Bitcoin Cash เกิดจากอะไร เปิดแฟ้มวันที่ Bitcoin แยกร่างเป็นสองสายครั้งแรก
ความรู้พื้นฐานโดย พีรพัฒน์ หาญคงแก้ว

Bitcoin Cash เกิดจากอะไร เปิดแฟ้มวันที่ Bitcoin แยกร่างเป็นสองสายครั้งแรก

Bitcoin Cash เกิดจากอะไร ย้อนดูวันที่ 1 สิงหาคม 2017 ที่เครือข่าย Bitcoin แยกออกเป็นสองสาย ครั้งแรก หลังฝ่าย large blockers แพ้สงคราม Blocksize War พร้อมเปิดแฟ้มว่าใครเป็นคนกดปุ่มแยกเชน ใครตั้งชื่อ Bitcoin Cash และทำไม BTC กับ BCH ถึงไม่ใช่เหรียญเดียวกัน

*บทความนี้เป็น Optional companion ของ ใครควบคุม Bitcoin Blocksize War คืออะไร แนะนำให้อ่านบทความหลักก่อนเพื่อรู้ที่มาที่ไปของสงครามทั้งหมด ส่วนถ้ายังไม่คุ้นคำว่า Hard Fork กับ Soft Fork ต่างกันยังไง อ่าน Fork คืออะไร Hard Fork Soft Fork ประกอบสั้นๆ ก่อนได้ บทความนี้จะไม่อธิบายซ้ำเรื่องกลไก fork แต่จะพาไปดูว่าเหตุการณ์แยกเชนจริงครั้งแรกของ Bitcoin หน้างานจริงมันเป็นยังไง

เปิดแอปเทรดคริปโตครั้งแรกๆ หลายคนน่าจะเคยสะดุดตากับสองชื่อที่คล้ายกันมาก คือ "Bitcoin (BTC)" กับ "Bitcoin Cash (BCH)" เรียงอยู่ใกล้กันในลิสต์เหรียญ ราคาต่างกันหลายสิบเท่า แต่ชื่อขึ้นต้นเหมือนกันเป๊ะ บางคนอาจเคยสงสัยเฉยๆ แล้วปล่อยผ่าน บางคนอาจเคยเผลอกดส่งเหรียญผิดเครือข่ายเพราะคิดว่าเป็นของเดียวกัน แล้วเงินหายไปแบบกู้คืนไม่ได้

คำตอบว่าทำไมถึงมีสอง "Bitcoin" อยู่ในตลาดพร้อมกัน ย้อนกลับไปที่เหตุการณ์เดียวในประวัติศาสตร์ คือวันที่ 1 สิงหาคม 2017 วันที่เครือข่าย Bitcoin แยกออกเป็นสองสายเป็นครั้งแรก ไม่ใช่เพราะบั๊กหรืออุบัติเหตุทางเทคนิค แต่เป็นทางออกสุดท้ายของฝ่ายที่แพ้ในสงครามการเมืองที่ยืดเยื้อมาสองปีเต็ม เรื่องราวของ Bitcoin Cash คือภาคต่อโดยตรงของ Blocksize War และบทความนี้จะพาไล่ทุกจุดที่หนังสือ The Blocksize War ของ Jonathan Bier บันทึกไว้ ตั้งแต่ใครเป็นคนกดปุ่มแยกเชน ใครตั้งชื่อมัน ไปจนถึงเกร็ดสืบสวนสนุกๆ ที่ตัวผู้เขียนหนังสือเองก็เข้าไปควานหาคำตอบด้วยตัวเอง

หน้าจอแอปเทรดจำลองแสดง Bitcoin BTC กับ Bitcoin Cash BCH ชื่อขึ้นต้นเหมือนกันแต่ราคาต่างกันหลายสิบเท่า

ภาพ: ความสับสนนี้ไม่ใช่แค่เรื่องรำคาญเล็กๆ เคยมีคนกดโอนเหรียญผิดเครือข่ายเพราะชื่อคล้ายกันจนเงินหายถาวรมาแล้วจริงในทางปฏิบัติ

จากคำขู่ UASF ถึงทางตัน ทำไมฝ่ายบล็อกใหญ่เหลือทางเดียว

ก่อนจะไปถึงวันแยกเชน ต้องย้อนดูว่าทำไมมันมาถึงจุดนี้ ตลอดปี 2017 ฝ่าย "large blockers" (นักขุดและบริษัทใหญ่ที่อยากเพิ่มขนาดบล็อกแบบ hardfork) กับฝ่าย "small blockers" (นักพัฒนา Bitcoin Core ที่เลือก SegWit แบบ softfork แทน) รบกันมาหลายยกจนถึงเดือนสิงหาคม ผู้ใช้ฝ่าย small block เปิดไม้ตายที่ชื่อ UASF (User Activated Softfork) ประกาศว่าจะปฏิเสธบล็อกที่ไม่ signal สนับสนุน SegWit ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2017 เป็นต้นไป โดยไม่รอให้นักขุดเห็นด้วยก่อน กลยุทธ์นี้บีบให้นักขุดยอมกระตุ้น SegWit ก่อนเส้นตายไม่กี่วัน (อ่านเรื่อง UASF เต็มๆ ได้ใน ใครควบคุม Bitcoin)

