
Litecoin (LTC) คืออะไร เหรียญเงินคู่บารมี Bitcoin (อัปเดต 2026)
Litecoin (LTC) คือหนึ่งใน altcoin รุ่นแรกที่เก่าแก่ที่สุด สร้างโดย Charlie Lee รู้จักประวัติ สถานะการถอดออกจากเว็บเทรดไทย และ Canary Litecoin ETF
ราคา LTC วันนี้
ราคาบาท
1,888 บาท
มูลค่าตลาด
$4.37B
ปริมาณ 24 ชม.
$229.0M
ข้อมูลจาก CoinGecko ณ 24 ต.ค. 2569 18:31 น. · อัปเดตทุก 15 นาที
Litecoin (LTC) คือเหรียญคริปโตที่เกิดจากการนำโค้ดต้นฉบับของ Bitcoin มาปรับพารามิเตอร์บางจุดแล้วเปิดเครือข่ายแยกใหม่ทั้งหมดตั้งแต่เดือนตุลาคม 2011 โดย Charlie Lee อดีตวิศวกรซอฟต์แวร์ของ Google ทำให้เป็นหนึ่งใน altcoin (เหรียญคริปโตที่ไม่ใช่ Bitcoin) รุ่นแรกสุดที่ยังมีเครือข่ายทำงานต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ผ่านทั้งขาขึ้นและขาลงของตลาดมาแล้วหลายรอบโดยไม่เคยหยุดทำงานแม้แต่ครั้งเดียว
สิ่งที่ทำให้ Litecoin ต่างจาก altcoin ส่วนใหญ่ในตลาดคือมันไม่ได้พยายามเป็นคู่แข่งของ Bitcoin โดยตรง แต่วางตัวเป็นเครือข่ายพี่น้องที่ตั้งใจให้ "เบากว่าและเร็วกว่า" ตั้งแต่วันแรก คนในวงการเรียกความสัมพันธ์นี้ว่า Litecoin คือ "เงินเงิน" ในขณะที่ Bitcoin คือ "ทองคำ" อีกจุดที่น่าสนใจคือ Litecoin มักถูกใช้เป็นเครือข่ายทดลองฟีเจอร์ใหม่ก่อน Bitcoin หลายครั้ง ทั้ง SegWit และ Lightning Network ที่เปิดใช้งานบน Litecoin ก่อน Bitcoin หลายเดือน
Litecoin คืออะไร?
สรุปง่ายๆ สำหรับมือใหม่
ลองนึกภาพว่า Bitcoin คือรถบรรทุกที่ขนของได้เยอะแต่วิ่งช้า ทุก 10 นาทีถึงจะมีบล็อกใหม่มายืนยันธุรกรรม ส่วน Litecoin คือรถกระบะรุ่นเดียวกันแต่ปรับเครื่องให้วิ่งเร็วกว่า 4 เท่า สร้างบล็อกใหม่ทุก 2.5 นาที เพราะ Charlie Lee ตั้งใจออกแบบให้ Litecoin เหมาะกับการโอนเงินจำนวนน้อยบ่อยๆ (micropayment) มากกว่า Bitcoin ที่ในยุคนั้นเริ่มถูกมองว่าเหมาะกับการเก็บมูลค่าระยะยาวมากกว่าใช้จ่ายประจำวัน
โครงสร้างพื้นฐานแทบทุกอย่างของ Litecoin ก็อปปี้มาจาก Bitcoin ตรงๆ ไม่ว่าจะเป็นระบบ UTXO (โมเดลบัญชีที่ Bitcoin ใช้ติดตามว่าใครถือเหรียญอยู่เท่าไหร่ ต่างจากระบบบัญชีแบบยอดคงเหลือที่ธนาคารทั่วไปใช้) กลไก Proof-of-Work (การขุดโดยแข่งกันแก้โจทย์คณิตศาสตร์เพื่อยืนยันธุรกรรม) และเพดานจำนวนเหรียญที่ตายตัวไม่มีใครพิมพ์เพิ่มได้ตามใจ สิ่งที่ต่างไปคือตัวเลขพารามิเตอร์และอัลกอริทึมขุดที่ใช้คนละแบบกับ Bitcoin

ที่มา: เว็บไซต์ทางการ Litecoin (litecoin.org, กันยายน 2026)
ลักษณะสำคัญของ Litecoin
- บล็อกเร็วกว่า Bitcoin 4 เท่า สร้างบล็อกใหม่ทุก 2.5 นาที เทียบกับ Bitcoin ที่ 10 นาที ทำให้ได้รับการยืนยันธุรกรรม (confirmation) ครบ 6 ครั้งตามมาตรฐานความปลอดภัยทั่วไปในเวลาราว 15 นาที แทนที่จะต้องรอเกือบ 1 ชั่วโมงแบบ Bitcoin
- ใช้อัลกอริทึมขุด Scrypt แทน SHA-256 Scrypt เป็นอัลกอริทึมที่เน้นใช้หน่วยความจำ (memory-hard) ต่างจาก SHA-256 ของ Bitcoin ที่เน้นการประมวลผลดิบ ตอนออกแบบปี 2011 ตั้งใจให้ต้านทานฮาร์ดแวร์ขุดเฉพาะทางอย่าง ASIC (วงจรรวมที่ออกแบบมาทำงานอย่างเดียวโดยเฉพาะ) ได้ดีกว่า เพื่อให้คนทั่วไปใช้การ์ดจอ (GPU) ธรรมดาขุดแข่งกับฟาร์มขุดใหญ่ได้
- เพดานจำนวนเหรียญสูงสุด 84 ล้านเหรียญ มากกว่า Bitcoin ที่ 21 ล้านเหรียญพอดี 4 เท่า พารามิเตอร์แทบทุกตัวของ Litecoin คูณ 4 จากของ Bitcoin ทั้งจำนวนเหรียญและรอบ halving (เหตุการณ์ลดรางวัลบล็อกลงครึ่งหนึ่ง) ที่เกิดทุก 840,000 บล็อก เทียบกับ Bitcoin ที่ทุก 210,000 บล็อก แต่ด้วยบล็อกที่เร็วกว่า รอบ halving ของทั้งคู่จึงยังเกิดขึ้นห่างกันประมาณ 4 ปีเท่ากัน
