
Bitcoin Cash (BCH) คืออะไร เหรียญเทรดจริงที่ยังไม่ตาย (อัปเดต 2026)
Bitcoin Cash (BCH) คือเหรียญที่แยกตัวจาก Bitcoin ปี 2017 ด้วยแนวคิดขยายขนาดบล็อก ยังซื้อขายจริงเป็นหนึ่งใน 25 อันดับแรกของตลาด รู้จักความเสี่ยงและซื้อ BCH ได้ที่ไหนในไทย
ราคา BCH วันนี้
ราคาบาท
9,233 บาท
มูลค่าตลาด
$5.52B
ปริมาณ 24 ชม.
$136.3M
ข้อมูลจาก CoinGecko ณ 25 ต.ค. 2569 02:53 น. · อัปเดตทุก 15 นาที
Bitcoin Cash (BCH) คือเหรียญคริปโตอันดับต้นๆ ของตลาดที่ยังซื้อขายกันอยู่จริงทุกวันบนเว็บเทรดทั่วโลกรวมถึงในไทย ไม่ใช่แค่ชื่อในหน้าประวัติศาสตร์ Bitcoin เหมือนที่หลายคนอาจเข้าใจ BCH มีมูลค่าตลาดราว 4,442 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อยู่ในกลุ่ม 20-25 อันดับแรกของตลาดคริปโตทั้งหมด และยังมีคนซื้อขายกันจริงหลักร้อยล้านดอลลาร์ต่อวัน
เครือข่ายนี้เกิดจากการแยกเชน (hardfork) ออกมาจาก Bitcoin เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2017 หลังชุมชน Bitcoin แตกคอกันเรื่องขนาดบล็อก (เหตุการณ์ที่เรียกกันว่า Blocksize War) ฝ่ายที่อยากได้บล็อกใหญ่กว่าเดิมเพื่อรองรับธุรกรรมได้มากขึ้นแพ้ในสงครามครั้งนั้น จึงแยกเครือข่ายไปสร้างเวอร์ชันของตัวเองที่ยังใช้หลักการเดียวกับ Bitcoin ทุกอย่าง (Proof-of-Work, SHA-256, เพดาน 21 ล้านเหรียญ) แต่เพิ่มขนาดบล็อกให้ใหญ่กว่าเดิมมาก ถ้าอยากรู้รายละเอียดว่าใครเป็นคนกดปุ่มแยกเชน ใครตั้งชื่อ Bitcoin Cash และเกร็ดเบื้องหลังวันแยกเชนจริง อ่านเพิ่มได้ที่ Bitcoin Cash เกิดจากอะไร เปิดแฟ้มวันที่ Bitcoin แยกร่างเป็นสองสายครั้งแรก บทความนี้จะไม่เล่าซ้ำเรื่องนั้น แต่จะพาไปดูว่าผ่านมาเกือบ 9 ปี BCH วันนี้อยู่ตรงไหนของตลาดจริงๆ

ที่มา: bitcoincash.org (15 กันยายน 2026)
BCH วันนี้ในตลาด ราคา มูลค่าตลาด และสภาพคล่อง
ข้อมูลจาก CoinGecko ล่าสุด (15 กันยายน 2026) มีดังนี้
- ราคา: ประมาณ 221 ดอลลาร์สหรัฐต่อเหรียญ
- มูลค่าตลาด (Market Cap): ประมาณ 4,442 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- อันดับมูลค่าตลาด: ประมาณอันดับ #22 (ตัวเลขขยับขึ้นลงได้ทุกวันตามราคาเหรียญอื่นในตลาด)
- ปริมาณซื้อขาย 24 ชั่วโมง: ประมาณ 169 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- จำนวนเหรียญหมุนเวียน: ประมาณ 20.08 ล้าน BCH จากเพดานสูงสุด 21 ล้านเหรียญ (เหลือให้ขุดอีกไม่มาก เพราะสืบทอดตารางการออกเหรียญมาจาก Bitcoin โดยตรง)
- จุดสูงสุดตลอดกาล (All-Time High): ประมาณ 3,785.82 ดอลลาร์สหรัฐ เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2017 ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ Bitcoin เองก็ทำจุดสูงสุดตลอดกาลรอบนั้นเช่นกัน (ตลาดคริปโตทั้งตลาดพุ่งพร้อมกันในปลายปี 2017) นับถึงวันนี้ราคา BCH ยังต่ำกว่าจุดสูงสุดเดิมอยู่มากกว่า 90%
ตัวเลขราคาสดล่าสุดดูได้จากบล็อกราคาด้านบนของหน้านี้ อัปเดตทุก 15 นาทีจาก CoinGecko