ผลคือ SegWit activate สำเร็จบนเครือข่าย Bitcoin หลักโดยไม่มีการแยกเชน แต่นั่นแปลว่าฝ่าย large block แพ้เกมนี้แบบเบ็ดเสร็จ ความพยายามเพิ่มขนาดบล็อกที่ลองมาแล้วสามรอบ (Bitcoin XT, Bitcoin Classic, Bitcoin Unlimited) ล้มเหลวหมด และ SegWit กำลังจะกลายเป็นกติกาถาวรของเชนหลัก ฝ่ายที่เคยขู่ไว้ตั้งแต่กลางเดือนมิถุนายน 2017 ว่าจะทำ UAHF (User Activated Hard Fork) ถ้าถูกต้อนจนมุม จึงเหลือทางเดียวคือลงมือทำตามที่ขู่ไว้ แยกเชนไปสร้างเวอร์ชันของตัวเอง

นับถอยหลังสู่ 1 สิงหาคม ใครเป็นคนวางแผน Bitcoin Cash

คนที่กดปุ่มเริ่มต้นจริงๆ ไม่ใช่ชื่อดังในสงครามนี้เลยด้วยซ้ำ วันที่ 30 มิถุนายน 2017 ที่งาน "Future of Bitcoin Conference" เมือง Arnhem ประเทศเนเธอร์แลนด์ นักพัฒนาที่แทบไม่มีใครรู้จักมาก่อนชื่อ Amaury Sechet ขึ้นเวทีประกาศเปิดตัวไคลเอนต์ใหม่ชื่อ "Bitcoin ABC" implement แผน UAHF ที่ Bitmain เคยขู่ไว้ นั่นคือ hardfork เพิ่มขนาดบล็อก พร้อมใส่กลไก replay protection แบบเลือกได้เพื่อกันธุรกรรมสับสนข้ามเชน

ไคลเอนต์ตัวจริงถูกปล่อยออกมาราววันที่ 12 กรกฎาคม 2017 พร้อมกำหนด flag-day activation ตายตัวคือวันที่ 1 สิงหาคม 2017 ซึ่งไม่ต้องรอให้นักขุดโหวตหรือ signal อะไรทั้งสิ้น ถึงเวลาก็แยกเชนทันที วันที่เลือกไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่จงใจตั้งให้ตรงกับเส้นตายของ BIP 148 (UASF) เป๊ะ เท่ากับว่าไม่ว่าฝ่าย small block จะชนะหรือแพ้ในวันนั้น ฝ่าย large block ก็มีเชนสำรองของตัวเองพร้อมเปิดตัวคู่กันไปเลย

ไทม์ไลน์นับถอยหลังสู่วันแยกเชน จากวันประกาศ Bitcoin ABC ที่ Arnhem ถึงวัน flag day 1 สิงหาคม 2017

ภาพ: จากวันประกาศไอเดียถึงวันแยกเชนจริงใช้เวลาแค่ราวหนึ่งเดือน เร็วกว่าความพยายามเพิ่มขนาดบล็อกทุกครั้งก่อนหน้าที่ยืดเยื้อกันเป็นปีอย่างเทียบกันไม่ติด

ใครตั้งชื่อมันว่า Bitcoin Cash ViaBTC กับ 6 วันสุดท้ายก่อนเปิดตัว

ไคลเอนต์ Bitcoin ABC เดิมทีไม่ได้มีชื่อเหรียญที่ชัดเจน จนกระทั่งวันที่ 17 กรกฎาคม 2017 เว็บเทรดจีน ViaBTC เป็นผู้ประกาศชื่อ "Bitcoin Cash" (ย่อว่า BCC ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็น BCH ในภายหลังเพื่อไม่ให้ชนกับตัวย่อของเหรียญ BitConnect ที่ใช้ BCC อยู่แล้ว) แถลงการณ์ของ ViaBTC เขียนไว้ตรงๆ ว่า

> "We will designate the token 'Bitcoin Cash' (BCC)"

