Ethereum Classic (ETC) คืออะไร ต่างจาก Ethereum ยังไง (อัปเดต 2026)

Ethereum Classic (ETC) คืออะไร ต่างจาก Ethereum ยังไง (อัปเดต 2026)

Ethereum Classic (ETC) คือเครือข่ายดั้งเดิมที่แยกตัวจาก Ethereum หลังเหตุการณ์ DAO Hack 2016 ยังคงใช้ Proof-of-Work ยึดหลัก "Code is Law" รู้จักความเสี่ยง 51% attack และซื้อ ETC ได้ที่ไหนในไทย

ราคา ETC วันนี้

$7.61▼ 3.22%

ราคาบาท

256 บาท

มูลค่าตลาด

$1.21B

ปริมาณ 24 ชม.

$36.0M

ข้อมูลจาก CoinGecko ณ 24 ต.ค. 2569 18:31 น. · อัปเดตทุก 15 นาที

Ethereum Classic (ETC) คือเหรียญคริปโตที่หลายคนรู้จักในฐานะ "เหรียญที่แยกออกมาจาก Ethereum" แต่คำถามที่สำคัญกว่าคือ ผ่านมาเกือบ 10 ปีหลังแยกเชน ETC ยังมีตัวตนอยู่จริงไหมในตลาดวันนี้ ใครยังถือ ใครยังขุด และปลอดภัยแค่ไหนถ้าจะซื้อเก็บ

ณ วันที่ 29 สิงหาคม 2026 ข้อมูลจาก CoinGecko ระบุว่า ETC ซื้อขายอยู่ที่ราคาประมาณ 7.48 ดอลลาร์สหรัฐ มูลค่าตลาดประมาณ 1,183 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อันดับที่ประมาณ #66 ของตลาดคริปโตทั้งหมด ปริมาณซื้อขาย 24 ชั่วโมงประมาณ 41.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เหรียญหมุนเวียนราว 158 ล้าน ETC จากเพดานสูงสุด 210.7 ล้านเหรียญ (ขุดออกมาแล้วราว 75%) จุดสูงสุดตลอดกาลอยู่ที่ 167.09 ดอลลาร์เมื่อพฤษภาคม 2021 ตอนนี้ราคาต่ำกว่าจุดนั้นกว่า 95%

ราคาและมูลค่าตลาด Ethereum Classic (ETC) แบบสดจาก CoinGecko

ที่มา: CoinGecko (15 กันยายน 2026)

จุดกำเนิดสั้นๆ อ่านฉบับเต็มได้ที่ /basic

ETC เกิดจาก The DAO Hack เดือนมิถุนายน 2016 ที่แฮกเกอร์ใช้ช่องโหว่ reentrancy ในโค้ด Smart Contract ของ The DAO ดูดเงินออกไปจำนวนมาก จนชุมชน Ethereum แตกเป็นสองฝ่าย ฝ่ายที่ทำ Hard Fork ย้อนประวัติเพื่อคืนเงินกลายเป็น Ethereum (ETH) ที่ใช้กันทุกวันนี้ ส่วนฝ่ายที่ยึดว่าบล็อกเชนต้องแก้ประวัติไม่ได้เด็ดขาดยังเดินหน้าเชนเดิมต่อในชื่อ Ethereum Classic (ETC)

เรื่องนี้ทีม Bitcoin Addict เล่าไว้ละเอียดทีละขั้นแล้วในบทความ Smart Contract คืออะไร ทำงานยังไงโดยไม่ต้องมีคนกลาง ทั้งกลไกช่องโหว่ reentrancy และเหตุการณ์ Parity Wallet ปี 2017 ที่เป็นบทเรียนคู่กัน ใครอยากรู้รายละเอียดเต็มตามไปอ่านต่อได้เลย บทความนี้จะไม่เล่าซ้ำ แต่จะพาไปดูว่าเชนที่ "ไม่ยอมแก้ประวัติศาสตร์" สายนี้วันนี้ยังมีตัวตนอยู่จริงแค่ไหน