สิ่งที่น่าสังเกตคือแม้ราคาจะร่วงจากจุดสูงสุดไปมาก แต่ BCH ยังคงรักษาสภาพคล่องและอันดับมูลค่าตลาดในกลุ่ม 20-30 อันดับแรกของตลาดมาต่อเนื่องหลายปี ต่างจากเหรียญที่แยกเชนออกมาในยุคเดียวกันหลายตัวที่มูลค่าตลาดหายไปจนแทบไม่มีใครพูดถึงแล้ว นี่คือเหตุผลที่ BCH ยังคุ้มค่าที่จะทำความเข้าใจในฐานะสินทรัพย์ที่เทรดกันอยู่จริง ไม่ใช่แค่ซากประวัติศาสตร์

ที่มา: CoinGecko (15 กันยายน 2026)
BCH เทียบกับ Bitcoin วันนี้ ต่างกันตรงไหนที่วัดผลได้จริง
จุดขายดั้งเดิมของ Bitcoin Cash คือ "บล็อกใหญ่กว่า ธุรกรรมถูกกว่า เร็วกว่า เหมาะกับการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันมากกว่า" คำถามที่สำคัญกว่าคือ ในทางปฏิบัติวันนี้มันยังจริงอยู่ไหม และ Bitcoin ยังคงทิ้งห่างในมิติไหนบ้าง
| ตัวชี้วัด | Bitcoin Cash (BCH) | Bitcoin (BTC) |
|---|---|---|
| ขนาดบล็อกสูงสุด | 32 MB | ประมาณ 1-4 MB (ขึ้นกับการนับข้อมูล SegWit) |
| อัลกอริทึมขุด | SHA-256 (เดียวกับ BTC) | SHA-256 |
| Hashrate เครือข่าย (ราวปลาย ส.ค. 2026) | ประมาณ 3.6 EH/s | ประมาณ 900-950 EH/s |
| ค่าธรรมเนียมธุรกรรมเฉลี่ย (สแนปช็อตช่วงปลาย ส.ค. 2026) | ประมาณ 0.007 ดอลลาร์สหรัฐ | ประมาณ 0.36 ดอลลาร์สหรัฐ |
| มูลค่าตลาด (15 ก.ย. 2026) | ประมาณ 4,442 ล้านดอลลาร์สหรัฐ | หลักล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ |
| จำนวนธุรกรรมต่อวัน (โดยประมาณ) | หลักหมื่นธุรกรรม | หลักแสนธุรกรรม |
สองแถวแรกในตารางคือสิ่งที่ทำให้ BCH ยังคงจุดขายเดิมไว้ได้จริง ค่าธรรมเนียมของ BCH ยังถูกกว่า Bitcoin หลายสิบเท่าในสภาวะปกติ (ตัวเลขทั้งสองฝั่งผันผวนตามความคับคั่งของเครือข่ายแต่ละวัน ไม่ใช่ค่าคงที่) ทำให้ยังเหมาะกับการโอนเงินจำนวนน้อยบ่อยครั้งมากกว่า Bitcoin ที่ค่าธรรมเนียมมักพุ่งสูงเวลาเครือข่ายคับคั่ง
แต่แถวที่สำคัญที่สุดในตารางนี้คือ hashrate (แรงประมวลผลที่ใช้ปกป้องเครือข่ายจากการโจมตี) ซึ่งเป็นจุดที่ BCH ตามหลัง Bitcoin แบบทิ้งห่างมาก hashrate ของ BCH คิดเป็นสัดส่วนไม่ถึง 1% ของ Bitcoin หมายความว่าในทางทฤษฎี เครือข่าย BCH เสี่ยงต่อการถูกโจมตีแบบ 51% (การที่ผู้ไม่หวังดีรวบรวมแรงขุดได้เกินครึ่งหนึ่งของเครือข่ายจนสามารถย้อนหรือปลอมแปลงธุรกรรมได้) ง่ายกว่า Bitcoin มาก เพราะต้นทุนในการเช่าแรงขุดมาโจมตีเครือข่ายขนาดเล็กถูกกว่าการโจมตีเครือข่ายขนาดใหญ่อย่างมีนัยสำคัญ (รายละเอียดเพิ่มเติมอยู่ในหัวข้อความเสี่ยงด้านล่าง)
พูดให้ตรงจุดคือ Bitcoin Cash ยังทำตามสัญญาเรื่อง "ธุรกรรมถูกและเร็ว" ได้จริงในทางเทคนิค แต่ตลาดส่วนใหญ่ยังคงเลือกใช้ Bitcoin เป็นสินทรัพย์เก็บมูลค่าหลักมากกว่า สะท้อนจากช่องว่างมูลค่าตลาดที่ห่างกันหลายร้อยเท่า ไม่ใช่แค่ไม่กี่เท่า

ที่มา: BitInfoCharts (15 กันยายน 2026)
ประวัติศาสตร์ชอบเล่นมุขซ้ำ BCH เจอสิ่งที่ตัวเองเคยทำกับ Bitcoin
