what types of risks are there in investing in crypto how to deal with it
02 January 2025บทความ3 min readโดย Rawiwarn Owattasanee

ความเสี่ยงในการลงทุนคริปโตมีกี่ประเภท รับมือยังไงดี

บทความนี้จะพาคุณไปเรียนรู้เกี่ยวกับความเสี่ยงในการลงทุนในตลาดคริปโต พร้อมวิธีรับมือที่ได้ผล เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการลงทุนและป้องกันความเสี่ยงได้ดียิ่งขึ้น

การลงทุนในคริปโตเคอร์เรนซีกำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในปัจจุบัน แต่ก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่ามีความเสี่ยงที่นักลงทุนต้องคำนึงถึง การเรียนรู้และเข้าใจถึงประเภทของความเสี่ยงต่าง ๆ จะช่วยให้นักลงทุนสามารถรับมือและวางแผนการลงทุนในคริปโตได้อย่างมีประสิทธิภาพขึ้น

ความเสี่ยงที่สำคัญของตลาดคริปโทฯ

ความเสี่ยงในการลงทุนคริปโตมีกี่ประเภท รับมือยังไงดี
https://www.makeuseof.com/what-is-crypto-risk-management/

1.ความเสี่ยงด้านความผันผวนของราคา

ราคาของคริปโตเคอร์เรนซีสามารถเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและรุนแรง นักลงทุนอาจพบว่าราคาขึ้นหรือลงเป็นอย่างมากภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที ทำให้ยากต่อการคาดการณ์และบริหารพอร์ตการลงทุน

ยกตัวอย่างที่ชัดเจน Bitcoin ทำจุดสูงสุดตลอดกาลที่ 69,000 ดอลลาร์ในเดือนพฤศจิกายน 2021 ก่อนจะไหลลงต่อเนื่องมาแตะจุดต่ำสุดราว 15,500 ดอลลาร์ในเดือนพฤศจิกายน 2022 คิดเป็นการร่วงลงเกือบ 78% ในเวลาเพียงหนึ่งปี นักลงทุนที่เข้าซื้อช่วงราคาสูงสุดด้วยความมั่นใจว่าตลาดจะขึ้นต่อ ต้องเผชิญกับการขาดทุนทางบัญชีระดับที่พอร์ตหายไปเกือบ 4 ใน 5 ส่วน โดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้าที่ชัดเจนพอให้หนีทัน นี่คือเหตุผลที่การกระจายความเสี่ยงและไม่ทุ่มเงินก้อนใหญ่ในจังหวะเดียวสำคัญกว่าการพยายามจับจังหวะตลาดให้แม่นยำ

2.ความเสี่ยงด้านความปลอดภัย

คริปโตเคอร์เรนซีใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนเพื่อรักษาความปลอดภัยของข้อมูล แต่ก็ยังมีความเสี่ยงจากแฮกเกอร์และการโจมตีทางไซเบอร์ นักลงทุนต้องระมัดระวังในการเก็บรักษาเหรียญของตนเองและเลือกใช้แพลตฟอร์มที่มีความปลอดภัยสูง

ตัวอย่างที่ชัดเจนคือเหตุการณ์ Ronin Bridge ในเดือนมีนาคม 2022 ซึ่งเป็นระบบเชื่อมโยงเงินทุนของเกม Axie Infinity แฮกเกอร์สามารถขโมยคีย์ส่วนตัวของผู้ตรวจสอบเครือข่าย (Validator) ได้มากพอที่จะปลอมแปลงธุรกรรมถอนเงิน สร้างความเสียหายรวมประมาณ 625 ล้านดอลลาร์ ถือเป็นการแฮกโปรเจกต์ DeFi ที่มูลค่าความเสียหายสูงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์คริปโต ทางการสหรัฐฯ ภายหลังระบุว่าเบื้องหลังการโจมตีนี้คือกลุ่มแฮกเกอร์ Lazarus Group ซึ่งเชื่อมโยงกับรัฐบาลเกาหลีเหนือ แม้ภายหลัง Sky Mavis บริษัทผู้พัฒนาเกมจะประกาศชดใช้เงินคืนผู้ใช้บางส่วน แต่เหตุการณ์นี้ก็สะท้อนว่าต่อให้เทคโนโลยีบล็อกเชนปลอดภัยเพียงใด จุดอ่อนมักอยู่ที่ระบบเชื่อมต่อและการจัดการคีย์ ไม่ใช่ตัวบล็อกเชนเอง