จุดยืน "Code is Law" ที่ยังนิยาม ETC จนถึงวันนี้

สิ่งที่ทำให้ ETC ต่างจาก ETH ไม่ใช่แค่ประวัติศาสตร์ แต่คือปรัชญาที่ยังยึดถืออยู่ ชุมชน ETC เชื่อว่าธุรกรรมบนบล็อกเชนต้องคงเดิมตลอดกาล (Immutability) แม้ผลลัพธ์จะดูไม่ยุติธรรมก็ตาม เพราะถ้าแก้ประวัติศาสตร์ได้ครั้งหนึ่งด้วยเหตุผลที่ฟังขึ้น ก็ไม่มีอะไรการันตีว่าจะไม่มีครั้งต่อไป หลักคิดนี้เรียกว่า "Code is Law" และยังเป็นจุดขายหลักของ ETC มาตลอด แม้จะแลกมาด้วยมูลค่าตลาดที่ทิ้งห่างจาก ETH มหาศาล

PoW vs PoS จุดต่างที่ใหญ่กว่าที่คิด

  • Ethereum (ETH) เปลี่ยนจาก Proof-of-Work มาเป็น Proof-of-Stake เต็มรูปแบบตั้งแต่ "The Merge" กันยายน 2022 เลิกใช้การขุดด้วยการ์ดจอ ลดการใช้พลังงานลงกว่า 99.95% ผู้ร่วมยืนยันธุรกรรมต้องฝาก (Stake) ETH ขั้นต่ำ 32 เหรียญแทนการขุด
  • Ethereum Classic (ETC) ยังใช้ Proof-of-Work ต่อด้วยอัลกอริทึม Etchash (ต่อยอดจาก Ethash เดิม) เครือข่ายยังพึ่งการ์ดจอ (GPU) และ ASIC เฉพาะทาง เช่น Bitmain Antminer E11 hashrate เครือข่ายผันผวนสูงตามธรรมชาติ ช่วงหลังเคลื่อนไหวอยู่ราว 115-200 TH/s

ETC จึงกลายเป็นหนึ่งในไม่กี่เชนใหญ่ที่ยัง "ขุดด้วยการ์ดจอได้จริง" ต่างจาก ETH ที่ปิดประตูการขุดถาวรแล้ว นี่คือเหตุผลสำคัญที่ยังมีคนสนใจ ETC อยู่ถึงวันนี้

สถิติเครือข่ายและ Hashrate ของ Ethereum Classic (ETC) แบบสดจาก Minerstat

ที่มา: Minerstat (15 กันยายน 2026)

ประวัติโดน 51% Attack หลายรอบ จุดอ่อนที่ปฏิเสธไม่ได้

เครือข่าย ETC เคยถูกโจมตีแบบ 51% attack มาแล้วจริงหลายครั้ง ไม่ใช่แค่ทฤษฎี (ผู้ไม่หวังดีรวบรวม hashrate เกินครึ่งเครือข่ายจนย้อน/ปลอมประวัติธุรกรรมได้ มักใช้ทำ Double Spending) ครั้งแรกเกิดวันที่ 5 และ 7 มกราคม 2019 แฮกเกอร์ double spend เหรียญไปราว 219,500 ETC คิดเป็นมูลค่าประมาณ 1.1 ล้านดอลลาร์ ต่อมาในเดือนสิงหาคม 2020 เครือข่ายโดนซ้ำถึง 3 ครั้งในเวลาไม่ถึงสัปดาห์ ครั้งแรก (31 ก.ค. ถึง 1 ส.ค.) double spend ไปราว 800,000 ETC มูลค่าประมาณ 5.6 ล้านดอลลาร์ ครั้งที่สอง (5-6 ส.ค.) double spend สำเร็จ 238,306 ETC มูลค่าประมาณ 1.68 ล้านดอลลาร์ รวมความเสียหายทั้ง 3 ครั้งในเดือนนั้นราว 9 ล้านดอลลาร์ สาเหตุหลักคือ hashrate ของเครือข่ายเล็กกว่า Bitcoin หรือ Ethereum (สมัยยังเป็น PoW) มาก ทำให้ต้นทุนเช่ากำลังขุดมาโจมตีถูกกว่าเชนใหญ่มาก หลังเหตุการณ์นี้เว็บเทรดใหญ่หลายแห่งต้องปรับเพิ่มจำนวนบล็อกยืนยันก่อนอนุมัติฝาก ETC ให้สูงขึ้นมาก