จุดที่น่าสนใจคือชื่อและกลไกสำคัญบางส่วนถูกล็อกกันในนาทีสุดท้ายจริงๆ Ben Delo ผู้ร่วมก่อตั้งเว็บเทรด BitMEX เป็นคนผลักดันให้เพิ่ม mandatory replay protection เข้าไปในโค้ด ซึ่งถูกใส่เข้ามาแค่ 6 วันก่อนวันเปิดตัวจริงเท่านั้น replay protection คือกลไกที่กันไม่ให้ธุรกรรมบนเชนหนึ่งถูกเล่นซ้ำ (replay) บนอีกเชนหนึ่งโดยไม่ตั้งใจ ถ้าไม่มีกลไกนี้ คนที่ส่งเหรียญบนเชนหนึ่งอาจเจอธุรกรรมเดียวกันไปโผล่ซ้ำบนอีกเชนโดยไม่รู้ตัว เท่ากับว่าเหรียญใหม่ที่กำลังจะเกิดในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ยังไม่มีทั้งชื่อทางการและกลไกความปลอดภัยพื้นฐานจนถึงวินาทีท้ายๆ ของการนับถอยหลัง

ชื่อเหรียญเปลี่ยนจาก BCC เป็น BCH พร้อมเพิ่มกลไก replay protection เข้ามาแค่ 6 วันก่อนเปิดตัวจริง

ภาพ: ทั้งชื่อทางการและกลไกกันเงินหายยังไม่นิ่งจนถึงวินาทีสุดท้าย สะท้อนว่าทีมงานเร่งปล่อยเชนใหม่นี้ออกมาเร็วแค่ไหน

วันที่เชนแยกจริง บล็อก 478,559 และปริศนาบนป้าย Hennessy Road

เวลา 13:16 UTC วันที่ 1 สิงหาคม 2017 ที่บล็อกหมายเลข 478,559 เครือข่าย Bitcoin แยกออกเป็นสองสายอย่างเป็นทางการ จากจุดนี้เป็นต้นไป ธุรกรรมและประวัติทั้งหมดก่อนหน้ายังเหมือนกันทุกเหรียญทุกที่อยู่ แต่หลังจากนี้สองเชนจะเดินเรื่องราวของตัวเองแยกกันตลอดกาล ใครถือ Bitcoin อยู่ก่อนบล็อกนี้ ก็จะได้เหรียญ Bitcoin Cash จำนวนเท่ากันฟรีๆ ไปโดยอัตโนมัติ (แบบเดียวกับหลักการทั่วไปของ hardfork ที่อธิบายไว้ในบทความ Fork คืออะไร)

ราวๆ 5 ชั่วโมงหลังจากนั้น ViaBTC เป็นผู้ขุดบล็อกแรกของเชน Bitcoin Cash ได้สำเร็จ และเลือกฝังข้อความไว้ในช่อง coinbase (ข้อความอิสระที่นักขุดใส่อะไรก็ได้ในบล็อกที่ตัวเองขุดได้) ว่า

> "Welcome to the world, Shuya Yang!"

ข้อความนี้เชื่อกันว่าเป็นการประกาศการเกิดของลูกใครสักคนในทีม ViaBTC เป็นเกร็ดเล็กๆ ที่ดูอบอุ่นท่ามกลางสงครามที่ตึงเครียดมาสองปี แต่ที่สนุกกว่านั้นคือ Jonathan Bier ผู้เขียนหนังสือ The Blocksize War เล่าไว้ว่าตัวเขาเองไปสะดุดกับข้อความปริศนาอีกอันหนึ่งที่ถูกฝังไว้ในบล็อก coinbase อื่นของเชน Bitcoin Cash ช่วงแรกๆ คือข้อความ "Genesis Block 269-273 Hennessy Road Wan Chai Hong Kong" ที่ไม่มีบริบทอะไรเลย

Bier เกิดความสงสัยว่าที่อยู่นี้คืออะไร เกี่ยวข้องอะไรกับสงครามหรือเปล่า เขาจึงลงมือสืบเองร่วมกับ Ben Delo และท้ายที่สุดก็ได้คำตอบว่ามันไม่ใช่รหัสลับหรือสารซ่อนเร้นอะไรทั้งนั้น แค่เป็น โฆษณาสถานที่จัดงานประชุมแห่งใหม่ ที่มีคนแอบฝังไว้ในบล็อกเฉยๆ เกร็ดนี้สะท้อนบรรยากาศของทั้งวงการช่วงนั้นได้ดี คือทุกคนกำลังจับจ้องทุกรายละเอียดเล็กๆ บนเชนใหม่ด้วยความอยากรู้อยากเห็นสุดขีด เพราะไม่มีใครรู้จริงๆ ว่าเชนที่เพิ่งเกิดใหม่นี้จะไปรอดหรือไม่

จุดที่เครือข่าย Bitcoin แยกออกเป็นสองสายจริงที่บล็อก 478,559 วันที่ 1 สิงหาคม 2017 เวลา 13:16 UTC

ภาพ: ก่อนบล็อกนี้ทุกกระเป๋าทุกธุรกรรมเหมือนกันเป๊ะ หลังจากนี้คือคนละเครือข่ายที่ไม่มีวันกลับมาเดินเส้นเดียวกันอีก