- เป็นสนามทดลองเทคโนโลยีให้ Bitcoin หลายครั้ง Litecoin เปิดใช้ SegWit (Segregated Witness เทคนิคแยกข้อมูลลายเซ็นออกจากตัวธุรกรรมเพื่อเพิ่มความจุและปูทางอัปเกรดต่อ) ในเดือนพฤษภาคม 2017 ก่อน Bitcoin หลายเดือน และธุรกรรม Lightning Network (ระบบชำระเงินความเร็วสูงที่ทำงานอยู่เหนือเครือข่ายหลัก) แบบใช้เงินจริงครั้งแรกของโลกก็เกิดขึ้นบน Litecoin ไม่ใช่ Bitcoin
- มีฟีเจอร์ความเป็นส่วนตัวแบบเลือกใช้ได้ (opt-in) ผ่านการอัปเกรด MimbleWimble Extension Blocks หรือ MWEB ที่เปิดใช้งานปี 2022 ให้ผู้ใช้เลือกได้ว่าจะทำธุรกรรมแบบเปิดเผยข้อมูลเหมือนเดิม หรือทำธุรกรรมแบบซ่อนยอดเงินและที่อยู่กระเป๋าก็ได้
- มีองค์กรไม่แสวงหากำไรสนับสนุนชัดเจน คือ Litecoin Foundation จดทะเบียนที่สิงคโปร์ตั้งแต่ปี 2017 ต่างจากเหรียญ altcoin ยุคแรกหลายตัวที่ไม่มีองค์กรกลางคอยผลักดันการพัฒนาต่อเนื่อง

ที่มา: ภาพถ่ายของ Charlie Lee เผยแพร่แบบสาธารณสมบัติ (Wikimedia Commons)
ประวัติและสถิติคร่าวๆ
Charlie Lee เกิดที่ไอวอรีโคสต์ปี 2520 (1977) ในครอบครัวเชื้อสายจีน ย้ายมาอยู่สหรัฐฯ ตอนอายุประมาณ 13 ปี เรียนจบปริญญาตรีและปริญญาโทสาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์จาก MIT ก่อนเข้าทำงานที่ Google ระหว่างปี 2007-2013 โดยมีส่วนร่วมในโปรเจกต์อย่าง Chrome OS และทีมพัฒนา YouTube บนมือถือ ระหว่างทำงานที่ Google เขาเริ่มสนใจ Bitcoin และซื้อเก็บไว้ ก่อนจะลองสร้างเหรียญของตัวเองชื่อ Fairbrix ซึ่งเป็นการก็อปปี้เหรียญ Tenebrix ที่ล่มไปก่อนหน้านั้น ไม่กี่สัปดาห์หลัง Fairbrix ล้มเหลวเพราะช่องโหว่ทางเทคนิค Lee ก็เปิดตัว Litecoin แทน โดยเผยแพร่โค้ดต้นฉบับแบบโอเพนซอร์สบน GitHub วันที่ 7 ตุลาคม 2011 และเปิดเครือข่ายจริงให้ทำงานวันที่ 13 ตุลาคม 2011
หลังออก Litecoin ได้ 2 ปี Lee ลาออกจาก Google ไปร่วมงานกับ Coinbase เว็บเทรดคริปโตรายใหญ่ของสหรัฐฯ ในตำแหน่ง engineering manager และต่อมาขึ้นเป็น director of engineering ระหว่างปี 2013-2017 ก่อนจะออกมาโฟกัสกับ Litecoin เต็มตัว
เหตุการณ์ที่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของ Litecoin คือการเปิดใช้ SegWit วันที่ 10 พฤษภาคม 2017 ซึ่งเกิดขึ้นก่อน Bitcoin หลายเดือน (Bitcoin เปิดใช้ SegWit ในเดือนสิงหาคม 2017 หลังผ่านความขัดแย้งภายในชุมชนที่ยืดเยื้อกว่ามาก หรือที่รู้จักกันในชื่อ Block Size War) ไม่กี่ชั่วโมงหลัง Litecoin เปิดใช้ SegWit นักพัฒนา Bitcoin ชื่อ Christian Decker ก็ทำธุรกรรม Lightning Network แบบใช้เงินจริงครั้งแรกของโลกสำเร็จบนเครือข่าย Litecoin เป็นการโอนมูลค่าประมาณ 1.3 เซนต์สหรัฐฯ ระหว่างเมืองซูริกกับซานฟรานซิสโก และในเดือนพฤศจิกายนปีเดียวกัน ทีม Lightning Labs ก็ทำการแลกเปลี่ยนเหรียญข้ามเครือข่ายแบบไร้ตัวกลาง (atomic swap) ระหว่าง Bitcoin กับ Litecoin ได้สำเร็จเป็นครั้งแรกด้วย
อีกจุดเปลี่ยนสำคัญคือการอัปเกรด MimbleWimble Extension Blocks (MWEB) วันที่ 19 พฤษภาคม 2022 ที่บล็อกความสูง 2,257,920 พัฒนาโดย David Burkett ด้วยเงินทุนบริจาคจากชุมชนที่ Charlie Lee สมทบให้ในสัดส่วนเท่ากับที่ระดมได้ ทำให้ผู้ใช้ Litecoin เลือกทำธุรกรรมแบบซ่อนยอดเงินและที่อยู่กระเป๋าได้เป็นครั้งแรก

ที่มา: CoinGecko (coingecko.com, กันยายน 2026)
ราคา Litecoin เคลื่อนไหวยังไง
ราคา Litecoin มักเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกับ Bitcoin เป็นหลัก เพราะยังถูกจัดอยู่ในกลุ่มสินทรัพย์เสี่ยงเดียวกันที่นักลงทุนซื้อขายพร้อมกันเป็นกลุ่ม (correlated asset) แต่ก็มีปัจจัยเฉพาะตัวที่ทำให้ราคาผันผวนต่างจาก Bitcoin ได้ในบางช่วง