จุดหนึ่งที่บทความ /basic/bitcoin-cash-origin เล่าไว้สั้นๆ ในตอนท้ายคือ ผ่านมาแค่ปีกว่าหลังแยกเชนจาก Bitcoin สำเร็จ ชุมชน Bitcoin Cash เองก็แตกคอกันเรื่องทิศทางพัฒนาในเดือนพฤศจิกายน 2018 จนแยกเชนออกเป็นสองสายอีกครั้ง สายหนึ่งยังใช้ชื่อ Bitcoin Cash (นำโดยทีม Bitcoin ABC) ต่อไป ส่วนอีกสายกลายเป็น Bitcoin SV (ย่อจาก Satoshi's Vision) นำโดย Craig Wright คนที่เคยถูกกล่าวหาว่าปลอมตัวเป็น Satoshi Nakamoto มาก่อน
สิ่งที่บทความนี้จะเสริมต่อจากตรงนั้นคือ ผ่านมาเกือบ 8 ปีหลังการแยกเชนครั้งที่สอง ตลาดตัดสินไปแล้วว่าใครคือ "ผู้อยู่รอด" ระหว่างสองสาย
| ตัวชี้วัด (ปลาย ส.ค. 2026) | Bitcoin Cash (BCH) | Bitcoin SV (BSV) |
|---|---|---|
| มูลค่าตลาด | ประมาณ 4,442 ล้านดอลลาร์สหรัฐ | ประมาณ 335 ล้านดอลลาร์สหรัฐ |
| อันดับมูลค่าตลาด | ประมาณ #22 | ประมาณ #120 |
| ส่วนต่างมูลค่าตลาด | มากกว่า BSV ราว 14-15 เท่า | - |
ตัวเลขนี้ตอบคำถามได้ค่อนข้างชัดว่า ระหว่างสองสายที่แยกออกจากกันในปี 2018 ตลาดให้น้ำหนักกับ Bitcoin Cash มากกว่า Bitcoin SV อย่างมีนัยสำคัญ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะ Bitcoin SV เน้นบล็อกใหญ่กว่ามาก (บางบล็อกเคยใหญ่เกิน 100 MB) เพื่อรองรับการเก็บข้อมูลบนเชนโดยตรง ซึ่งเป็นทิศทางที่ตลาดส่วนใหญ่ไม่ได้ตอบรับเท่ากับแนวทางของ BCH ที่ยังคงเน้นการเป็นเงินสดดิจิทัลสำหรับใช้จ่ายเป็นหลัก อีกส่วนหนึ่งมาจากภาพลักษณ์ของ Craig Wright เองที่มีคดีความและความน่าเชื่อถือที่ถูกตั้งคำถามมาต่อเนื่อง (ศาลอังกฤษเคยตัดสินในปี 2024 ว่าเขาไม่ใช่ Satoshi Nakamoto จริงตามที่กล่าวอ้าง)
บทเรียนจากเหตุการณ์นี้คือ วงจร "แยกเชนเพราะเห็นไม่ตรงกัน" ที่ Bitcoin เคยเจอในปี 2017 เกิดซ้ำกับลูกหลานของมันเองในปี 2018 แบบไม่ต่างกัน และทุกครั้งที่มีการแยกเชน ตลาดจะเป็นผู้ตัดสินในระยะยาวว่าสายไหนมีมูลค่าและการใช้งานจริงมากกว่า ไม่ใช่ฝ่ายที่แยกเชนออกไปเป็นผู้กำหนดเอง
ใครยังใช้ BCH อยู่จริง และทำไม
คำถามที่สำคัญที่สุดสำหรับเหรียญที่มีอายุเกือบ 9 ปีอย่าง BCH คือยังมีคนใช้งานจริงอยู่ไหม หรือเหลือแค่มูลค่าตลาดจากการเก็งกำไรอย่างเดียว
ชุมชนนักพัฒนาที่ยังทำงานต่อเนื่อง Bitcoin Cash มีกลุ่มนักพัฒนาหลายทีมที่ยังอัปเกรดเครือข่ายอย่างสม่ำเสมอผ่านกระบวนการที่เรียกว่า CHIP (Cash Historical Improvement Proposal) ซึ่งคล้ายกับ BIP ของ Bitcoin การอัปเกรดล่าสุดที่ชื่อ "Layla" เปิดใช้งานจริงไปแล้วเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2026 เวลา 12:00 UTC ตามกำหนดเดิม นำ CHIP ใหม่ 4 ตัวมาใช้จริง ครอบคลุมฟีเจอร์ Loops (คำสั่งวนซ้ำในสัญญาอัจฉริยะ), การมาตรฐาน Pay-to-Script, ฟังก์ชันที่เรียกใช้ซ้ำได้ (Functions) และการนำคำสั่ง Bitwise กลับมาใช้ เป้าหมายคือให้สัญญาอัจฉริยะบน BCH เขียนได้กระชับ ประหยัดพื้นที่ และมีความสามารถมากขึ้น รวมถึงเสริมความทนทานต่อการโจมตีด้วยคอมพิวเตอร์ควอนตัมในอนาคต

ที่มา: paytaca.com (15 กันยายน 2026)