ใครยังขุด ใครยังถือ ETC และทำไม

นักขุดที่ย้ายมาจาก Ethereum เมื่อ ETH เปลี่ยนเป็น Proof-of-Stake กันยายน 2022 นักขุดการ์ดจอ ETH หลายแสนเครื่องต้องหาเชนใหม่ทันที ส่วนหนึ่งย้ายมา ETC เพราะใช้อัลกอริทึมตระกูลเดียวกัน ไม่ต้องเปลี่ยนฮาร์ดแวร์ นี่คือเหตุผลหลักที่เครือข่าย ETC ยังมีกำลังขุดพยุงอยู่ได้

ผู้ถือตามอุดมการณ์ Code is Law อีกกลุ่มที่ยังถือ ETC จริงคือคนที่เชื่อ Immutability แบบสุดโต่ง มองว่า ETC คือ "Ethereum สายแท้" กลุ่มนี้มักถือระยะยาว ไม่ซื้อขายบ่อย

ผลิตภัณฑ์สถาบัน Grayscale บริษัทจัดการสินทรัพย์ดิจิทัลรายใหญ่ของสหรัฐฯ มีผลิตภัณฑ์ Grayscale Ethereum Classic Trust (เทรดในตลาด OTC ชื่อย่อ ETCG) ให้นักลงทุนสถาบันเข้าถึง ETC ผ่านช่องทางที่กำกับดูแล ยังเปิดดำเนินการต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2017 ข้อมูลปลายเดือนสิงหาคม 2026 ทรัสต์นี้มีมูลค่าทรัพย์สินภายใต้การจัดการ (AUM) ประมาณ 84 ล้านดอลลาร์ คู่ขนานกับทรัสต์ BTC/BCH/ETH ที่มีอยู่แล้ว

สถิติเครือข่ายสดของ Ethereum Classic (ETC) จำนวนบล็อกล่าสุด ธุรกรรม และที่อยู่กระเป๋าจาก Blockscout

ที่มา: Blockscout, etc.blockscout.com (15 กันยายน 2026)

ความเสี่ยงที่ต้องรู้ก่อนถือหรือเทรด ETC

  • 51% attack ซ้ำ แม้ไม่มีเหตุการณ์ใหญ่ระดับ 2019-2020 ซ้ำในช่วง 1-2 ปีหลัง แต่ hashrate ยังเล็กกว่าเชนใหญ่มาก ความเสี่ยงเชิงโครงสร้างยังอยู่
  • สภาพคล่องเล็กกว่า ETH มาก ราคาผันผวนง่ายกว่าเมื่อมีแรงซื้อขายก้อนใหญ่
  • ระบบนิเวศ DeFi/NFT ไม่คึกคักเท่า ETH แม้รองรับ Smart Contract แบบเดียวกันในทางเทคนิค
  • ราคายังผูกกับทิศทางตลาดคริปโตรวมสูง ไม่มีปัจจัยเฉพาะตัวที่แข็งพอสวนตลาดได้บ่อย

สถานะซื้อขาย ETC ในไทย

ETC มีจุดเชื่อมกับตลาดไทยเชิงประวัติศาสตร์ สื่อไทยหลายแห่ง (เช่น บทความทางการของ Bitkub, Kapook, Finnomena) รายงานตรงกันว่าเดือนมิถุนายน 2018 ก.ล.ต. ให้ความชัดเจนเรื่องกลุ่มเหรียญดิจิทัลชุดแรกที่ใช้อ้างอิงได้ในช่วงเริ่มต้นกฎหมายสินทรัพย์ดิจิทัล รวม 7 สกุล คือ Bitcoin, Bitcoin Cash, Ethereum, Ethereum Classic, Litecoin, Ripple และ Stellar (ยังไม่พบตัวประกาศทางการฉบับเต็มที่ระบุรายชื่อนี้โดยตรง เป็นข้อมูลที่สื่อหลายเจ้าอ้างตรงกันแต่ยังไม่ใช่ primary source ควรอ่านด้วยความระมัดระวัง)