ข้อความปริศนาในบล็อกแรกของ BCH ทั้งข้อความแสดงความยินดีและที่อยู่ Hennessy Road ที่ยังไม่มีคำตอบตอนนั้น

ภาพ: ข้อความปริศนานี้ทำให้ผู้เขียนหนังสือ The Blocksize War ถึงกับเดินสืบเองนอกออฟฟิศ ก่อนพบว่าเป็นแค่โฆษณาสถานที่จัดงาน ไม่ใช่รหัสลับอะไรเลย

Bittrex กลายเป็นเว็บเทรดใหญ่รายแรกๆ ที่เปิดให้ฝากถอน Bitcoin Cash ได้จริงในวันที่ 6 สิงหาคม 2017 เพียงไม่กี่วันหลังแยกเชน เท่ากับว่าเหรียญใหม่นี้มีตลาดซื้อขายจริงเกือบจะทันทีที่เกิด

ปฏิกิริยาจากอีกฝั่งของสงครามก็ไม่ได้เงียบเหมือนกัน ฝ่าย small blockers ที่เพิ่งชนะศึก SegWit มาหมาดๆ เลือกกลยุทธ์เย้ยหยันเหรียญใหม่แทนการนิ่งเฉย หนังสือ The Blocksize War บันทึกไว้ว่าบางคนในฝ่ายนี้เริ่มใช้คำเรียก "BCash" แทนคำว่า Bitcoin Cash ตัดคำว่า Bitcoin ออกไปตรงๆ เพื่อบอกเป็นนัยว่านี่ไม่ใช่ Bitcoin ตัวจริง หนังสือระบุไว้ตรงๆ ว่า

> "This appeared to get under the skin of some of the large blockers, notably Roger Ver, which only encouraged further use of the name."

พูดง่ายๆ คือคำนี้ได้ผลจนทำให้ฝ่าย large block บางคน โดยเฉพาะ Roger Ver รู้สึกหงุดหงิด ซึ่งกลับยิ่งกระตุ้นให้อีกฝ่ายใช้คำนี้หนักขึ้นไปอีก ชื่อเล่นนี้แพร่ไปทั่ว r/Bitcoin อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะหลัง BashCo ผู้ดูแลบอร์ดหยิบไปใช้ในโพสต์ปักหมุดที่มีคนอ่านจำนวนมาก ช่วงสั้นๆ เว็บเทรดและกระเป๋าเงินบางเจ้าอย่าง Bitfinex, Trezor และ Jaxx ก็หันมาใช้ "Bcash" ชั่วคราวเช่นกัน โดยให้เหตุผลตรงกันว่าเพื่อลดความสับสนกับ Bitcoin ตัวจริง (Bitfinex ถึงขั้นประกาศเปลี่ยนชื่อเรียกอย่างเป็นทางการ ส่วน COO ของ Jaxx อย่าง Charlie Shrem ก็ออกมาพูดเหตุผลเดียวกันตรงๆ) ก่อนที่กระแสวิจารณ์จากฝั่งผู้สนับสนุน Bitcoin Cash จะดันให้อุตสาหกรรมส่วนใหญ่กลับไปใช้ชื่อ "Bitcoin Cash" เป็นมาตรฐานในที่สุด

ฝั่งผู้สนับสนุน Bitcoin Cash มองคำนี้เป็นการดูถูกตรงๆ ไม่ใช่แค่เรื่องความสับสนทางชื่อ เพราะมันเท่ากับปฏิเสธว่า Bitcoin Cash ไม่มีสิทธิ์ใช้คำว่า "Bitcoin" ร่วมด้วยเลยด้วยซ้ำ ฝ่าย Amaury Sechet เองก็เคยออกมาโต้ว่าการดันชื่อที่สองแบบนี้คือความพยายามสร้างความสับสนให้ผู้ใช้มากกว่า ปรากฏการณ์นี้ไม่ใช่แค่มุขล้อเล่นบนโซเชียล แต่คือส่วนหนึ่งของสงครามข้อมูลข่าวสารที่ทั้งสองฝ่ายแย่งกันชี้ว่าใครคือ "Bitcoin ตัวจริง" กันแน่ ผ่านมาหลายปีคำว่า Bcash ก็ยังไม่หายไปไหนทั้งหมด ยังมีคนในชุมชนคริปโตหยิบมาใช้แซวกันเป็นครั้งคราวจนถึงทุกวันนี้

ชื่อเล่นแดกดัน Bcash ที่ลามจากเว็บบอร์ดไปถึงเว็บเทรดและวอลเล็ตใหญ่บางเจ้าที่หันมาใช้ชั่วคราว