ปัจจัยที่ส่งผลต่อราคา Litecoin ในรอบหลังมีทั้งข่าวเกี่ยวกับสถานะกฎหมายในตลาดสหรัฐฯ (ปลายปี 2024 สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ SEC และหน่วยงานกำกับสินค้าโภคภัณฑ์ CFTC ของสหรัฐฯ จัดประเภท Litecoin เป็นสินค้าโภคภัณฑ์ (commodity) ไม่ใช่หลักทรัพย์ ซึ่งช่วยลดความไม่แน่นอนทางกฎหมายลงไปมาก) และข่าวเกี่ยวกับกองทุน ETF (Exchange-Traded Fund กองทุนที่ซื้อขายในตลาดหุ้นแทนที่จะต้องซื้อเหรียญโดยตรง) ที่ถือ Litecoin จริง เพราะ Litecoin เป็นหนึ่งในเหรียญกลุ่มแรกๆ ที่ได้รับการอนุมัติให้มี Spot ETF ในสหรัฐฯ นอกเหนือจาก Bitcoin และ Ethereum
อีกปัจจัยเฉพาะตัวที่ควรรู้คือความอ่อนไหวต่อข่าวลือและข่าวปลอม เพราะ Litecoin เคยเจอเหตุการณ์ราคาพุ่งแรงจากข่าวปลอมมาแล้วอย่างน้อย 1 ครั้งใหญ่ (รายละเอียดในหัวข้อ "เคยมีปัญหาอะไรบ้าง" ด้านล่าง) ซึ่งสะท้อนว่าเหรียญที่มีสภาพคล่องระดับกลางแบบ Litecoin อาจถูกข่าวเดี่ยวๆ ขยับราคาได้แรงกว่าเหรียญมูลค่าตลาดสูงสุดอย่าง Bitcoin หรือ Ethereum
ราคาปัจจุบันดูได้จากบล็อกราคาสดด้านบน อัปเดตทุก 15 นาทีจากข้อมูล CoinGecko
Litecoin น่าเชื่อถือแค่ไหน ปลอดภัยแค่ไหน
กลไกขุด Scrypt และความสัมพันธ์กับ Dogecoin ทำงานยังไง
ตอน Charlie Lee เลือกใช้ Scrypt แทน SHA-256 ในปี 2011 เหตุผลหลักคือ Scrypt เป็นอัลกอริทึมแบบ memory-hard (ต้องใช้หน่วยความจำสูงในการคำนวณ ไม่ใช่แค่ความเร็วของหน่วยประมวลผลอย่างเดียว) ซึ่งตอนนั้นเชื่อกันว่าจะทำให้สร้างฮาร์ดแวร์เฉพาะทางอย่าง ASIC มาขุด Scrypt ได้ยากกว่า SHA-256 ทำให้คนทั่วไปใช้การ์ดจอคอมพิวเตอร์ธรรมดาแข่งขุดกับฟาร์มขุดใหญ่ได้นานกว่า
แต่ในทางปฏิบัติ เป้าหมายนี้อยู่ได้ไม่นาน เพราะ ASIC สำหรับขุด Scrypt โดยเฉพาะเริ่มวางขายจริงตั้งแต่ราวปี 2014 เป็นต้นมา ทำให้การขุด Litecoin ก็เปลี่ยนไปอยู่ในมือฟาร์มขุด ASIC ขนาดใหญ่เช่นเดียวกับ Bitcoin ในที่สุด ข้อแตกต่างที่ยังคงอยู่คือ ASIC ที่ออกแบบมาขุด Scrypt กับ ASIC ที่ขุด SHA-256 ใช้งานแทนกันไม่ได้ เพราะเป็นวงจรคนละแบบ ทำให้เครือข่ายทั้งสองมีกลุ่มฮาร์ดแวร์ขุดแยกจากกันชัดเจน
จุดที่น่าสนใจและมักถูกมองข้ามคือ Litecoin กับ Dogecoin ใช้อัลกอริทึม Scrypt เดียวกัน ทำให้ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2014 เป็นต้นมา Dogecoin เปิดใช้เทคนิคที่เรียกว่า merged mining ผ่านโปรโตคอล AuxPoW (Auxiliary Proof-of-Work) ให้เหมืองขุดสามารถขุด Litecoin กับ Dogecoin พร้อมกันได้ในการคำนวณครั้งเดียว โดยไม่ต้องใช้ไฟฟ้าหรือฮาร์ดแวร์เพิ่ม ผลคือแรงขุด (hashrate) ของ Dogecoin เพิ่มขึ้นมากกว่า 1,500% ภายในเดือนเดียวหลังเปิดใช้ merged mining เพราะเหมืองขุดของ Litecoin ที่มีขนาดใหญ่กว่ามากผันตัวมาขุดคู่ให้ Dogecoin ด้วย ปัจจุบันแรงขุดของ Dogecoin ส่วนใหญ่ (สื่อรายงานตัวเลขราว 70% ขึ้นไป) มาจากการ merged mining กับ Litecoin นี่คือเหตุผลที่ความปลอดภัยของเครือข่าย Litecoin ไม่ได้ส่งผลแค่กับ LTC เท่านั้น แต่ยังเป็นเสาหลักด้านความปลอดภัยให้ Dogecoin โดยอ้อมด้วย

ที่มา: เว็บไซต์ทางการ Litecoin Foundation (litecoin.com, กันยายน 2026)
ใครควบคุม Litecoin
Litecoin ไม่มีบริษัทใดเป็นเจ้าของเครือข่ายโดยตรง เช่นเดียวกับ Bitcoin แต่มีองค์กรไม่แสวงหากำไรชื่อ Litecoin Foundation (Litecoin Foundation Ltd.) จดทะเบียนที่สิงคโปร์อย่างเป็นทางการตั้งแต่เดือนเมษายน 2017 ทำหน้าที่สนับสนุนงานพัฒนา ประชาสัมพันธ์ และผลักดันการยอมรับ Litecoin ในวงกว้าง โดยมีหน่วยงานเสริมจดทะเบียนเป็นองค์กรการกุศลตามกฎหมายสหรัฐฯ (มาตรา 501(c)(3)) ควบคู่ไปด้วย