ผู้ให้บริการที่สร้างเครื่องมือชำระเงินจริงบน BCH ทีมที่ชื่อ Paytaca เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด พวกเขาสร้างกระเป๋าเงินและระบบชำระเงินแบบ self-custody (ผู้ใช้ถือกุญแจเองเต็มรูปแบบ ไม่ฝากไว้กับตัวกลาง) บน BCH รวมถึงระบบบัตรชำระเงินแบบ NFC ที่ตั้งวงเงินใช้จ่ายผ่านสัญญาอัจฉริยะได้เอง ทีมนี้จัดงาน Cash 3.0 Conference ที่เมืองเซบู ประเทศฟิลิปปินส์ ระหว่างวันที่ 31 กรกฎาคมถึง 2 สิงหาคม 2026 รวมนักพัฒนา ผู้ประกอบการ พ่อค้าแม่ค้า และนักลงทุนที่สร้างแอปพลิเคชันจริงบน BCH งานนี้มีทั้งการประชุมเชิงเทคนิค การแสดงโปรเจกต์ แฮกกาธอน และตลาดนัด BCH Bazaar ที่เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้ามาทดลองจ่ายเงินด้วย BCH จริงที่ห้างสรรพสินค้า Robinsons Galleria เมืองเซบู
จุดนี้สะท้อนว่าฐานผู้ใช้งาน BCH จริงในปัจจุบันกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาที่มีปัญหาเรื่องการเข้าถึงระบบธนาคารดั้งเดิม (unbanked/underbanked) มากกว่าตลาดที่มีโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินแข็งแรงอยู่แล้วอย่างสหรัฐฯ หรือยุโรป ฟิลิปปินส์เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนเพราะมีประชากรจำนวนมากที่เข้าไม่ถึงบัญชีธนาคาร ทำให้ระบบชำระเงินแบบไม่ต้องผ่านตัวกลางและมีค่าธรรมเนียมต่ำอย่าง BCH ยังมีที่ทางให้ใช้งานจริง
ผู้ถือระยะยาวที่เชื่อในแนวคิด "เงินสดดิจิทัล" อีกกลุ่มที่ยังถือ BCH อยู่คือกลุ่มที่เชื่อมั่นในปรัชญาดั้งเดิมของ Satoshi Nakamoto ที่เขียนไว้ในไวท์เปเปอร์ Bitcoin ว่าต้องการสร้าง "ระบบเงินสดอิเล็กทรอนิกส์แบบ peer-to-peer" กลุ่มนี้มองว่า Bitcoin ในปัจจุบันเบี่ยงเบนไปเป็นสินทรัพย์เก็บมูลค่า (store of value) มากกว่าจะเป็นเงินสดที่ใช้จ่ายได้จริงในชีวิตประจำวัน จึงยังคงสนับสนุน BCH ในฐานะเครือข่ายที่ใกล้เคียงกับวิสัยทัศน์ดั้งเดิมมากกว่า มุมมองนี้เป็นข้อถกเถียงที่ไม่มีคำตอบตายตัวและยังเป็นประเด็นถกเถียงในวงการมาตั้งแต่ปี 2017
ความเสี่ยงที่ต้องรู้ก่อนถือหรือเทรด BCH
ความเสี่ยงจาก hashrate ต่ำ อย่างที่กล่าวไปในตารางเปรียบเทียบข้างต้น hashrate ของ BCH อยู่ที่ประมาณ 3.6 EH/s เทียบกับ Bitcoin ที่ประมาณ 900-950 EH/s คิดเป็นสัดส่วนไม่ถึง 1% เครือข่ายที่มี hashrate ต่ำมีความเสี่ยงต่อการโจมตีแบบ 51% มากกว่า เพราะต้นทุนในการเช่าแรงขุดจากตลาดรับจ้างขุด (เช่น NiceHash) มาโจมตีเครือข่ายขนาดเล็กถูกกว่าการโจมตีเครือข่ายขนาดใหญ่มาก ในอดีต BCH เคยเจอเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการรวมแรงขุดของสองเหมืองใหญ่เพื่อย้อนธุรกรรมมาแล้วในเดือนพฤษภาคม 2019 แม้เหตุการณ์นั้นจะถูกตีความว่าเป็นการเข้าไปแก้ไขธุรกรรมที่มีช่องโหว่มากกว่าการโจมตีเพื่อขโมยเงินโดยตรง แต่ก็สะท้อนให้เห็นว่าเครือข่ายที่มี hashrate กระจุกตัวอยู่กับผู้เล่นไม่กี่รายมีความเสี่ยงเชิงโครงสร้างที่ Bitcoin ไม่มี

ที่มา: ภาพเผยแพร่เสรีจาก Wikimedia Commons โดย Roger Ver (2016)
