Bitcoin Reserve จะชัดเจนขึ้นเมื่อใด หาก Catalyst เหล่านี้คลี่คลายไปในทิศทางบวก ตลาด Derivatives อาจพลิกกลับมา Bullish ได้เร็วกว่าที่หลายคนคาด
Tags / คีย์เวิร์ด SEO: Bitcoin ราคา, Bitcoin Futures Premium, Bitcoin Options Deribit, Spot Bitcoin ETF, Strategy ซื้อ Bitcoin, US Strategic Bitcoin Reserve, Nvidia GTC 2026, วิกฤตน้ำมันอิหร่าน
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com