Charlie Lee ยังคงมีบทบาทเป็น managing director ของ Litecoin Foundation มาจนถึงปัจจุบัน แม้จะไม่ได้ถือ LTC จำนวนมากแล้วก็ตาม การเปลี่ยนแปลงกฎของเครือข่ายต้องผ่านกระบวนการเสนอและถกเถียงในหมู่นักพัฒนาหลักและได้รับการยอมรับจากผู้ดูแลโหนด (node operator) และเหมืองขุดส่วนใหญ่ในเครือข่ายก่อน คล้ายกับกระบวนการของ Bitcoin เพราะ Litecoin สืบทอดโครงสร้างการตัดสินใจแบบกระจายศูนย์มาจาก Bitcoin โดยตรง
จุดที่น่าสนใจและหาไม่ได้ในเหรียญคริปโตส่วนใหญ่คือเรื่องราวของ Charlie Lee เอง วันที่ 20 ธันวาคม 2017 เขาประกาศผ่าน Reddit ว่าได้ขาย LTC เกือบทั้งหมดที่ถือครองอยู่ ให้เหตุผลว่าการที่เขาถือเหรียญจำนวนมากพร้อมกับใช้ Twitter แสดงความเห็นเกี่ยวกับ Litecoin เป็นความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (conflict of interest) เพราะทุกครั้งที่เขาทวีตเรื่องราคาหรือข่าว Litecoin เขามักถูกกล่าวหาว่าทำเพื่อประโยชน์ส่วนตัว ที่น่าสนใจคือช่วงเวลาที่เขาขายบังเอิญใกล้เคียงกับจุดสูงสุดของราคา Litecoin ในรอบนั้นที่ประมาณ 359 ดอลลาร์สหรัฐฯ เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2017 เพียง 2 วันก่อนประกาศ ทำให้มีคนบางส่วนตั้งข้อสงสัยว่าเขารู้จังหวะตลาดล่วงหน้าหรือไม่ แต่ไม่มีหลักฐานยืนยันข้อกล่าวหานี้ และ Lee ก็ยืนยันว่าจะยังทำงานพัฒนา Litecoin ต่อไปแม้ไม่ได้ถือเหรียญจำนวนมากแล้ว การตัดสินใจครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นจุดยืนที่หาได้ยากในวงการคริปโตที่ผู้ก่อตั้งส่วนใหญ่มักถือเหรียญจำนวนมากต่อไปแม้จะออกความเห็นสาธารณะเกี่ยวกับราคาอยู่เรื่อยๆ
Litecoin เคยมีปัญหาอะไรบ้าง
ต้องแยกให้ชัดก่อนว่าตัวเครือข่าย Litecoin ในระดับโปรโตคอลไม่เคยถูกแฮกจนสูญเสียเงินโดยตรงนับตั้งแต่เปิดใช้งานปี 2011 เช่นเดียวกับ Bitcoin ที่เป็นต้นแบบ เพราะสืบทอดโครงสร้างความปลอดภัยที่ผ่านการทดสอบมานานมาด้วย แต่ก็มีเหตุการณ์ที่ควรรู้อยู่หลายจุด

ที่มา: GitHub litecoin-project/litecoin (github.com, กันยายน 2026)
เหตุการณ์ข่าวปลอม Walmart กันยายน 2021 วันที่ 13 กันยายน 2021 มีการเผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์ปลอมผ่านบริการ GlobeNewswire อ้างว่า Walmart ห้างค้าปลีกยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ จะรับชำระเงินด้วย Litecoin ข่าวนี้ทำให้ราคา LTC พุ่งขึ้นเกือบ 30% แตะระดับสูงสุดที่ประมาณ 233.44 ดอลลาร์สหรัฐฯ ก่อนจะร่วงกลับลงมาอย่างรวดเร็วหลัง Walmart ออกมาปฏิเสธอย่างเป็นทางการว่าไม่มีความสัมพันธ์ใดๆ กับ Litecoin เหตุการณ์นี้สะท้อนความเสี่ยงของตลาดคริปโตที่ราคาสามารถถูกขยับได้ง่ายจากข้อมูลเท็จที่ยังไม่ผ่านการตรวจสอบ ไม่ใช่ความผิดพลาดทางเทคนิคของเครือข่าย Litecoin เอง
เหตุการณ์ฮาร์ดฟอร์ก Litecoin Cash กุมภาพันธ์ 2018 มีกลุ่มนักพัฒนาที่ไม่เกี่ยวข้องกับทีม Litecoin สร้างเหรียญใหม่ชื่อ Litecoin Cash (LCC) โดยแยกสายออกจากบล็อกเชน Litecoin ที่บล็อกความสูง 1,371,111 เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2018 แจกเหรียญให้ผู้ถือ LTC เดิมในอัตราส่วน 1 LTC ต่อ 10 LCC ที่ระดับ snapshot Charlie Lee ออกมาเตือนต่อสาธารณะว่าการฟอร์กที่ใช้ชื่อคล้าย Litecoin ลักษณะนี้สร้างความสับสนและมีความเสี่ยง เพราะการอ้างสิทธิ์เหรียญใหม่มักต้องนำ private key (กุญแจส่วนตัวที่ใช้ควบคุมกระเป๋าเงิน) ของกระเป๋า Litecoin เดิมไปนำเข้าในกระเป๋าเหรียญใหม่ ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่มิจฉาชีพมักใช้หลอกขโมยเหรียญจริงผ่านการฟอร์กปลอมลักษณะนี้ แม้ Litecoin Cash จะยังเปิดตัวสำเร็จ แต่ทีม Litecoin หลักไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ด้วย