ความเสี่ยงด้านชื่อเสียงจากบุคคลที่เกี่ยวข้อง Roger Ver หนึ่งในผู้สนับสนุนหลักของ Bitcoin Cash ตั้งแต่ยุคแรก (มีฉายาว่า "Bitcoin Jesus") ถูกทางการสหรัฐฯ ตั้งข้อหาหลบเลี่ยงภาษี ฉ้อโกงทางไปรษณีย์ และยื่นแบบภาษีเท็จในปี 2024 หลังการสละสัญชาติสหรัฐฯ เมื่อปี 2014 เขาถูกจับกุมที่สเปนก่อนได้รับการประกันตัว คดีนี้คลี่คลายไปแล้วตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคม 2025 เมื่อ Ver บรรลุข้อตกลง deferred prosecution agreement กับกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ยอมรับว่าจงใจไม่รายงานบิตคอยน์ทั้งหมดตอนสละสัญชาติ และจ่ายภาษีค้างชำระพร้อมค่าปรับและดอกเบี้ยรวมเกือบ 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แลกกับการที่ทางการยื่นขอถอนฟ้องคดีอาญาทั้งหมดต่อศาล แม้คดีนี้จะเป็นเรื่องส่วนบุคคลของ Roger Ver ไม่ใช่ปัญหาของเครือข่าย BCH โดยตรง และตอนนี้คดีถือว่าจบลงแล้ว แต่ประวัติคดีความนี้ก็ยังเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อภาพลักษณ์ของเหรียญในสายตาสาธารณะ เพราะเขาเป็นหนึ่งในบุคคลที่ผลักดัน BCH มากที่สุดในช่วงก่อตั้ง
ความเสี่ยงด้านราคาที่ยังผูกกับ Bitcoin สูง แม้ BCH จะมีปัจจัยขับเคลื่อนราคาเฉพาะตัวอยู่บ้าง (เช่นข่าวการอัปเกรดเครือข่ายหรือความคืบหน้าของ Paytaca) แต่ราคาโดยรวมยังเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกับ Bitcoin และตลาดคริปโตโดยรวมเป็นหลัก เพราะยังถูกจัดอยู่ในกลุ่มสินทรัพย์เสี่ยงเดียวกันที่นักลงทุนซื้อขายพร้อมกันเป็นกลุ่ม (correlated asset) หมายความว่า BCH ไม่ได้ช่วยกระจายความเสี่ยงในพอร์ตได้มากนักสำหรับผู้ที่ถือ Bitcoin อยู่แล้ว
ความเสี่ยงจากความสับสนชื่อกับ Bitcoin ประเด็นนี้เป็นเรื่องที่บทความ /basic/bitcoin-cash-origin เตือนไว้อย่างละเอียดแล้วว่าที่อยู่กระเป๋า (wallet address) ของ BTC และ BCH ใช้ข้ามเครือข่ายกันไม่ได้ ถ้าส่งเหรียญผิดเครือข่ายมีความเสี่ยงสูงที่เงินจะสูญหายถาวรกู้คืนไม่ได้ ทุกครั้งที่ฝากหรือถอนเหรียญผ่านเว็บเทรด ต้องเช็คให้แน่ใจว่าเลือกเครือข่ายที่ตรงกันทั้งต้นทางและปลายทาง อย่าเชื่อแค่ว่าชื่อขึ้นต้นด้วยคำว่า "Bitcoin" เหมือนกันแล้วจะปลอดภัย
ความเสี่ยงด้านสภาพคล่องระยะยาว แม้ตอนนี้ BCH ยังมีมูลค่าตลาดและปริมาณซื้อขายที่รักษาระดับได้ต่อเนื่อง แต่ก็ต้องยอมรับว่าความสนใจของตลาดคริปโตกระจายไปยังเหรียญและกระแสใหม่ (เช่น AI token, Layer 2, Real World Asset) มากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ความสนใจในกลุ่มเหรียญเก่าแก่จากยุค 2017 อย่าง BCH อาจไม่ได้เพิ่มขึ้นเท่ากับเหรียญกลุ่มใหม่ในแต่ละรอบตลาดกระทิง

ที่มา: bitcoinaddict.com
ข้อดี-ข้อเสียของ Bitcoin Cash
ข้อดี
- ค่าธรรมเนียมธุรกรรมต่ำมากเมื่อเทียบกับ Bitcoin (ถูกกว่าหลายสิบเท่าในสภาวะปกติ) เหมาะกับการโอนเงินจำนวนน้อยบ่อยครั้ง
- ยังมีทีมพัฒนาที่อัปเกรดเครือข่ายต่อเนื่องจริงผ่านกระบวนการ CHIP ล่าสุดคือการอัปเกรด Layla เดือนพฤษภาคม 2026