3.ความเสี่ยงด้านกฎหมายและการกำกับดูแล

แต่ละประเทศมีกฎหมายและข้อกำหนดเกี่ยวกับคริปโตเคอร์เรนซีที่แตกต่างกัน นักลงทุนควรศึกษาและติดตามข่าวสารเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงกฎหมายที่อาจส่งผลกระทบต่อการลงทุน

ตัวอย่าง: ในปี 2021 จีนได้ประกาศห้ามการทำเหมืองและการซื้อขายคริปโต ซึ่งทำให้ราคาของเหรียญคริปโตหลายสกุลลดลงอย่างมาก

ตัวอย่างที่ใกล้ตัวคนไทยมากขึ้นคือกรณีที่ ก.ล.ต. ไทยกล่าวโทษกระดานเทรดต่างชาติรายใหญ่ที่ให้บริการกับนักลงทุนไทยโดยไม่มีใบอนุญาต เช่น Binance สากลในปี 2021 และมีคำสั่งปิดกั้นการเข้าถึงแพลตฟอร์มต่างชาติที่ไม่มีใบอนุญาตต่อเนื่องมาในปีต่อๆ มา นักลงทุนไทยที่ฝากเงินไว้กับแพลตฟอร์มเหล่านี้จะไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายไทยเลยหากเกิดปัญหา ซึ่งต่างจากการใช้กระดานที่มีใบอนุญาตในประเทศที่มีกฎเกณฑ์การแยกทรัพย์สินลูกค้าและกลไกร้องเรียนที่ชัดเจนกว่ามาก

4.ความเสี่ยงด้านการหลอกลวง (Fraud Risk)

การลงทุนในคริปโตเคอร์เรนซีมีความเสี่ยงต่อการถูกหลอกลวง นักลงทุนควรระมัดระวังการลงทุนในโครงการที่ไม่มีความชัดเจนหรือไม่มีข้อมูลที่น่าเชื่อถือ

ตัวอย่างที่ใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์คือคดี OneCoin ที่นำโดย Ruja Ignatova หญิงที่ได้ฉายาว่า "Crypto Queen" ระหว่างปี 2014-2019 เธอกับทีมงานหลอกลวงนักลงทุนทั่วโลกกว่า 3.4 ล้านคน ให้นำเงินไปลงทุนกับเหรียญ OneCoin ที่อ้างว่าเป็นคริปโตเคอร์เรนซี ทั้งที่ความจริงไม่มีบล็อกเชนรองรับอยู่จริงเลยแม้แต่น้อย มูลค่าความเสียหายรวมสูงถึง 4,000 ล้านดอลลาร์ Ignatova หายตัวไปตั้งแต่ปี 2017 และถูก FBI ขึ้นบัญชีผู้ต้องหาที่ต้องการตัวมากที่สุด 10 อันดับแรกจนถึงทุกวันนี้ ส่วน Karl Greenwood ผู้ร่วมก่อตั้งที่ถูกจับได้ ถูกศาลสหรัฐฯ ตัดสินจำคุก 20 ปี คดีนี้สอนบทเรียนสำคัญว่าการมีคำว่า "คริปโต" หรือ "บล็อกเชน" อยู่ในชื่อโปรเจกต์ ไม่ได้แปลว่ามันเป็นของจริงเสมอไป สิ่งที่ควรตรวจสอบก่อนลงทุนเสมอคือเหรียญนั้นซื้อขายได้จริงบนกระดานเทรดที่มีชื่อเสียงหรือไม่ และสามารถตรวจสอบธุรกรรมบนบล็อกเชนสาธารณะได้จริงหรือเปล่า