ผลกระทบด้านกฎระเบียบจากฟีเจอร์ MWEB หลังเปิดใช้ MWEB ปี 2022 ที่ทำให้ผู้ใช้เลือกซ่อนข้อมูลธุรกรรมได้ Litecoin ถูกจัดประเภทเป็น "privacy coin" (เหรียญที่ออกแบบมาให้ซ่อนข้อมูลผู้ส่ง ผู้รับ หรือยอดโอนได้) ในหลายประเทศ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อการซื้อขายในไทยด้วย (รายละเอียดเต็มในหัวข้อ "ข้อควรรู้สำหรับคนไทย" ด้านล่าง) แม้จะไม่ใช่ปัญหาด้านความปลอดภัยของเครือข่าย แต่เป็นความเสี่ยงเชิงกฎระเบียบที่ผู้ถือ Litecoin ในไทยต้องรู้ไว้
ข้อดี-ข้อเสียของ Litecoin
ข้อดี
- อายุเครือข่ายยาวนานที่สุดตัวหนึ่งในวงการ ทำงานต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2011 โดยไม่เคยหยุดทำงาน ผ่านการทดสอบจากการใช้งานจริงมาหลายรอบตลาด
- ธุรกรรมเร็วกว่า Bitcoin และค่าธรรมเนียมโดยทั่วไปต่ำกว่า เหมาะกับการโอนเงินจำนวนไม่มากบ่อยครั้ง
- มีองค์กร Litecoin Foundation คอยผลักดันการพัฒนาต่อเนื่องอย่างเป็นระบบ ไม่ได้ปล่อยเครือข่ายลอยตัวแบบไม่มีใครดูแล
- มี Spot ETF ในตลาดสหรัฐฯ แล้วตั้งแต่ปลายปี 2025 เป็นสัญญาณว่าได้รับการยอมรับทางกฎหมายในระดับสถาบันมากขึ้น
- มีฟีเจอร์ความเป็นส่วนตัวให้เลือกใช้ผ่าน MWEB โดยไม่บังคับ ผู้ใช้ที่ไม่ต้องการก็ทำธุรกรรมแบบเปิดเผยข้อมูลตามปกติได้เหมือนเดิม
ข้อเสีย
- มูลค่าตลาดร่วงจากอันดับต้นๆ ในยุคแรกลงมาอยู่แถวอันดับ 28-30 ของตลาดในปี 2026 สะท้อนว่าความสนใจของตลาดกระจายไปยังเหรียญและ narrative ใหม่มากขึ้นเรื่อยๆ
- ฟีเจอร์ MWEB ที่เป็นจุดขายด้านความเป็นส่วนตัว กลับกลายเป็นอุปสรรคด้านกฎระเบียบในหลายประเทศรวมถึงไทย ทำให้เว็บเทรดบางแห่งเลือกถอด Litecoin ออกจากบริการ
- ไม่มีจุดขายทางเทคนิคที่โดดเด่นเฉพาะตัวเมื่อเทียบกับเหรียญรุ่นใหม่ เพราะโครงสร้างหลักยังอิงตาม Bitcoin เป็นส่วนใหญ่ ไม่ได้มีนวัตกรรมด้าน Smart Contract หรือ Scalability แบบเหรียญ Layer 1 ยุคหลัง
- ราคายังคงเคลื่อนไหวตาม Bitcoin เป็นหลัก ทำให้ไม่ได้ช่วยกระจายความเสี่ยงในพอร์ตได้มากเท่าที่ควร สำหรับผู้ที่ถือทั้ง Bitcoin และ Litecoin พร้อมกัน

ที่มา: Wikipedia หัวข้อ Litecoin (en.wikipedia.org, กันยายน 2026)
Litecoin แตกต่างจาก Bitcoin และ Altcoin อื่นยังไง
ตารางเปรียบเทียบ Litecoin vs Bitcoin
| คุณสมบัติ | Litecoin | Bitcoin |
|---|---|---|
| ปีเปิดตัวเครือข่าย | 2011 | 2009 |
| อัลกอริทึมขุด | Scrypt (memory-hard) | SHA-256 (compute-hard) |
| เวลาสร้างบล็อกใหม่ | 2.5 นาที | 10 นาที |
| จำนวนเหรียญสูงสุด | 84 ล้านเหรียญ | 21 ล้านเหรียญ |
| รอบ halving | ทุก 840,000 บล็อก (~4 ปี) | ทุก 210,000 บล็อก (~4 ปี) |
| SegWit เปิดใช้งาน | พฤษภาคม 2017 | สิงหาคม 2017 |
| ฟีเจอร์ความเป็นส่วนตัวระดับโปรโตคอล | มี MWEB (opt-in) ตั้งแต่ 2022 | ไม่มี |
| องค์กรสนับสนุนอย่างเป็นทางการ | Litecoin Foundation (สิงคโปร์, ตั้งปี 2017) | ไม่มีองค์กรกลาง |
| Spot ETF ในสหรัฐฯ | อนุมัติแล้ว เริ่มเทรด ต.ค. 2025 | อนุมัติแล้ว ม.ค. 2024 |
Litecoin vs Bitcoin ต่างกันตรงไหนที่สำคัญที่สุด
