Michael Saylor เดินหน้า "HODL" เก็บเพิ่มอีก 22,337 BTC ดันพอร์ตรวม Strategy ทะลุ 7.6 แสนเหรียญ มูลค่าเฉียด 6 หมื่นล้านดอลลาร์
Strategy (บริษัทภายใต้การนำของ Michael Saylor) ยังคงตอกย้ำความเป็นผู้นำในการถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลระดับโลกอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดมีการเปิดเผยข้อมูลชุดใหญ่เกี่ยวกับการเข้าซื้อ Bitcoin (BTC) เพิ่มเติมครั้งมหาศาล ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่ไม่มีสั่นคลอนต่อสกุลเงินดิจิทัลอันดับหนึ่งของโลก แม้สภาวะตลาดจะมีความผันผวนเพียงใดก็ตาม
กวาดเพิ่มหมื่นล้านบาทในรอบเดียว
ตามรายงานล่าสุดระบุว่า Strategy ได้ทำการเข้าซื้อ Bitcoin เพิ่มเติมอีกจำนวน 22,337 BTC โดยใช้เม็ดเงินลงทุนสูงถึงประมาณ 1.57 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (หรือประมาณ 5.6 หมื่นล้านบาท) ซึ่งการเข้าซื้อในรอบนี้มีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 70,194 ดอลลาร์ต่อ BTC การขยับตัวครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในการอัดฉีดเงินทุนเข้าสู่ตลาดคริปโทเคอร์เรนซีครั้งใหญ่ที่สุดของบริษัทในช่วงต้นปี 2026
การเดินหน้าซื้อเพิ่มในระดับราคาเหนือ 70,000 ดอลลาร์ สะท้อนให้เห็นว่า Strategy ไม่ได้กังวลต่อการแกว่งตัวของราคาระยะสั้น แต่เน้นไปที่การสะสมจำนวนเหรียญ (Accumulation) เพื่อเป้าหมายในระยะยาวตามปรัชญา "Bitcoin is for everyone" ที่ Michael Saylor มักจะกล่าวอยู่เสมอ
เปิดสถิติพอร์ตปัจจุบัน: เจ้าพ่อวาฬตัวจริง
ข้อมูลสรุปยอดถือครองสะสม ณ วันที่ 15 มีนาคม 2026 พบว่าปัจจุบัน Strategy ถือครอง Bitcoin รวมทั้งสิ้นจำนวน 761,068 BTC ซึ่งถือเป็นจำนวนที่สูงที่สุดในบรรดาบริษัทมหาชนทั่วโลก โดยมีรายละเอียดตัวเลขที่น่าสนใจดังนี้:
มูลค่าเงินลงทุนรวมทั้งหมด: ประมาณ 5.76 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
ราคาต้นทุนเฉลี่ยสะสม (Average Entry Price): อยู่ที่ประมาณ 75,696 ดอลลาร์ต่อ BTC
รหัสหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้อง: $MSTR และ $STRC
สิ่งที่น่าสังเกตคือ ต้นทุนเฉลี่ยรวมของบริษัท (75,696 ดอลลาร์) ยังคงสูงกว่าราคาที่เข้าซื้อในรอบล่าสุดเล็กน้อย ซึ่งแสดงให้เห็นว่าบริษัทมีการเข้าซื้ออย่างต่อเนื่องในหลายช่วงราคา เพื่อเป็นการสร้างฐานที่มั่นคงในเชิงปริมาณสินทรัพย์ มากกว่าการเก็งกำไรส่วนต่างเพียงอย่างเดียว
สัญญาณต่อตลาดและนักลงทุน
การเคลื่อนไหวของ Michael Saylor ในครั้งนี้ส่งผลกระทบเชิงบวกต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนสถาบันรายอื่น ๆ เนื่องจาก Strategy เป็นบริษัทต้นแบบที่เปลี่ยนงบดุลของบริษัทจากเงินสดมาเป็น Bitcoin การเพิ่มสัดส่วนการถือครองจนเกือบแตะ 1 ล้านเหรียญในอนาคต อาจเป็นตัวเร่งให้บริษัทในตลาดหลักทรัพย์รายอื่น ๆ เริ่มพิจารณาการถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นทุนสำรองบ้าง
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางส่วนยังคงให้ความเห็นว่า กลยุทธ์การทุ่มสุดตัวของ Strategy มีความเสี่ยงสูงหากราคา Bitcoin เกิดการปรับฐานรุนแรง แต่สำหรับ Saylor และทีมงาน ดูเหมือนว่าคำว่า "ขาย" จะไม่อยู่ในพจนานุกรมของพวกเขาในเร็ว ๆ นี้แน่นอน
ต้องติดตามกันต่อไปว่า เป้าหมายถัดไปของ Strategy จะไปหยุดอยู่ที่ตรงไหน และตัวเลข 1 ล้านเหรียญ Bitcoin จะเกิดขึ้นภายในปีนี้หรือไม่ แต่ที่แน่ ๆ ในวันนี้โลกได้เห็นแล้วว่า Michael Saylor คือ "HODLer" ที่ใจถึงที่สุดในประวัติศาสตร์การเงินโลก