ปัจจุบัน Binance TH (โดย Gulf Binance) และ Orbix มี ETC ให้เทรด ส่วน Bitkub และ Bitazza ไม่มี ETC ให้ซื้อขายในตอนนี้

สรุปคือ ETC ยังพอหาซื้อได้ในไทยผ่าน Binance TH และ Orbix แต่ไม่ใช่เหรียญที่ทุกเว็บเทรดไทยหลักลิสต์ไว้เหมือน Bitcoin หรือ Ethereum แล้ว

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Ethereum Classic ต่างจาก Ethereum ตรงไหนในทางปฏิบัติวันนี้

ต่างกันหลักๆ 2 เรื่อง คือกลไกฉันทามติ (ETC ยังใช้ Proof-of-Work ส่วน ETH เปลี่ยนเป็น Proof-of-Stake ตั้งแต่ปี 2022) และจุดยืนเรื่อง Immutability (ETC ไม่เคยแก้ประวัติศาสตร์เลยตั้งแต่แยกเชน ส่วน ETH เคย Hard Fork แก้ในเหตุการณ์ The DAO)

ETC เคยโดนแฮกหรือโจมตีมาก่อนไหม

เคย รายละเอียดเหตุการณ์ทั้งสองรอบอธิบายไว้แล้วในหัวข้อด้านบน สิ่งที่ควรรู้เพิ่มคือความเสี่ยงนี้ยังไม่ถูกแก้ที่ต้นตอ เพราะ ETC ยังใช้กลไก Proof-of-Work แบบเดิม ต่างจาก Ethereum (ETH) ที่เปลี่ยนไปใช้ Proof-of-Stake ตั้งแต่ปี 2022 แล้วซึ่งไม่มีความเสี่ยง 51% attack แบบเดียวกันอีกต่อไป ผู้ถือ ETC ระยะยาวจึงควรรับรู้ว่าความเสี่ยงเชิงโครงสร้างนี้ยังคงอยู่ ไม่ใช่แค่เหตุการณ์ในอดีตที่จบไปแล้ว

ซื้อ ETC ในไทยได้ที่ไหนบ้าง

ปัจจุบันซื้อขายได้ผ่าน Binance TH และ Orbix ส่วน Bitkub และ Bitazza ยังไม่มีคู่เทรด ETC/THB ให้บริการ

สรุป Ethereum Classic เหมาะกับใคร

ETC เหมาะกับนักลงทุนที่สนใจแนวคิด "Code is Law" ต้องการถือสินทรัพย์ที่ยังคง Proof-of-Work และความไม่เปลี่ยนแปลงของประวัติธุรกรรมแบบสุดโต่ง รวมถึงกลุ่มที่สนใจขุดคริปโตด้วยการ์ดจอในยุคที่เชนใหญ่อย่าง Ethereum เลิกรองรับการขุดไปแล้ว

สำหรับนักลงทุนทั่วไปที่มองหาระบบนิเวศคึกคักหรือสภาพคล่องสูง ETC อาจไม่ใช่ตัวเลือกอันดับต้นๆ เพราะมูลค่าตลาดและการใช้งานจริงห่างจาก ETH มาก อีกทั้งมีประวัติโดน 51% attack มาก่อนจริง ก่อนตัดสินใจถือควรเข้าใจทั้งจุดยืนเชิงอุดมการณ์และความเสี่ยงเชิงเทคนิคให้ครบ ไม่ใช่ซื้อเพียงเพราะคุ้นชื่อจากการเป็น "ญาติ" ของ Ethereum เท่านั้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าว Ethereum (ETH) ทั้งหมด →