ภาพ: คำว่า Bcash ไม่ได้เป็นแค่มุขในเว็บบอร์ด มันลามไปถึงเว็บเทรดและวอลเล็ตใหญ่บางเจ้าที่หันมาใช้ชื่อนี้ชั่วคราวจริง ก่อนกระแสวิจารณ์จะดันให้อุตสาหกรรมส่วนใหญ่กลับไปใช้ชื่อ Bitcoin Cash เป็นมาตรฐานในที่สุด

เหรียญใหม่วันแรกๆ ราคาป่วน อัลกอริทึมพัง แล้วก็ร่วง 20% ในวันเดียว

ช่วงแรกหลังแยกเชน ราคา Bitcoin Cash ตั้งตัวอยู่ที่ราวๆ 7 ถึง 15 เปอร์เซ็นต์ของราคา Bitcoin หลังผ่านความผันผวนหนักในสัปดาห์แรกๆ รวมถึงวันที่ราคาร่วงลงไปราว 20 เปอร์เซ็นต์ในวันเดียว ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเพราะฝ่าย small blockers จำนวนมากที่ได้เหรียญ BCH ฟรีติดกระเป๋าจากการแยกเชน (แต่ไม่ได้ศรัทธาในแนวทางของมัน) เลือกขายทิ้งทันทีที่ทำได้

อีกปัญหาที่ซ้ำเติมความปั่นป่วนคือ อัลกอริทึมปรับความยากในการขุด (difficulty adjustment) ของ Bitcoin Cash ที่ออกแบบมาใหม่ในช่วงแรกมีบั๊ก ทำให้ hashrate ที่มาขุดเชนนี้แกว่งขึ้นลงรุนแรง บางช่วงนักขุดแห่เข้ามาขุดเพราะทำกำไรดีกว่า BTC ชั่วคราว บางช่วงก็ทิ้งเชนไปหมด ผลลัพธ์คือ Bitcoin Cash เดินหน้าเร็วผิดปกติในบางจังหวะ จนสุดท้ายมีจำนวนบล็อกนำหน้า Bitcoin ไปราว 10,000 บล็อกเลยทีเดียว ทั้งที่เพิ่งแยกเชนมาไม่นาน

อัลกอริทึมปรับความยากที่ยังไม่นิ่งในช่วงแรก ทำให้ราคาป่วนและบล็อกเดินหน้าเร็วผิดปกติกว่าหมื่นบล็อก

ภาพ: บั๊กนี้ไม่ได้แค่ทำราคาป่วน แต่ทำให้ Bitcoin Cash ขุดบล็อกเร็วผิดปกติจนนำหน้า Bitcoin ไปเกือบหมื่นบล็อก ทั้งที่เพิ่งแยกเชนมาไม่นาน

พีคสั้นๆ กลางเดือนพฤศจิกายน ตอนที่ SegWit2x ถูกยกเลิก

หลัง SegWit activate สำเร็จ ฝ่าย large block ยังมีความหวังสุดท้ายเหลืออยู่อีกก้อนหนึ่ง คือ SegWit2x ตามข้อตกลง New York Agreement ที่สัญญาว่าจะ hardfork เพิ่มขนาดบล็อกอีกครั้งภายในหกเดือน แต่แผนนี้ค่อยๆ พังลงตลอดเดือนสิงหาคมถึงตุลาคม 2017 เมื่อบริษัทที่เคยลงนามถอนตัวออกทีละราย จนกระทั่งวันพุธที่ 8 พฤศจิกายน 2017 เวลา 16:58 UTC Mike Belshe (CEO ของ BitGo) ส่งอีเมลถึง mailing list ประกาศยกเลิก SegWit2x อย่างเป็นทางการ ลงนามร่วมกันโดย Wences Casares, Jihan Wu, Jeff Garzik, Peter Smith และ Erik Voorhees พร้อมข้อความปิดท้ายว่า

> "Bitcoin remains the greatest form of money mankind has ever seen, and we remain dedicated to protecting and fostering its growth worldwide."

นั่นคือจุดจบอย่างเป็นทางการของสงครามขนาดบล็อกทั้งหมด นับจากวันที่ Bitcoin XT เปิดตัวครั้งแรกในปี 2015 รวมแล้ว 816 วัน ข่าวการยกเลิก SegWit2x ทำให้ตลาดหันไปโฟกัสที่ Bitcoin Cash แทน เพราะมันคือทางเลือกฝั่งบล็อกใหญ่ที่ยังมีชีวิตอยู่จริงเพียงทางเดียว ราคา BCH พุ่งขึ้นแรงจนแตะจุดสูงสุดที่ราว 48 เปอร์เซ็นต์ของราคา Bitcoin ในวันที่ 12 พฤศจิกายน 2017 แรงซื้อส่วนใหญ่มาจากนักลงทุนรายย่อยชาวเกาหลีใต้ที่เข้ามาไล่ราคาอย่างหนักในช่วงสั้นๆ นั้น ก่อนที่ราคาจะร่วงกลับลงมาอย่างรวดเร็วในเวลาไม่นานหลังจากนั้น