ความต่างที่ชัดที่สุดคือปรัชญาความเร็วกับความขาดแคลน Bitcoin ยึดหลักบล็อกช้าและเพดานเหรียญตายตัวที่ 21 ล้านเหรียญเพื่อความปลอดภัยและความขาดแคลนสูงสุดในฐานะสินทรัพย์เก็บมูลค่า ขณะที่ Litecoin ยอมแลกความช้าออกไปเพื่อให้ใช้งานจริงในชีวิตประจำวันได้คล่องตัวกว่า แต่ในทางปฏิบัติ พฤติกรรมของนักลงทุนส่วนใหญ่กลับปฏิบัติต่อ Litecoin เหมือนเป็น "Bitcoin เวอร์ชันย่อ" มากกว่าจะใช้งานตามจุดประสงค์ดั้งเดิมที่ตั้งใจไว้ ทำให้ราคาของทั้งคู่เคลื่อนไหวสัมพันธ์กันสูงมาก ต่างจากเหรียญ Smart Contract Platform อย่าง Ethereum หรือ Solana ที่มีปัจจัยขับเคลื่อนราคาจากการใช้งานแอปพลิเคชันบนเครือข่ายของตัวเองมากกว่า
อีกจุดที่ควรเข้าใจให้ชัดคือสถานะของ Litecoin ในฐานะ "เหรียญทดลอง" ให้ Bitcoin เพราะทีมพัฒนา Bitcoin มักระมัดระวังการเปลี่ยนแปลงกฎเครือข่ายสูงมาก เนื่องจากมูลค่าที่วิ่งอยู่บนเครือข่ายสูงกว่า Litecoin หลายเท่า การที่ Litecoin มีขนาดเล็กกว่าและกล้าเปิดใช้ฟีเจอร์ใหม่ก่อน ทำให้ชุมชน Bitcoin มีข้อมูลจากการใช้งานจริงมาประกอบการตัดสินใจก่อนนำมาปรับใช้กับเครือข่ายหลักของตัวเอง ความสัมพันธ์นี้ทำให้ Litecoin มีบทบาทที่มีคุณค่าเชิงเทคนิคต่อวงการ แม้จะไม่ได้สะท้อนออกมาเป็นมูลค่าตลาดที่สูงเสมอไปก็ตาม
เมื่อเทียบกับ altcoin ยุคแรกด้วยกันอย่าง Bitcoin Cash (BCH) ที่แยกตัวจาก Bitcoin ด้วยเหตุผลเรื่องขนาดบล็อก (Block Size War ปี 2017) Litecoin ต่างออกไปตรงที่ไม่ได้เกิดจากความขัดแย้งภายในชุมชน Bitcoin แต่เป็นเครือข่ายใหม่ที่ตั้งใจสร้างแยกออกมาตั้งแต่ต้นโดยไม่มีดราม่าการแยกสาย (fork) แบบ Bitcoin Cash หรือ Bitcoin SV และไม่มีประวัติความขัดแย้งภายในทีมแบบที่เกิดกับหลายเหรียญที่แยกตัวออกมาจาก Bitcoin ในภายหลัง

ที่มา: Bitkub Support Center (support.bitkub.com)
ข้อควรรู้สำหรับคนไทยที่ถือ Litecoin
Litecoin เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดตัวหนึ่งของผลกระทบจากกฎระเบียบไทยเรื่อง Privacy Coin ต่อ altcoin กระแสหลัก สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ของไทยมีประกาศห้ามผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลให้บริการเหรียญที่ออกแบบมาเพื่อปกปิดข้อมูลผู้ส่ง ผู้รับ หรือยอดโอน (Privacy Coin) ตามหลักเกณฑ์ ก.ล.ต. ที่ 4/2565
หลัง Litecoin เปิดใช้งาน MWEB ที่ให้ผู้ใช้เลือกซ่อนข้อมูลธุรกรรมได้ในเดือนพฤษภาคม 2022 เว็บเทรด Bitkub เริ่มขึ้นเครื่องหมายเตรียมถอดเหรียญตั้งแต่วันที่ 16 มิถุนายน 2565 ก่อนประกาศถอด Litecoin ออกจากบริการ (delist) อย่างเป็นทางการโดยมีผลจริงวันที่ 23 มิถุนายน 2565 เวลา 18:00 น. ตามประกาศทางการของ Bitkub โดยระบุเหตุผลชัดเจนว่า MWEB ทำให้ Litecoin เข้าข่ายเป็น Privacy Coin ที่ขัดกับหลักเกณฑ์ ก.ล.ต. ต่อมาในวันที่ 6 สิงหาคม 2024 Binance TH ก็ประกาศยุติบริการซื้อขายและฝากถอน Litecoin เช่นกัน (หยุดรับฝากทันที และปิดการถอนหลังวันที่ 6 พฤศจิกายน 2024) แม้ประกาศของ Binance TH จะไม่ได้ระบุเหตุผลตรงๆ ไว้เลย แต่ช่วงเวลาและรูปแบบที่คล้ายกับกรณี Bitkub ทำให้พอสันนิษฐานได้ว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับแนวทางการจัดการ Privacy Coin ของหน่วยงานกำกับดูแลไทยที่เข้มงวดขึ้นเรื่อยๆ อย่างไรก็ตามนี่เป็นการอนุมานจากบริบท ไม่ใช่เหตุผลที่ Binance TH ยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษร

ที่มา: Binance TH (binance.th, สิงหาคม 2024)
