
Impermanent Loss คืออะไร ขาดทุนแบบที่คนฟาร์มไม่รู้ตัว (อัปเดต 2026)
Impermanent Loss (IL) คือขาดทุนแฝงของคนฟาร์ม DeFi ไล่ตัวเลขจริงทีละขั้น ฝาก ETH/USDC แล้ว ETH ขึ้น 2 เท่า หายไป 5.72% ได้ยังไง พร้อมวิธีเลือกคู่เหรียญให้ IL ต่ำ
📚 ซีรีส์ "คริปโต 1-100" · บทความเสริมหมวด DeFi — คอร์สปูพื้นฐานก่อนเข้าใจ Bitcoin และ DeFi แบบเจาะลึก

ช่วงปี 2021 ที่กระแสฟาร์ม DeFi บูมถึงขีดสุดในไทย คำว่า "ชาวนาดิจิทัล" ฮิตติดปากถึงขั้นมีกลุ่มเฟซบุ๊กสอนฟาร์มผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด หลายคนเห็นตัวเลข APR หลักร้อยเปอร์เซ็นต์บน Pancakeswap แล้วรีบเอาเหรียญไปวางคู่ใน pool ทันที ผ่านไปหนึ่งเดือนราคาเหรียญขึ้นตามคาด แต่พอกดถอนออกมากลับพบเรื่องแปลก มูลค่ารวมที่ได้ น้อยกว่า การถือเหรียญเฉยๆ ในกระเป๋าโดยไม่ทำอะไรเลย
อาการ "ฟาร์มแล้วได้น้อยกว่าถือเฉยๆ" นี้ไม่ใช่บั๊ก ไม่ใช่โดนโกง และไม่ใช่ความซวยเฉพาะตัว มันคือกลไกทางคณิตศาสตร์ที่ฝังอยู่ในระบบ AMM ทุกตัว และเป็นความเสี่ยงที่คนเริ่มฟาร์มใหม่ๆ แทบทุกคนมองข้าม เพราะหน้าเว็บฟาร์มโชว์แต่ตัวเลขผลตอบแทน ไม่เคยโชว์ตัวเลขนี้ให้เห็นตรงๆ
Impermanent Loss (IL) คือ ส่วนต่างมูลค่าที่ "หายไป" เมื่อเทียบระหว่างการนำเหรียญไปวางใน Liquidity Pool กับการถือเหรียญชุดเดียวกันไว้เฉยๆ ซึ่งจะเกิดขึ้นทุกครั้งที่ราคาของเหรียญคู่นั้นเปลี่ยนไปจากวันที่ฝาก ไม่ว่าจะขึ้นหรือลง ที่เรียกว่า "impermanent" (ไม่ถาวร) เพราะตราบใดที่ยังไม่ถอนเหรียญออกจาก pool การขาดทุนนี้ยังเป็นแค่ตัวเลขบนกระดาษ ถ้าราคากลับมาที่จุดเดิมมันจะหายไปเอง แต่เมื่อไหร่ที่กดถอนตอนราคายังไม่กลับ มันจะกลายเป็นการขาดทุนจริงถาวรทันที
บทความนี้จะพาไล่ตัวเลขทีละขั้นว่า IL เกิดขึ้นได้ยังไง ทำไมฝากเหรียญที่ราคาขึ้นแล้วยังเรียกว่า "ขาดทุน" ค่าธรรมเนียมที่ได้จาก pool ชดเชยมันได้แค่ไหน และ pool แบบไหนที่ IL โหดหรือเบา