ราคา BCH เทียบสัดส่วนกับ BTC ตลอดปี 2017 จากช่วงแรกต่ำ ๆ ไปพีคสั้น 48% วันที่ 12 พฤศจิกายน ก่อนร่วงกลับ

ภาพ: จุดพีค 48% อยู่ได้แค่ไม่กี่วันหลัง SegWit2x ถูกยกเลิก ก่อนราคาจะร่วงกลับไปแถวเดิม สะท้อนว่าตลาดมองบล็อกใหญ่เป็นแค่ทางเลือกสำรอง ไม่ใช่ผู้ท้าชิงตัวจริง

บทเรียนที่ฝ่ายบล็อกใหญ่ไม่ได้ตั้งใจสอน

ในตอนที่วางแผนไว้ ฝ่าย large block หวังว่า Bitcoin Cash จะเป็นไพ่ต่อรอง กดดันให้ชุมชนกลับมายอมทำ hardfork เฟส 2 ตามที่ New York Agreement สัญญาไว้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงกลับตรงข้าม การแยกเชนจริงๆ ไม่ใช่แค่คำขู่บนกระดาน มันสร้างความสับสน ความผันผวน และความยุ่งยากให้ทั้งวงการ (เว็บเทรดต้องรีบตัดสินใจว่าจะรองรับเหรียญใหม่ยังไง ผู้ใช้ต้องระวังเรื่อง replay protection ราคาป่วนไปทั้งตลาด) จนกลายเป็นเครื่องเตือนใจที่ชัดเจนที่สุดว่าการแยกเชนจริงๆ นั้นรบกวนระบบมากแค่ไหน

สามผลกระทบจากการแยกเชนจริง เว็บเทรดต้องรีบตัดสินใจ ผู้ใช้ต้องระวัง replay protection ราคาป่วนทั้งตลาด

ภาพ: สามผลกระทบนี้คือสิ่งที่ฝ่ายบล็อกใหญ่ไม่เคยตั้งใจให้เกิด เพราะเดิมทีหวังให้ Bitcoin Cash เป็นแค่ไพ่ต่อรอง ไม่ใช่ตัวสร้างความวุ่นวายให้ทั้งวงการขนาดนี้

ผลพลอยได้อีกอย่างคือ Bitcoin Cash กลายเป็นข้อโต้แย้งที่ฝ่าย small block ใช้ได้ทันที ว่าในเมื่อฝ่ายที่อยากได้บล็อกใหญ่มีเชนของตัวเองอยู่แล้ว New York Agreement ก็ไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป เท่ากับ NYA ตายไปตั้งแต่ตอนนั้นในทางปฏิบัติ ก่อนที่มันจะถูกยกเลิกอย่างเป็นทางการในอีกไม่กี่เดือนต่อมา Bier สรุปเรื่องทั้งหมดนี้ไว้ท้ายเล่มด้วยประโยคที่กระชับมาก

> "Money is ultimately a collective confidence game, the small blockers proved themselves to be quite effective players of the game"

พูดง่ายๆ คือฝ่ายที่ชนะไม่ใช่ฝ่ายที่มีเทคนิคเหนือกว่าเสมอไป แต่เป็นฝ่ายที่โน้มน้าวให้ผู้ใช้และตลาดเชื่อในเรื่องเล่าของตัวเองได้มากกว่า

เห็นสองแบรนด์ชื่อเดียวกันแบบนี้ คนไทยก็เจอบ่อยกว่าที่คิด

เรื่องแบบ "ของสองอย่างที่ใช้ชื่อคล้ายกันมาก แต่ไม่ใช่ของเดียวกันจริงๆ แล้วต่างฝ่ายต่างอ้างว่าตัวเองคือของแท้" ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่สำหรับคนไทยเลย ธุรกิจร้านอาหารหรือแฟรนไชส์ในไทยหลายเจ้าเคยมีปัญหานี้จริง เช่นตอนหุ้นส่วนหรือคนในครอบครัวแตกคอกัน แล้วต่างฝ่ายต่างแยกไปเปิดร้านใหม่โดยยังใช้ชื่อเดิมหรือชื่อที่คล้ายกันมาก จนลูกค้าที่ไม่ได้ติดตามข่าวสารดีๆ แยกไม่ออกว่าสาขาไหนคือ "ต้นตำรับของแท้" กันแน่ ต้องอาศัยสังเกตรายละเอียดเล็กๆ อย่างโลโก้ ที่อยู่ หรือเลขทะเบียนบริษัทถึงจะรู้ว่ากำลังซื้อของจากใครอยู่

