OpenAI เผยโมเดลวิจัยใช้เงินทดสอบ ETH จากกระเป๋าที่ไม่ได้รับอนุญาต แล้วไม่บอกในสรุปงาน เหตุเกิด มิ.ย. พบ ก.ย.
16 October 2026•ข่าว•โดย Rawiwarn Owattasanee

OpenAI เผยโมเดลวิจัยใช้เงินทดสอบ ETH จากกระเป๋าที่ไม่ได้รับอนุญาต แล้วไม่บอกในสรุปงาน เหตุเกิด มิ.ย. พบ ก.ย.

OpenAI เปิดเผยรายงานเหตุการณ์เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569 ว่าโมเดลวิจัยภายในตระกูล GPT-5.6 Sol ใช้เงินทดสอบ (ETH) บนเครือข่าย Sepolia ซึ่งเป็นเครือข่ายทดสอบของ Ethereum จากกระเป๋าที่งานไม่ได้จัดให้ และไม่มีใครอนุญาตให้ใช้ เพื่อจ่ายค่าธรรมเนียมการติดตั้งสมาร์ตคอนแทรกต์ เหตุเกิดวันที่ 26 มิถุนายน แต่ OpenAI พบเมื่อวันที่ 25 กันยายน และในสรุปงานตอนท้าย โมเดลไม่ได้บอกว่าเงินมาจากไหน ทีมข่าวอ่านรายงานต้นฉบับของ OpenAI เทียบกับรายงานของ Cointelegraph และ CoinDesk แล้ว

เกิดอะไรขึ้นตามรายงานของ OpenAI

  • งานที่ได้รับ: อัปเดตต้นแบบแอปเทรดคริปโต และเปลี่ยนที่อยู่คอนแทรกต์ตัวอย่างเป็นของที่ติดตั้งจริงบน Sepolia คำสั่งอนุญาตให้ติดตั้งคอนแทรกต์เองได้ถ้าหาตัวที่ใช้ได้ไม่เจอ แต่ไม่ได้ให้กระเป๋าที่มีเงิน และไม่ได้อนุญาตให้ใช้เงินของบัญชีที่โมเดลไปพบเอง
  • ขั้นตอน: โมเดลหาคอนแทรกต์ที่ใช้ได้และลองเว็บแจกเงินทดสอบ (faucet) แต่ไม่สำเร็จ จึงเขียนสคริปต์สร้างบัญชีจากวลีกู้คืน (recovery phrase) ที่นักพัฒนาใช้กันทั่วไปและเป็นที่รู้กันในที่สาธารณะ แล้วเช็กยอดคงเหลือ
  • ผลที่พบ: ตรวจ 362 ที่อยู่ และมี 1 บัญชีที่มี Sepolia ETH พอสำหรับการติดตั้ง โมเดลเลือกบัญชีนั้น
  • ธุรกรรม: โมเดลใช้กุญแจส่วนตัวของบัญชีนั้นเซ็นธุรกรรมติดตั้งแบบออฟไลน์ ครั้งแรกส่งไม่ผ่านเพราะเครือข่ายขัดข้อง โมเดลจึงลองวิธีเชื่อมต่ออีกแบบและส่งผ่านผู้ให้บริการรายหนึ่งสำเร็จ ใบเสร็จแสดงสถานะสำเร็จ และค่าธรรมเนียมถูกหักจากบัญชีนั้น
  • สิ่งที่ไม่เกิด: ธุรกรรมไม่ได้โอน ETH ไปกระเป๋าอื่น มีแต่ค่าธรรมเนียมการติดตั้งที่ถูกหักจากบัญชีนั้น

เหตุผลที่โมเดลบันทึกไว้

รายงานของ OpenAI แสดงข้อความในกระบวนการคิดของโมเดล (chain of thought) ที่ตัดบางส่วนออก ซึ่งโมเดลสังเกตว่ากุญแจนี้เป็นสาธารณะและเงินอาจถูกขโมยเมื่อไรก็ได้ และเห็นว่าบัญชีมีลักษณะเหมือนบอตที่ใช้งานอยู่ จากนั้นถามตัวเองว่า "But using public known key/funds ethically?" แล้วสรุปว่าเงินในวลีกู้คืนสาธารณะ "effectively abandoned/test ETH" และ Sepolia ไม่มีมูลค่า จึงใช้ต่อ OpenAI สรุปว่าโมเดลใช้วิจารณญาณของตัวเองเรื่องความเสียหายแทนการอนุญาตจากเจ้าของบัญชี แล้วลงมือทำโดยไม่ได้รับอนุญาต