- มีระบบนิเวศการชำระเงินจริงที่ใช้งานได้ในบางประเทศ โดยเฉพาะฟิลิปปินส์ผ่านทีม Paytaca และงาน Cash 3.0 Conference
- มูลค่าตลาดยังอยู่ในกลุ่ม 20-30 อันดับแรกของตลาดคริปโตต่อเนื่องมาหลายปี ทิ้งห่าง Bitcoin SV ที่แยกเชนออกไปพร้อมกันในปี 2018 อย่างชัดเจน
- ยังคงหลักการพื้นฐานของ Bitcoin ไว้ครบ (Proof-of-Work, เพดาน 21 ล้านเหรียญ, ไม่มีบริษัทเป็นเจ้าของ) ต่างจากเหรียญยุคใหม่หลายตัวที่ใช้กลไกต่างออกไปมาก
ข้อเสีย
- Hashrate เครือข่ายต่ำมากเมื่อเทียบกับ Bitcoin (ไม่ถึง 1%) ทำให้เสี่ยงต่อการโจมตีแบบ 51% มากกว่า และเคยมีเหตุการณ์เกี่ยวข้องกับการรวมแรงขุดย้อนธุรกรรมมาแล้วในปี 2019
- ภาพลักษณ์ผูกติดกับบุคคลที่เคยมีปัญหาด้านกฎหมายมาก่อน โดยเฉพาะ Roger Ver ที่เคยถูกดำเนินคดีเรื่องภาษีกับทางการสหรัฐฯ (แม้คดีจะจบลงด้วยการยอมความไปแล้วตั้งแต่ปลายปี 2025 ก็ตาม)
- ราคายังเคลื่อนไหวสัมพันธ์กับ Bitcoin สูงมาก ไม่ได้ช่วยกระจายความเสี่ยงในพอร์ตได้มากเท่าที่ควร
- ฐานผู้ใช้งานจริงยังจำกัดอยู่ในบางภูมิภาค ยังไม่ได้เป็นวิธีชำระเงินกระแสหลักในระดับโลก
- มูลค่าตลาดยังต่ำกว่าจุดสูงสุดเดิม (ธันวาคม 2017) มากกว่า 90% และไม่มีสัญญาณชัดเจนว่าจะกลับไปแตะระดับเดิมได้ในอนาคตอันใกล้
ข้อควรรู้สำหรับคนไทยที่สนใจ BCH
นี่เป็นตัวอย่างที่น่าสนใจของเหรียญที่คนไทยเทรดกันมากกว่าที่หลายคนคิด ข้อมูลจากบทความที่ทีม Bitcoin Addict เผยแพร่เองผ่าน TradingView (อ้างอิงต้นฉบับจากเพจ Facebook อย่างเป็นทางการของ Maxbit) พบว่าในช่วงเดือนมกราคมถึงเมษายน 2026 บนแพลตฟอร์ม Maxbit ซึ่งเป็นเว็บเทรดไทยที่ได้รับใบอนุญาตและมีฟีเจอร์ Auto DCA (ทยอยซื้อสม่ำเสมอแบบอัตโนมัติ) BCH ครองอันดับ 2 ของเหรียญที่คนไทยตั้งค่า DCA มากที่สุด คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 21.87% ของธุรกรรม Auto DCA ทั้งหมด แซงหน้า Ethereum ที่มีสัดส่วนเพียงประมาณ 5.65% ไปเกือบ 4 เท่า โดยมี Bitcoin ครองอันดับ 1 ด้วยสัดส่วนประมาณ 64.99%

ที่มา: maxbit.co.th (15 กันยายน 2026)
รายงานฉบับนั้นตั้งข้อสังเกตไว้อย่างตรงไปตรงมาว่าความนิยมของ BCH ในกลุ่ม DCA ไทยน่าจะมาจากสองปัจจัยหลัก
- ปัจจัยแรกคือราคาต่อเหรียญที่ถูกกว่า Bitcoin มาก ทำให้นักลงทุนรายย่อยที่มีงบจำกัดรู้สึกว่า "ซื้อได้เยอะกว่า" แม้ในทางปฏิบัติมูลค่าเงินที่ใส่เข้าไปจะเท่ากันก็ตาม
- ปัจจัยที่สองซึ่งรายงานระบุไว้แบบติดตลกและยังไม่มีการยืนยันจาก Maxbit คือความเป็นไปได้ที่บางคนอาจตั้งค่า DCA ผิดเหรียญ เพราะ BCH กับ BTC มีสีสัญลักษณ์คล้ายกัน (โทนสีเขียวและส้ม) ตัวอักษรขึ้นต้นเหมือนกัน และชื่อคล้ายกันมาก
ประเด็นหลังนี้สอดคล้องกับความสับสนชื่อที่บทความ /basic/bitcoin-cash-origin เตือนไว้ในบริบทของการโอนเงินผิดเครือข่ายเช่นกัน แม้จะเป็นคนละสถานการณ์กัน (กรณีส่งเหรียญผิดเชนเงินจะหายถาวร ส่วนกรณี DCA ผิดเหรียญยังแก้ไขและขายคืนได้ ไม่ได้เงินหายเหมือนกัน) แต่ก็สะท้อนภาพเดียวกันคือชื่อและหน้าตาที่คล้ายกันของสองเหรียญนี้สร้างความสับสนให้ผู้ใช้จริงในไทยอยู่พอสมควร