Bitcoin กับ Bitcoin Cash ก็อยู่ในสถานการณ์คล้ายกันในทางเทคนิค ทั้งสองสายมีประวัติศาสตร์ร่วมกันมาก่อนวันที่ 1 สิงหาคม 2017 ทุกกระเป๋า ทุกยอดเงิน ทุกธุรกรรมเหมือนกันเป๊ะจนถึงบล็อกที่ 478,559 แต่หลังจากนั้นมันคือคนละเครือข่าย คนละกฎ คนละอนาคตกันโดยสิ้นเชิง แม้จะแบ่งนามสกุล "Bitcoin" กันมาถึงทุกวันนี้ก็ตาม เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ประวัติศาสตร์ต่างประเทศไกลตัว เพราะเว็บเทรดไทยรายใหญ่อย่าง Bitkub เองก็มีบทความอธิบายให้ลูกค้าเข้าใจตรงๆ ว่า BCH คือเหรียญที่เกิดจากการ hardfork แยกออกมาจาก Bitcoin ไม่ใช่สินทรัพย์ตัวเดียวกัน เพราะนี่คือคำถามที่ผู้ใช้จริงในไทยถามเข้ามาบ่อยพอจะต้องเขียนอธิบายแยกเป็นบทความหนึ่งเลย

ชื่อคล้ายกันไม่ได้แปลว่าเป็นของเดียวกัน เทียบธุรกิจที่แยกตัวไปเปิดใหม่กับ BTC และ BCH ที่หน้าตาคล้ายกัน

ภาพ: จุดร่วมของทั้งสองกรณีคือฝ่ายที่แยกตัวออกไปมักยังอยากอ้างสิทธิ์ในชื่อเดิมต่อ ทำให้ลูกค้าหรือผู้ใช้ต้องเป็นฝ่ายแยกแยะเองว่าใครคือของแท้

ประวัติศาสตร์ชอบเล่นมุขซ้ำ พฤศจิกายน 2018 ตาถึง Bitcoin Cash เองบ้าง

เรื่องนี้มีภาคต่อที่น่าเจ็บปวดสำหรับฝ่าย large block เป็นพิเศษ เพียงหนึ่งปีกว่าหลังแยกเชนออกมาจาก Bitcoin สำเร็จ Bitcoin Cash เองก็เจอปัญหาเดียวกันที่ตัวมันเคยสร้างให้คนอื่น ในเดือนพฤศจิกายน 2018 ชุมชน Bitcoin Cash แตกคอกันเรื่องทิศทางการพัฒนา จนแยกเชนออกเป็นสองสายอีกครั้ง สายหนึ่งยังคงใช้ชื่อ Bitcoin Cash (ABC) ต่อไป ส่วนอีกสายกลายเป็น Bitcoin SV (Satoshi's Vision) นำโดย Craig Wright คนที่เคยถูกกล่าวหาว่าปลอมตัวเป็น Satoshi Nakamoto มาก่อนในสงครามครั้งก่อน วงจร "แยกเชนเพราะเห็นไม่ตรงกัน" ที่ Bitcoin เคยเจอ จึงเกิดซ้ำกับลูกหลานของมันเองแบบไม่ต่างกันเลย

เรื่องที่ต้องรู้จริงๆ ก่อนกดส่งเหรียญ BTC กับ BCH ไม่ใช่ของเดียวกัน

นี่คือส่วนที่สำคัญที่สุดสำหรับใครก็ตามที่ถือคริปโตอยู่จริง Bitcoin (BTC) และ Bitcoin Cash (BCH) เป็นคนละเครือข่ายกันโดยสมบูรณ์ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2017 เป็นต้นมา ที่อยู่กระเป๋า (wallet address) ของทั้งสองเครือข่ายมีรูปแบบต่างกัน ใช้กันข้ามเชนไม่ได้

ถ้าส่ง Bitcoin (BTC) ไปยังที่อยู่ที่ตั้งใจรับ Bitcoin Cash (BCH) หรือกลับกัน โดยไม่เช็คเครือข่ายให้ตรงกันก่อน มีความเสี่ยงสูงมากที่เงินจะสูญหายถาวร กู้คืนไม่ได้ เพราะระบบบล็อกเชนไม่มีกลไกยกเลิกธุรกรรมหรือเรียกเงินคืนเหมือนธนาคาร ทุกครั้งที่ถอนหรือฝากเหรียญ ไม่ว่าจะผ่านเว็บเทรดไทยหรือต่างประเทศ ให้เช็คให้แน่ใจเสมอว่ากำลังเลือกเครือข่าย (network) ที่ตรงกันทั้งฝั่งต้นทางและปลายทาง อย่าเชื่อแค่ว่าชื่อขึ้นต้นด้วย "Bitcoin" เหมือนกันแล้วจะปลอดภัย เพราะบทเรียนจากปี 2017 บอกไว้ชัดเจนแล้วว่าคำว่า "Bitcoin" ในตลาดวันนี้ไม่ได้แปลว่ามีแค่เครือข่ายเดียวอีกต่อไป