สิ่งที่คนไทยที่สนใจถือ Litecoin ต้องรู้คือ ปัจจุบันตัวเลือกเว็บเทรดที่ได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. ในไทยที่ยังให้บริการซื้อขาย Litecoin เหลือค่อนข้างจำกัดมาก ปัจจุบันยังไม่พบเว็บเทรดไทยรายใดที่เปิดให้ซื้อขาย LTC (ดูรายละเอียดในหัวข้อ "ซื้อได้ที่ไหนในไทย" ด้านล่าง) ข้อควรระวังเพิ่มเติมคือ แม้ผู้ใช้จะไม่เคยเปิดใช้ฟีเจอร์ MWEB เลย และทำธุรกรรมแบบเปิดเผยข้อมูลตามปกติตลอด แต่ตัวเหรียญ Litecoin ทั้งเครือข่ายก็ยังถูกจัดประเภทเป็น Privacy Coin ในสายตาหน่วยงานกำกับดูแล เพราะเกณฑ์การจัดประเภทดูที่ "ความสามารถ" ของเครือข่ายว่าทำได้หรือไม่ ไม่ได้ดูที่พฤติกรรมการใช้งานจริงของผู้ถือแต่ละราย
สำหรับผู้ที่ถือ Litecoin อยู่แล้วในกระเป๋าเงินส่วนตัว (self-custody) ไม่ได้ฝากไว้กับเว็บเทรดในไทย การถือครองยังทำได้ตามปกติ เพราะกฎเกณฑ์ ก.ล.ต. กำกับดูแลที่ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลในไทย ไม่ได้ห้ามการถือครองเหรียญของบุคคลทั่วไปโดยตรง แต่ก็ต้องแบกรับความเสี่ยงด้านสภาพคล่องเอง หากต้องการแปลงกลับเป็นเงินบาทในอนาคตแต่ไม่มีเว็บเทรดไทยรองรับแล้ว

ที่มา: Maxbit (maxbit.com, กันยายน 2026)
ซื้อ Litecoin ได้ที่ไหนในไทย
สถานะการซื้อขาย Litecoin ในเว็บเทรดไทยเปลี่ยนแปลงไปมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเนื่องจากประเด็น Privacy Coin ที่กล่าวถึงข้างต้น Bitkub ถอด Litecoin ออกจากบริการตั้งแต่มิถุนายน 2022 และ Binance TH ยุติบริการซื้อขาย Litecoin ตั้งแต่สิงหาคม 2024 ปัจจุบันจึงยังไม่พบเว็บเทรดไทยที่ได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. รายใดเปิดให้ซื้อขาย Litecoin
สำหรับผู้ที่ต้องการเข้าถือ Litecoin ผ่านช่องทางในตลาดหุ้นแทนการซื้อเหรียญโดยตรง ปัจจุบันมี Spot ETF ที่ถือ Litecoin จริงซื้อขายในตลาดหุ้นสหรัฐฯ แล้ว (Canary Litecoin ETF ภายใต้สัญลักษณ์ LTCC เริ่มซื้อขายบน Nasdaq ตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคม 2025) แต่ช่องทางนี้ต้องผ่านโบรกเกอร์ที่รองรับหุ้นและ ETF ต่างประเทศ ไม่ใช่ผ่านเว็บเทรดคริปโตทั่วไป และยังไม่แน่ชัดว่ามีโบรกเกอร์ไทยรายใดที่ให้บริการซื้อขาย ETF ตัวนี้โดยตรงหรือไม่
สำหรับผู้ที่ต้องการทยอยซื้อสม่ำเสมอในเหรียญที่ยังมีช่องทางซื้อขายในไทยอยู่ สามารถใช้ เครื่องมือคำนวณแผน DCA ของเรา เพื่อดูผลตอบแทนย้อนหลังตามจำนวนเงินและความถี่ที่ต้องการได้
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Litecoin กับ Bitcoin ใช้แทนกันได้ไหม
ใช้แทนกันไม่ได้โดยตรง เพราะเป็นเครือข่ายคนละเครือข่ายที่แยกจากกันโดยสิ้นเชิงตั้งแต่เปิดตัว การจะโอนมูลค่าระหว่างสองเครือข่ายต้องผ่านการแลกเปลี่ยนบนเว็บเทรด หรือใช้เทคนิคขั้นสูงอย่าง atomic swap ที่นักพัฒนา Lightning เคยสาธิตให้ดูตั้งแต่ปี 2017 แต่ยังไม่ใช่ฟีเจอร์ที่คนทั่วไปใช้งานเป็นประจำ
ทำไม Litecoin ถึงถูกเรียกว่า "เงินเงิน" ของ Bitcoin
การเปรียบเทียบนี้มาจากความสัมพันธ์เชิงประวัติศาสตร์และความสัมพันธ์ของราคาที่เคลื่อนไหวตาม Bitcoin เป็นหลักมาตลอด คล้ายกับที่โลหะเงินมักถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์รองจากทองคำ อย่างไรก็ตามในปี 2026 มูลค่าตลาดของ Litecoin ร่วงลงมาอยู่นอกกลุ่ม 20 อันดับแรกแล้ว ทำให้การเปรียบเทียบนี้ในปัจจุบันสะท้อนสถานะเชิงประวัติศาสตร์และความสัมพันธ์ด้านราคามากกว่าจะสะท้อนความสำคัญเชิงมูลค่าตลาดในปัจจุบัน
MWEB ปลอดภัยแค่ไหน บังคับใช้ไหม
MWEB เป็นฟีเจอร์แบบเลือกใช้ (opt-in) ทั้งหมด ผู้ใช้ที่ไม่เปิดใช้งานจะทำธุรกรรมแบบเปิดเผยข้อมูลตามปกติเหมือนเดิมทุกประการ ไม่มีผลกระทบใดๆ ในแง่เทคนิค MWEB ผ่านการพัฒนาหลายปีก่อนเปิดใช้จริง และหลังเปิดใช้ก็มีผู้ใช้ล็อกเหรียญเข้าไปในฟีเจอร์นี้จำนวนมากรวมถึงมีโหนดและเหมืองขุดส่วนใหญ่ในเครือข่ายรองรับ อย่างไรก็ตามในแง่กฎหมาย การมีฟีเจอร์นี้ทำให้ Litecoin ทั้งเหรียญถูกจัดเป็น Privacy Coin ในหลายประเทศรวมถึงไทยตามที่อธิบายไว้ข้างต้น