5.ความเสี่ยงทางธุรกิจ

ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับคริปโตเคอร์เรนซีมีความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของตลาดและการบริหารจัดการที่ไม่ดี นักลงทุนควรศึกษาพื้นฐานและการดำเนินงานของบริษัทที่ต้องการลงทุน

ตัวอย่าง: Mt. Gox ซึ่งที่เคยเป็นแพลตฟอร์มการซื้อขาย Bitcoin ที่ใหญ่ที่สุดในโลก แต่ล้มละลายเนื่องจากการบริหารจัดการที่ไม่ดีและการถูกแฮก

อีกตัวอย่างที่ใหญ่กว่าและใหม่กว่าคือการล่มสลายของ FTX กระดานเทรดที่เคยมีมูลค่าบริษัทสูงถึง 32,000 ล้านดอลลาร์ ในเดือนพฤศจิกายน 2022 หลังสื่อ CoinDesk เผยแพร่รายงานเจาะข้อมูลงบดุลของ Alameda Research บริษัทเทรดในเครือเดียวกัน จนเกิดกระแสถอนเงินจำนวนมากภายในเวลาไม่ถึง 3 วัน FTX ก็ประกาศล้มละลาย ภายหลังพบว่าบริษัทนำเงินฝากของลูกค้าไปใช้ในบริษัทในเครือโดยไม่ได้รับอนุญาต ลูกค้าสูญเงินรวมกันราว 8,000 ล้านดอลลาร์ Sam Bankman-Fried ผู้ก่อตั้งถูกศาลสหรัฐฯ ตัดสินจำคุก 25 ปีในข้อหาฉ้อโกง เหตุการณ์นี้ต่างจาก Mt. Gox ตรงที่ไม่ใช่การถูกแฮกจากภายนอก แต่เป็นการบริหารจัดการเงินลูกค้าผิดพลาดจากภายในบริษัทเอง ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่ผู้ฝากเงินแทบตรวจสอบไม่ได้เลยจากภายนอกจนกว่าจะสายเกินไป บทเรียนร่วมของทั้งสองเคสคือการฝากเงินจำนวนมากไว้ในที่เดียวโดยไม่กระจายไปหลายแพลตฟอร์ม คือความเสี่ยงที่มักถูกมองข้าม

วิธีรับมือความเสี่ยง สิ่งที่ควรรู้ก่อนลงทุน

1.การศึกษาและวิจัย

การศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับคริปโตเคอร์เรนซีและโครงการที่ต้องการลงทุนเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการลดความเสี่ยง นักลงทุนควรใช้เวลาในการศึกษาข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับเทคโนโลยีบล็อกเชน ความแตกต่างระหว่างเหรียญต่าง ๆ และการทำงานของแพลตฟอร์มต่าง ๆ นอกจากนี้ยังควรอ่านรีวิวและความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญในวงการ เพื่อให้มีความเข้าใจที่ถูกต้องและสามารถตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ

2.การกระจายการลงทุน

การกระจายการลงทุนในคริปโตเคอร์เรนซีหลาย ๆ ชนิดจะช่วยลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาเหรียญใดเหรียญหนึ่งมากเกินไป นักลงทุนควรจัดสรรเงินทุนในเหรียญที่มีศักยภาพในระยะยาว และมีความมั่นคง รวมถึงเหรียญที่มีโอกาสให้ผลตอบแทนสูง นอกจากนี้ยังควรพิจารณาลงทุนในผลิตภัณฑ์ทางการเงินอื่น ๆ เช่น Stablecoins เพื่อช่วยรักษามูลค่าในช่วงเวลาที่ตลาดผันผวน