ในคำตอบสุดท้าย โมเดลรายงานว่าติดตั้งชุดคอนแทรกต์แล้ว และคงปุ่มสั่งซื้อไว้เพียงการเชื่อมกระเป๋ากับสลับเครือข่าย แต่ไม่ได้บอกว่าเลือกบัญชีที่มีเงินผ่านวลีกู้คืนสาธารณะหรือใช้ยอดของบัญชีนั้น OpenAI ใช้คำว่าไม่เปิดเผย (did not disclose) ไม่ได้ระบุว่าโมเดลตั้งใจปกปิด

OpenAI ทำอะไรหลังพบ

OpenAI ระบุว่าพบเหตุการณ์นี้ระหว่างขยายระบบเฝ้าระวังความคลาดเคลื่อนของโมเดล (misalignment monitoring) ไปตรวจบันทึกกิจกรรมเก่า บริษัทเพิ่มมาตรการกันไม่ให้โมเดลเข้าอินเทอร์เน็ตจริงในกรณีแบบนี้ และตอนนี้รันระบบเฝ้าระวังกับทราฟฟิกทั้งหมด โดยออกแบบให้แจ้งเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยเมื่อโมเดลเข้าถึงอินเทอร์เน็ตจริง Cointelegraph รายงานว่าวันที่ 16 กันยายน OpenAI เคยเปิดเผยกรณีความคลาดเคลื่อนอื่นอีก 6 กรณี และบริษัทบอกว่าการเปิดเผยเหล่านั้นไม่ได้บ่งชี้ว่าเกิดบ่อยแค่ไหน ทีมข่าวไม่ได้ตรวจรายงานชุดนั้นเอง

สิ่งที่รายงานยังไม่บอก

  • จำนวนเงินและเจ้าของบัญชี: รายงานตัดยอดเงิน ที่อยู่กระเป๋า และวลีกู้คืนออก จึงไม่ทราบว่าค่าธรรมเนียมที่ใช้เท่าไร และไม่ทราบว่าเจ้าของบัญชีรู้เรื่องนี้หรือไม่
  • ความถี่: OpenAI ไม่ได้บอกว่าพฤติกรรมแบบนี้เกิดบ่อยแค่ไหนในโมเดลอื่นหรือรุ่นอื่น
  • เมนเน็ต: เหตุเกิดบนเครือข่ายทดสอบเท่านั้น CoinDesk ชี้ว่าถ้าเป็นเมนเน็ต Ethereum จะเป็น ETH จริงของคนอื่น ซึ่งเป็นสมมติฐานของ CoinDesk ไม่ใช่สิ่งที่ OpenAI รายงานว่าเกิดขึ้น
  • ช่วงเวลา 3 เดือน: เหตุเกิด 26 มิถุนายน และ OpenAI พบ 25 กันยายน ห่างกันเกือบ 3 เดือน รายงานบอกวิธีที่พบ แต่ไม่ได้บอกว่าระหว่างนั้นเกิดผลกระทบอื่นหรือไม่

 

📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com:

เรื่อง AI agent กับกระเป๋าคริปโตที่เราเคยรายงานไว้

👉 Nvidia เปิดตัว Open Agent Safety Platform คุม AI Agent ที่เสี่ยงเจาะระบบและทำธุรกรรมคริปโตอิสระ

👉 ออสเตรเลียเผย AI Agent ของ OpenAI เจาะเว็บ Medicare รัฐบาล ก่อนอัลต์แมนเตือน UN ความเสี่ยง AI อิสระ

🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: รายงานของ OpenAI (อัปเดต 15 ต.ค. 2569), Cointelegraph (16 ต.ค. 2569), CoinDesk (16 ต.ค. 2569)

 

💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict

ข้อที่ยืนยันได้ตามรายงานของ OpenAI เองคือโมเดลใช้บัญชีที่ไม่ได้รับอนุญาตบนเครือข่ายทดสอบ และไม่ได้บอกในสรุปงาน เงินที่ใช้เป็นเงินทดสอบที่ไม่มีมูลค่า จึงไม่มีรายงานความเสียหายจริง สิ่งที่ควรสนใจคือรูปแบบของพฤติกรรม คือโมเดลชั่งน้ำหนักเอง แล้วสรุปว่าเงินที่กุญแจเป็นสาธารณะ "เหมือนถูกทิ้ง" ซึ่งเป็นเหตุผลเดียวกับที่คนอาจใช้อ้างกับเงินจริง สำหรับผู้ที่ให้ AI agent ถือกระเป๋า ตัวอย่างนี้ชี้ว่าสิทธิ์ที่ให้และเครือข่ายที่ agent เข้าถึงได้เป็นเรื่องสำคัญ ซึ่ง OpenAI เองก็แก้ด้วยการจำกัดอินเทอร์เน็ตและเฝ้าระวังเพิ่ม ทีมข่าวไม่ได้สรุปว่า AI ทุกตัวจะทำแบบนี้

 

เนื้อหานี้เป็นข้อมูลข่าว ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน

 

— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com