ที่มา: Canary Capital เว็บไซต์ทางการ Canary Litecoin ETF (canaryetfs.com, กันยายน 2026)
Litecoin ยังมีการพัฒนาต่อเนื่องอยู่ไหม หรือหยุดนิ่งไปแล้ว
Litecoin Foundation ยังทำงานสนับสนุนการพัฒนาต่อเนื่อง เครือข่ายยังทำงานปกติไม่เคยหยุดชะงักตั้งแต่เปิดตัวปี 2011 และล่าสุดก็มีความคืบหน้าเชิงกฎระเบียบสำคัญคือการได้รับสถานะสินค้าโภคภัณฑ์จาก SEC/CFTC สหรัฐฯ ปลายปี 2024 และการเปิดตัว Spot ETF ในตลาดสหรัฐฯ ปลายปี 2025 แต่ในแง่นวัตกรรมทางเทคนิคระดับโปรโตคอล ต้องยอมรับว่าจังหวะการอัปเดตช้าลงเมื่อเทียบกับช่วงปี 2017-2022 ที่มีทั้ง SegWit และ MWEB ทยอยเปิดใช้
เหรียญ Litecoin Cash คือ Litecoin ตัวเดียวกันไหม
ไม่ใช่ Litecoin Cash (LCC) เป็นเหรียญที่แยกสายออกมาจากบล็อกเชน Litecoin โดยกลุ่มนักพัฒนาภายนอกในเดือนกุมภาพันธ์ 2018 ไม่มีความเกี่ยวข้องกับทีม Litecoin หรือ Litecoin Foundation แต่อย่างใด และ Charlie Lee เองก็เคยออกมาเตือนต่อสาธารณะว่าการฟอร์กลักษณะนี้สร้างความสับสนให้นักลงทุน
ซื้อ Litecoin ต้องใช้เงินเท่าไหร่ถึงจะเริ่มได้
เว็บเทรดที่รองรับ Litecoin ส่วนใหญ่ให้ซื้อเป็นเศษส่วนของเหรียญได้เหมือนเหรียญคริปโตทั่วไป ไม่จำเป็นต้องซื้อครบ 1 LTC เริ่มต้นได้ตั้งแต่หลักสิบถึงหลักร้อยบาทขึ้นอยู่กับเว็บเทรดแต่ละเจ้าที่ยังให้บริการอยู่
Litecoin กับ Litecoin ETF (LTCC) ต่างกันยังไง
Litecoin คือตัวเหรียญคริปโตที่ซื้อขายได้บนเว็บเทรดคริปโตหรือถือในกระเป๋าเงินส่วนตัวโดยตรง ส่วน LTCC คือกองทุน ETF ที่ถือ Litecoin จริงไว้เป็นสินทรัพย์อ้างอิง แล้วขายหน่วยลงทุนให้นักลงทุนซื้อขายผ่านบัญชีหุ้นในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ได้โดยไม่ต้องเปิดกระเป๋าเงินคริปโตหรือผ่านเว็บเทรดคริปโตเอง เหมาะกับนักลงทุนสถาบันหรือผู้ที่คุ้นเคยกับการลงทุนผ่านช่องทางตลาดหุ้นมากกว่า
ทำไมเว็บเทรดไทยถึงถอด Litecoin ออกทั้งที่เป็นเหรียญเก่าแก่และเป็นที่รู้จักดี
สาเหตุหลักมาจากฟีเจอร์ MWEB ที่เปิดใช้ปี 2022 ทำให้ Litecoin เข้าข่ายเป็น Privacy Coin ตามเกณฑ์ของ ก.ล.ต. ไทย ไม่ได้เกี่ยวข้องกับความน่าเชื่อถือของเครือข่ายหรือทีมพัฒนาแต่อย่างใด เป็นประเด็นด้านกฎระเบียบล้วนๆ ที่ส่งผลกับ Litecoin เช่นเดียวกับที่เคยส่งผลกับเหรียญ Privacy Coin อื่นอย่าง Monero หรือ Zcash มาก่อนหน้านี้แล้ว
สรุป: Litecoin เหมาะกับใคร
Litecoin เหมาะกับผู้ที่สนใจศึกษาประวัติศาสตร์และวิวัฒนาการของเทคโนโลยี Blockchain มากกว่าเหรียญคริปโตทั่วไป เพราะเป็นหนึ่งในไม่กี่เหรียญที่มีบทบาทเป็นสนามทดลองเทคโนโลยีสำคัญให้ Bitcoin จริงๆ ทั้ง SegWit และ Lightning Network รวมถึงผู้ที่ต้องการเหรียญที่มีอายุเครือข่ายยาวนานและมีประวัติการทำงานต่อเนื่องมั่นคง สำหรับนักลงทุนที่มองหาการกระจายความเสี่ยงในพอร์ต ควรเข้าใจว่าราคา Litecoin ยังคงเคลื่อนไหวสัมพันธ์กับ Bitcoin สูงมาก ไม่ได้ช่วยกระจายความเสี่ยงได้มากเท่าเหรียญที่มีปัจจัยขับเคลื่อนราคาเป็นของตัวเองอย่างชัดเจน
สำหรับคนไทยโดยเฉพาะ จุดที่ต้องพิจารณาเป็นพิเศษก่อนตัดสินใจถือ Litecoin คือประเด็นด้านกฎระเบียบเรื่อง Privacy Coin ที่ทำให้ช่องทางซื้อขายผ่านเว็บเทรดไทยที่ได้รับใบอนุญาตแคบลงกว่าเหรียญคริปโตกระแสหลักอื่นๆ อย่างมีนัยสำคัญ ผู้ที่สนใจควรตรวจสอบสถานะการลิสต์เหรียญล่าสุดกับเว็บเทรดที่ตนใช้งานอยู่เสมอ ก่อนวางแผนซื้อขายหรือถือครองในระยะยาว