3.การใช้แพลตฟอร์มที่มีความปลอดภัย

เลือกใช้แพลตฟอร์มการซื้อขายและกระเป๋าเงินดิจิทัลที่มีมาตรฐานความปลอดภัยสูง และมีประวัติการให้บริการที่น่าเชื่อถือ ควรตรวจสอบว่าแพลตฟอร์มนั้นมีการใช้เทคโนโลยีการเข้ารหัสข้อมูลและการยืนยันตัวตนแบบหลายขั้นตอน (Two-Factor Authentication) เพื่อป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์ นอกจากนี้ยังควรเก็บเหรียญส่วนหนึ่งในกระเป๋าเงินที่ไม่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต (Cold Wallet) เพื่อเพิ่มความปลอดภัย

4.การติดตามข่าวสารและการเปลี่ยนแปลงกฎหมาย

การติดตามข่าวสารและการเปลี่ยนแปลงกฎหมายเกี่ยวกับคริปโตเคอร์เรนซีในแต่ละประเทศจะช่วยให้นักลงทุนสามารถปรับกลยุทธ์การลงทุนได้ทันเวลา นักลงทุนควรติดตามข่าวสารจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ เช่น เว็บไซต์ข่าวคริปโตชั้นนำ บล็อกของผู้เชี่ยวชาญ และรายงานวิจัยจากสถาบันการเงิน นอกจากนี้ยังควรเข้าร่วมชุมชนออนไลน์ เช่น ฟอรั่มและกลุ่มในโซเชียลมีเดีย เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและประสบการณ์กับนักลงทุนคนอื่น ๆ

5.การวางแผนการลงทุน

การวางแผนการลงทุนที่ดีจะช่วยให้นักลงทุนสามารถจัดการกับความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควรกำหนดวัตถุประสงค์การลงทุนที่ชัดเจน เช่น การเก็บออมเพื่อเกษียณอายุ หรือการสร้างรายได้เสริม และวางแผนการกระจายการลงทุนตามความเสี่ยงที่ยอมรับได้ นอกจากนี้ควรมีแผนการบริหารจัดการความเสี่ยงที่ชัดเจน เช่น การตั้งจุดตัดขาดทุน (Stop Loss) และการปรับพอร์ตการลงทุนตามสภาวะตลาด

6.การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการเงิน 

หากนักลงทุนรู้สึกไม่มั่นใจหรือไม่มีประสบการณ์ในการลงทุนในคริปโตเคอร์เรนซี ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินหรือที่ปรึกษาการลงทุน เพื่อรับคำแนะนำและความช่วยเหลือในการวางแผนการลงทุน ผู้เชี่ยวชาญสามารถช่วยให้นักลงทุนเข้าใจความเสี่ยงและโอกาสในการลงทุนได้ดียิ่งขึ้น รวมถึงช่วยวางแผนการลงทุนที่เหมาะสมกับวัตถุประสงค์และความเสี่ยงที่ยอมรับได้

การรับมือกับความเสี่ยงในการลงทุนในคริปโตเคอร์เรนซีนั้นต้องการการศึกษาและการวางแผนที่ดี การเตรียมตัวและความเข้าใจที่ถูกต้องจะช่วยให้นักลงทุนสามารถลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการทำกำไรได้ในระยะยาว

สรุป

การลงทุนในคริปโตเคอร์เรนซีนั้นมีความเสี่ยงหลายประการที่นักลงทุนต้องพิจารณา การรู้และเข้าใจถึงประเภทของความเสี่ยงต่าง ๆ จะช่วยให้นักลงทุนสามารถวางแผนและรับมือได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ซึ่งการศึกษาข้อมูลและการทำวิจัยยังคงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการลดความเสี่ยงจากการลงทุนในคริปโตเคอร์เรนซี

บทความทั้งหมด