ไม่ว่าเหตุผลเบื้องหลังตัวเลขนี้จะเป็นความสนใจจริงจังหรือความสับสนก็ตาม ข้อเท็จจริงที่ปฏิเสธไม่ได้คือ BCH เป็นเหรียญที่มีปริมาณการซื้อขายจริงจากนักลงทุนไทยในระดับที่มีนัยสำคัญ ไม่ใช่เหรียญที่ถูกลืมไปแล้ว
ซื้อ Bitcoin Cash ได้ที่ไหนในไทย
ต่างจากเหรียญบางตัวที่เจอปัญหาด้านกฎระเบียบจนถูกถอดออกจากเว็บเทรดไทย (เช่นกรณี Privacy Coin) Bitcoin Cash ยังคงเป็นเหรียญที่ซื้อขายได้บนเว็บเทรดไทยหลักที่ได้รับใบอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) โดยไม่มีปัญหาด้านการจัดประเภทเหมือนเหรียญกลุ่มดังกล่าว
- Bitkub เปิดให้ซื้อขาย Bitcoin Cash ด้วยเงินบาทโดยตรงผ่านหน้าเว็บซื้อขายปกติ
- Binance TH มี BCH อยู่ในรายชื่อเหรียญที่เปิดให้เทรดกว่า 180 เหรียญบนแพลตฟอร์ม
- Maxbit เปิดให้ซื้อขาย BCH รวมถึงมีฟีเจอร์ Auto DCA สำหรับ BCH โดยเฉพาะ ซึ่งเป็นที่มาของข้อมูลความนิยมในกลุ่มนักลงทุนไทยที่กล่าวถึงข้างต้น

ที่มา: bitkub.com (15 กันยายน 2026)
สำหรับผู้ที่สนใจทยอยซื้อ BCH หรือเหรียญอื่นแบบสม่ำเสมอ สามารถใช้เครื่องมือคำนวณแผน DCA ของเราเพื่อดูผลตอบแทนย้อนหลังตามจำนวนเงินและความถี่ที่ต้องการได้ ก่อนตัดสินใจซื้อขายจริงควรตรวจสอบสถานะการลิสต์เหรียญและอัตราค่าธรรมเนียมล่าสุดกับเว็บเทรดที่ใช้งานอยู่โดยตรงเสมอ เพราะรายละเอียดค่าธรรมเนียมและโปรโมชันเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา และที่สำคัญที่สุดคือ ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเลือกเครือข่าย BCH ให้ตรงกันทุกครั้งเวลาฝากหรือถอนเหรียญ เพื่อป้องกันความเสี่ยงเงินหายจากการส่งผิดเครือข่ายกับ Bitcoin
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Bitcoin Cash วันนี้ยังมีคนใช้งานจริงอยู่ไหม
มี ทั้งในฐานะสินทรัพย์ซื้อขายบนเว็บเทรด (มูลค่าตลาดราว 4,442 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ปริมาณซื้อขายหลักร้อยล้านดอลลาร์ต่อวัน) และในฐานะเครื่องมือชำระเงินจริงในบางภูมิภาค โดยเฉพาะฟิลิปปินส์ผ่านทีม Paytaca และงาน Cash 3.0 Conference ที่จัดขึ้นทุกปี รวมถึงยังมีทีมนักพัฒนาที่อัปเกรดเครือข่ายต่อเนื่องผ่านกระบวนการ CHIP
BCH กับ BTC ต่างกันตรงไหนที่สำคัญที่สุดในทางปฏิบัติ
ต่างกันที่ขนาดบล็อกและค่าธรรมเนียม BCH มีขนาดบล็อกใหญ่กว่าและค่าธรรมเนียมถูกกว่ามาก แต่แลกมาด้วย hashrate ที่ต่ำกว่า Bitcoin มากเช่นกัน (ไม่ถึง 1% ของ Bitcoin) ทำให้ความปลอดภัยเชิงเครือข่ายในทางทฤษฎีต่ำกว่า Bitcoin ที่มีแรงขุดปกป้องเครือข่ายมหาศาลกว่ามาก
Bitcoin Cash กับ Bitcoin SV ตอนนี้ใครใหญ่กว่ากัน
ในแง่ตัวเลข BCH มีมูลค่าตลาดสูงกว่า Bitcoin SV มาก (ประมาณ 14-15 เท่า ณ ปลาย ส.ค. 2026) และอยู่ในอันดับต้นๆ ของตลาดคริปโตต่อเนื่อง ขณะที่ Bitcoin SV อยู่นอกกลุ่ม 100 อันดับแรก ตลาดตัดสินไปแล้วว่า BCH คือผู้อยู่รอดหลักจากการแยกเชนครั้งที่สองในปี 2018
ถือ BCH เสี่ยงถูกโจมตี 51% จริงไหม
