Binance เปิดพิมพ์เขียวฉลอง 9 ปี สลัดคราบกระดานเทรด มุ่งสู่ “Super App” ชำระเงินระดับโลก
15 July 2026ข่าวคริปโตโดย Rawiwarn Owattasanee

Binance เปิดพิมพ์เขียวฉลอง 9 ปี สลัดคราบกระดานเทรด มุ่งสู่ “Super App” ชำระเงินระดับโลก

Binance เว็บเทรดคริปโทเคอร์เรนซีรายใหญ่ที่สุดของโลก ประกาศทิศทางใหม่ผ่านปาก ชุนเยต์ แจน (Shunyet Jan) หัวหน้าฝ่าย Spot Trading และ Derivatives ของบริษัท ว่าการเติบโตในเฟสถัดไปจะไม่ได้มาจากการเทรดคริปโตเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่จะมาจากบริการด้านการชำระเงินและการเงินครบวงจร โดยมี Stablecoin (สกุลเงินดิจิทัลที่ตรึงมูลค่ากับสินทรัพย์อ้างอิง เช่น ดอลลาร์สหรัฐ เพื่อลดความผันผวน) เป็นตัวขับเคลื่อนหลัก คำเปิดเผยนี้มีขึ้นในบทสัมภาษณ์กับ CoinDesk เนื่องในโอกาสครบรอบ 9 ปีของ Binance เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 พูดง่ายๆ ก็คือ Binance กำลังจะไม่ใช่แค่ "เว็บเทรด" อีกต่อไป แต่อยากเป็น Super App ที่ผู้ใช้ทำได้ทุกอย่างในแอปเดียว

 

🚀 จาก "เว็บเทรด" สู่ "Super App" การเงินครบวงจร

 

แจนระบุว่า Binance ไม่ได้มองตัวเองเป็นเพียงเว็บเทรดคริปโตอีกต่อไป แต่ต้องการเป็น Super App (แอปพลิเคชันเดียวที่รวมบริการทางการเงินและไลฟ์สไตล์ไว้ครบวงจร คล้ายต้นแบบอย่าง WeChat ในจีน) ที่มีฟังก์ชันด้านการชำระเงินรวมอยู่ด้วย โดยให้เหตุผลว่าหากมองบริษัทในฐานะผู้ให้บริการชำระเงิน ขนาดของตลาดที่เข้าถึงได้จะใหญ่กว่าตลาดเทรดคริปโตเพียงอย่างเดียวมาก

 

การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนพฤติกรรมผู้ใช้ที่เปลี่ยนไป แม้การเทรดจะยังเป็นแกนหลักของธุรกิจ Binance แต่แจนชี้ว่า Stablecoin กำลังถูกใช้เพื่อโอนเงินและชำระค่าสินค้าบริการมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ได้เป็นเพียงสินทรัพย์สำหรับเก็งกำไรอีกต่อไป ซึ่งเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่กว่าการเทรดล้วนๆ

 

ในช่วงปีที่ผ่านมา Binance ได้ขยายบริการนอกเหนือจากการเทรด เช่น หุ้นแบบโทเคน (Tokenized Stocks หุ้นที่แปลงเป็นโทเคนดิจิทัลบนบล็อกเชน เพื่อให้ซื้อขายได้สะดวกขึ้น) และ ETF Spot (กองทุนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ที่ถือครองสินทรัพย์จริง) โดยมีเป้าหมายให้ผู้ใช้สามารถเทรด ชำระเงิน และเข้าถึงผลิตภัณฑ์การเงินได้ทั้งหมดโดยไม่ต้องออกจากระบบนิเวศของ Binance

 

💵 Stablecoin คือกุญแจสำคัญของการเติบโตรอบใหม่

 

แจนเล่าว่าพนักงาน Binance จำนวนมาก รวมถึงตัวเขาเอง เก็บสินทรัพย์ส่วนใหญ่ไว้บนเว็บเทรดแห่งนี้ เพราะสามารถใช้จ่ายผ่านบัตรเดบิตหรือทำธุรกรรมได้ตามต้องการโดยไม่ต้องโยกเงินออกไปที่อื่น สะท้อนแนวคิดว่าแพลตฟอร์มเดียวควรตอบโจทย์ทุกความต้องการทางการเงิน

 

ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นในจังหวะที่ธนาคารและบริษัทด้านการชำระเงินทั่วโลกเริ่มมอง Stablecoin เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการชำระบัญชี ไม่ใช่แค่เครื่องมือเทรดคริปโตอีกต่อไป สถาบันการเงินหลายแห่งก็กำลังขยายกลยุทธ์ด้านสินทรัพย์ดิจิทัลของตัวเองเช่นกัน

 

🌏 ทำไม "ตลาดเกิดใหม่" คือสนามรบหลัก

 