คำเตือนก่อนโอนเหรียญ ส่งผิดเครือข่ายระหว่าง BTC กับ BCH เงินหายถาวรกู้คืนไม่ได้ ต้องเช็คเครือข่ายให้ตรงกันทุกครั้ง

ภาพ: ต่างจากธนาคารที่โทรอายัดได้ ธุรกรรมบล็อกเชนที่ส่งผิดเครือข่ายไปแล้วไม่มีทางเรียกคืน นี่คือเหตุผลที่ต้องเช็คเครือข่ายให้ตรงกันก่อนกดยืนยันทุกครั้ง

คำถามที่พบบ่อย

Bitcoin Cash คืออะไร ต่างจาก Bitcoin ยังไง?

Bitcoin Cash คือเครือข่ายคริปโตที่แยกเชน (hardfork) ออกมาจาก Bitcoin เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2017 ที่บล็อก 478,559 เพื่อเพิ่มขนาดบล็อกให้ใหญ่กว่าเดิม หลังจากวันนั้นทั้งสองเครือข่ายมีกฎและอนาคตแยกจากกันโดยสิ้นเชิง แม้จะมีประวัติศาสตร์ร่วมกันก่อนหน้านั้นก็ตาม

Bitcoin Cash เกิดขึ้นเพราะอะไร?

เกิดจากความพ่ายแพ้ของฝ่าย "large blockers" ในสงครามขนาดบล็อก (Blocksize War) หลังฝ่ายผู้ใช้ใช้กลยุทธ์ UASF บีบให้ SegWit activate สำเร็จบนเชนหลักได้ในเดือนสิงหาคม 2017 ฝ่ายที่อยากได้บล็อกใหญ่จึงตัดสินใจแยกเชนออกไปสร้างเวอร์ชันของตัวเอง

ใครเป็นคนสร้าง Bitcoin Cash?

Amaury Sechet เป็นผู้ประกาศเปิดตัวไคลเอนต์ Bitcoin ABC ที่งานประชุมในเมือง Arnhem วันที่ 30 มิถุนายน 2017 ส่วนชื่อ "Bitcoin Cash" ถูกตั้งโดยเว็บเทรด ViaBTC เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2017 และเบื้องหลังทั้งหมดคือแรงสนับสนุนจากฝ่ายนักขุดที่นำโดย Bitmain ผ่านแผน UAHF

ถือ Bitcoin อยู่ตอนแยกเชนได้ Bitcoin Cash ฟรีจริงไหม?

จริง ใครถือ Bitcoin อยู่ก่อนบล็อก 478,559 จะได้เหรียญ Bitcoin Cash จำนวนเท่ากันโดยอัตโนมัติ (ต้องอยู่ในกระเป๋าที่ควบคุม private key เองหรือเว็บเทรดที่รองรับการแจกเหรียญ) นี่คือกลไกมาตรฐานของ hardfork ทุกครั้ง ไม่ใช่เฉพาะ Bitcoin Cash เท่านั้น

ส่ง Bitcoin ไปยังที่อยู่ Bitcoin Cash ได้ไหม?

ไม่ได้เด็ดขาด ทั้งสองเป็นคนละเครือข่ายกันตั้งแต่ปี 2017 ที่อยู่กระเป๋าใช้ข้ามเชนกันไม่ได้ ถ้าส่งผิดเครือข่ายมีความเสี่ยงสูงที่เงินจะสูญหายถาวรกู้คืนไม่ได้ ต้องเช็คเครือข่ายให้ตรงกันทุกครั้งก่อนโอน

Bitcoin Cash เกี่ยวอะไรกับ Bitcoin SV?

Bitcoin SV เป็นเหรียญที่แยกเชนออกมาจาก Bitcoin Cash อีกทีในเดือนพฤศจิกายน 2018 หลังชุมชน Bitcoin Cash แตกคอกันเรื่องทิศทางพัฒนา นำโดย Craig Wright เท่ากับว่า Bitcoin Cash เจอเหตุการณ์แบบเดียวกับที่มันเคยทำกับ Bitcoin มาก่อน

📖 บทความนี้เรียบเรียงจากหนังสือ The Blocksize War โดย Jonathan Bier นักวิเคราะห์จาก BitMEX Research เผยแพร่ฟรีเป็นซีรีส์บล็อกครบทั้ง 21 บทที่ blog.bitmex.com ผู้เขียนแจ้งไว้ในเล่มว่าฉบับเต็มมีวางขายบน Amazon เช่นกัน และมอบกำไรครึ่งหนึ่งให้องค์กร Médecins Sans Frontières อ้างอิงหลักจากบทที่ 17 (User Activated Softfork) บทที่ 19 (Bitcoin Cash) และบทที่ 21 (Victory)

บทความทั้งหมด