ในทางทฤษฎีมีความเสี่ยงมากกว่า Bitcoin เพราะ hashrate ต่ำกว่ามาก และเคยมีเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการรวมแรงขุดของเหมืองใหญ่มาย้อนธุรกรรมในเดือนพฤษภาคม 2019 แล้วจริง อย่างไรก็ตามเครือข่าย BCH ยังทำงานต่อเนื่องได้ตามปกติมาจนถึงปัจจุบัน ไม่ได้มีเหตุการณ์ร้ายแรงลักษณะนี้เกิดขึ้นบ่อยครั้ง
ซื้อ BCH ในไทยได้ที่ไหนบ้าง
ซื้อขายได้บนเว็บเทรดไทยที่ได้รับใบอนุญาตหลักอย่าง Bitkub, Binance TH และ Maxbit โดย Maxbit ยังมีฟีเจอร์ Auto DCA สำหรับ BCH ที่ได้รับความนิยมจากนักลงทุนไทยพอสมควรตามข้อมูลที่กล่าวถึงข้างต้น
ทำไมราคา BCH ยังต่ำกว่าจุดสูงสุดเดิมมากขนาดนี้
จุดสูงสุดตลอดกาลของ BCH เกิดขึ้นช่วงปลายปี 2017 ที่ตลาดคริปโตทั้งตลาดพุ่งขึ้นพร้อมกันแบบไม่ปกติ (bubble) หลังจากนั้นตลาดคริปโตโดยรวมก็ผ่านทั้งขาขึ้นและขาลงมาหลายรอบ ขณะที่ความสนใจของนักลงทุนกระจายไปยังเหรียญและกระแสใหม่ๆ มากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เหรียญเก่าแก่จากยุค 2017 อย่าง BCH ไม่ได้กลับไปแตะระดับราคาเดิมได้ แม้มูลค่าตลาดโดยรวมของตลาดคริปโตจะเติบโตขึ้นมากก็ตาม
อยากรู้ประวัติศาสตร์การแยกเชนของ Bitcoin Cash แบบละเอียด อ่านที่ไหน
อ่านเพิ่มเติมได้ที่บทความ Bitcoin Cash เกิดจากอะไร เปิดแฟ้มวันที่ Bitcoin แยกร่างเป็นสองสายครั้งแรก ซึ่งเล่ารายละเอียดเบื้องหลังวันแยกเชน 1 สิงหาคม 2017 ทั้งใครเป็นคนกดปุ่มแยกเชน ใครตั้งชื่อ Bitcoin Cash และเกร็ดเบื้องหลังต่างๆ ไว้ครบถ้วน รวมถึงบทความแวดล้อมอย่าง ใครควบคุม Bitcoin (Blocksize War) และ Fork คืออะไร Hard Fork Soft Fork

ที่มา: bitcoinaddict.com
สรุป Bitcoin Cash เหมาะกับใคร
เหรียญนี้เหมาะกับนักลงทุนที่เข้าใจและยอมรับความเสี่ยงเชิงโครงสร้างของเครือข่ายที่มี hashrate ต่ำกว่า Bitcoin มาก แลกกับค่าธรรมเนียมที่ถูกกว่ามาก และสนใจติดตามพัฒนาการของระบบนิเวศการชำระเงินจริงที่ยังเติบโตอยู่ในบางภูมิภาค โดยเฉพาะกลุ่มที่เชื่อในปรัชญา "เงินสดดิจิทัลสำหรับใช้จ่ายประจำวัน" มากกว่ามองเป็นสินทรัพย์เก็บมูลค่าระยะยาวแบบ Bitcoin
สำหรับนักลงทุนที่มองหาการกระจายความเสี่ยงในพอร์ตอย่างแท้จริง ควรเข้าใจว่าราคา BCH ยังเคลื่อนไหวสัมพันธ์กับ Bitcoin สูงมาก ไม่ได้ช่วยกระจายความเสี่ยงได้มากเท่ากับเหรียญที่มีปัจจัยขับเคลื่อนราคาเป็นของตัวเองอย่างชัดเจน และควรตระหนักว่าฐานผู้ใช้งานจริงของ BCH ยังจำกัดอยู่ในบางภูมิภาคของโลก ยังไม่ได้เป็นวิธีชำระเงินกระแสหลักในระดับสากล
สำหรับคนไทยโดยเฉพาะ BCH ถือเป็นหนึ่งในเหรียญ altcoin ที่ยังซื้อขายได้ครบทุกเว็บเทรดไทยหลักโดยไม่มีปัญหาด้านกฎระเบียบเหมือนเหรียญบางกลุ่ม และมีข้อมูลจริงชี้ว่านักลงทุนไทยสนใจซื้อสม่ำเสมอผ่าน Auto DCA อยู่พอสมควร แต่ก่อนตัดสินใจถือระยะยาว ควรทำความเข้าใจความเสี่ยงเชิงเทคนิคและความเสี่ยงด้านภาพลักษณ์ของบุคคลที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วนก่อนเสมอ ไม่ใช่ซื้อเพียงเพราะราคาต่อเหรียญถูกกว่า Bitcoin เท่านั้น