แจนระบุว่าความต้องการใช้บริการที่หลากหลายของ Binance นั้นแข็งแกร่งเป็นพิเศษในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) ซึ่งผู้ใช้จำนวนมากยังเข้าถึงระบบธนาคารหรือผลิตภัณฑ์การลงทุนได้อย่างจำกัด เขาถึงกับกล่าวว่าผู้ใช้บางส่วนไว้ใจ Binance มากกว่ารัฐบาลหรือธนาคารท้องถิ่นของตนเองเสียอีก ซึ่งเป็นคำกล่าวที่สะท้อนช่องว่างของระบบการเงินดั้งเดิมในหลายประเทศได้อย่างชัดเจน

 

📊 ตัวเลขที่สะท้อนความยิ่งใหญ่ในวัย 9 ปีของ Binance

 

ในโอกาสครบรอบ 9 ปี (นับจากก่อตั้งเมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2560) Binance รายงานว่าปัจจุบันมีผู้ใช้ลงทะเบียนแล้วกว่า 323 ล้านคนใน 100 กว่าประเทศทั่วโลก และมีมูลค่าการเทรดสะสมทะลุ 156 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (คำนวณตามอัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ 14 กรกฎาคม 2569 ที่ 33.53 บาทต่อดอลลาร์ จาก Trading Economics เท่ากับราว 5,230 ล้านล้านบาท) ตัวเลขเหล่านี้แม้จะไม่ได้อยู่ในบทสัมภาษณ์ของแจนโดยตรง แต่เป็นข้อมูลที่ Binance เปิดเผยควบคู่กันในโอกาสเดียวกัน และช่วยให้เห็นภาพขนาดของแพลตฟอร์มที่กำลังจะแปลงร่างเป็น Super App

 

🏦 Binance ไม่ใช่รายแรกที่คิดแบบนี้ — Coinbase ก็เดินเกมเดียวกัน

 

Binance ไม่ใช่เจ้าแรกที่พูดถึงแนวคิด Super App ในวงการคริปโต ไบรอัน อาร์มสตรอง (Brian Armstrong) ซีอีโอของ Coinbase เคยประกาศวิสัยทัศน์คล้ายกันมาตั้งแต่ปี 2566 (ค.ศ. 2023) โดยยกตัวอย่าง WeChat ของ Tencent (บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของจีน) ซึ่งปัจจุบันเป็น Super App ที่ใหญ่ที่สุดในโลกด้วยผู้ใช้กว่า 1,400 ล้านคน เป็นต้นแบบ และในปี 2568 (ค.ศ. 2025) อาร์มสตรองก็ย้ำเป้าหมายระยะยาวอีกครั้งว่า Coinbase ต้องการเป็น Super App ทางการเงินที่ให้บริการทั้งคริปโตและบริการการเงินอื่นๆ ควบคู่กันไป

 

📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com เหตุการณ์นี้สืบเนื่องจากที่เราเคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้เกี่ยวกับบทบาทที่เพิ่มขึ้นของ Stablecoin ในระบบการชำระเงินโลก
👉 Stablecoin ครองระบบจ่ายเงินอินเทอร์เน็ต! แซง Visa–Mastercard ในปริมาณธุรกรรม Onchain
และแนวโน้มที่สถาบันการเงินรายใหญ่เริ่มผลักดันหุ้นและ ETF เข้าสู่โลกดิจิทัล ซึ่งเป็นทิศทางเดียวกับที่ Binance กำลังทำ
👉 BlackRock เตรียมย้าย "หุ้นและ ETF" เข้าสู่กระเป๋าเงินดิจิทัล หลังบริหารสินทรัพย์ Crypto ทะลุ 1.5 แสนล้านดอลลาร์
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: CoinDesk / ภาพ coinlaw.io

 

💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict การที่ Binance เลือกใช้จังหวะครบรอบ 9 ปีประกาศวิสัยทัศน์ Super App สะท้อนว่าอุตสาหกรรมคริปโตกำลังเข้าสู่เฟสที่เน้น "การใช้งานจริง" มากกว่าการเก็งกำไรเพียงอย่างเดียว โดยเฉพาะบทบาทของ Stablecoin ที่ค่อยๆ กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินมากกว่าจะเป็นแค่เครื่องมือเทรด อย่างไรก็ตาม การแข่งขันสู่ตำแหน่ง Super App ไม่ได้มี Binance เป็นผู้เล่นเดียว ยังมี Coinbase และผู้เล่นรายอื่นที่มองเห็นโอกาสเดียวกัน สิ่งที่น่าจับตาต่อไปคือ Binance จะสามารถรักษาความไว้วางใจของผู้ใช้ในตลาดเกิดใหม่ไว้ได้อย่างไร ท่ามกลางกฎระเบียบด้านสินทรัพย์ดิจิทัลที่แต่ละประเทศยังคงพัฒนาไปในทิศทางที่แตกต่างกัน

 

🏷️ Tags / คีย์เวิร์ด SEO Binance, Super App, Stablecoin, Shunyet Jan, Coinbase, บิแนนซ์, ซูเปอร์แอปคริปโต, สเตเบิลคอยน์

คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง มูลค่าอาจผันผวนและผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวน บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน โปรดศึกษาข้อมูลให้รอบด้านก่อนตัดสินใจ

— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com