ภาพ: สรุปนิยาม Impermanent Loss ใน 1 ภาพ ส่วนต่างระหว่างมูลค่าใน pool กับมูลค่าถ้าถือเฉยๆ
ทวนก่อนสั้นๆ ทำไมจำนวนเหรียญของเราใน pool ไม่เคยอยู่นิ่ง
หัวใจของเรื่องนี้อยู่ที่พฤติกรรมของ AMM (Automated Market Maker) ที่อธิบายละเอียดไว้ใน AMM คืออะไร ขอทวนเฉพาะจุดที่ต้องใช้
การเป็น Liquidity Provider (LP) คือการฝากเหรียญ 2 ตัวเป็นคู่ในมูลค่าเท่ากัน 50:50 เช่น ฝาก ETH คู่กับ USDC ระบบจะออก LP Token ให้เป็นหลักฐานว่าเราถือส่วนแบ่งกี่เปอร์เซ็นต์ของ pool จุดที่คนพลาดกันคือ สิ่งที่เราถือคือ "เปอร์เซ็นต์ของ pool" ไม่ใช่ "จำนวนเหรียญตายตัว" จำนวน LP Token ในมือเราไม่เคยเปลี่ยน แต่จำนวนเหรียญแต่ละตัวที่ LP Token นั้นแทนอยู่ เปลี่ยนตลอดเวลาตามการซื้อขายใน pool
กลไกที่ทำให้มันเปลี่ยนคือสมการ x*y=k เมื่อมีคนมา swap ใน pool เช่น เอา USDC มาซื้อ ETH ออกไป จำนวน ETH ใน pool จะลดลงและ USDC จะเพิ่มขึ้นโดยอัตโนมัติ มองจากฝั่งคนฝากเหรียญ นี่คือการที่ pool ทยอย "ขายเหรียญตัวที่ราคากำลังขึ้น แล้วรับเหรียญอีกตัวเข้ามาแทน" ให้เราแบบอัตโนมัติโดยไม่ถามสักคำ
- ถ้า ETH ราคาขึ้น คนแห่เอา USDC มาซื้อ ETH ออกจาก pool ผลคือเราเหลือ ETH น้อยลง ได้ USDC เพิ่มขึ้น
- ถ้า ETH ราคาลง คนแห่เอา ETH มาขายทิ้งใส่ pool ผลคือเรามี ETH เพิ่มขึ้น แต่ USDC ลดลง
สังเกตว่ามันสวนทางกับสิ่งที่นักลงทุนอยากทำเสมอ คือ pool จะลดจำนวนเหรียญตัวที่กำลังวิ่งขึ้น และกอดเหรียญตัวที่กำลังร่วงแทนเรา นี่คือเมล็ดพันธุ์ของ Impermanent Loss

ภาพ: pool ปรับสัดส่วนสวนทางราคาเสมอ เหรียญที่ขึ้นถูกทยอยขายออก เหรียญที่ลงถูกรับเข้ามาแทน
ไล่ตัวเลขจริงทีละขั้น ฝาก ETH/USDC แล้ว ETH ขึ้น 2 เท่า เกิดอะไรขึ้น
ตัวอย่างนี้คือหัวใจของบทความ ตัวเลขทั้งหมดคำนวณจากสมการ x*y=k ตรงๆ ใครอยากตรวจตามสามารถกดเครื่องคิดเลขไล่ทีละบรรทัดได้เลย
ตั้งต้น: สมมติ ETH ราคา 2,000 USDC เราฝาก 1 ETH + 2,000 USDC (มูลค่ารวม 4,000 USDC) เข้า pool ที่มีของรวมทั้งหมด 100 ETH + 200,000 USDC เท่ากับเราถือส่วนแบ่ง 1% ของ pool พอดี ค่าคงที่ของ pool คือ k = 100 × 200,000 = 20,000,000
เหตุการณ์: ETH ขึ้น 2 เท่าเป็น 4,000 USDC นักเก็งกำไรจะเข้ามากวาด ETH ราคาถูกออกจาก pool (จ่าย USDC เข้ามาแทน) จนราคาใน pool ขยับไปเท่าตลาดที่ 4,000 ตามสมการ pool จะเข้าสู่สมดุลใหม่ที่
- ETH ใน pool: √(20,000,000 ÷ 4,000) = √5,000 ≈ 70.71 ETH (ลดลงจาก 100)
- USDC ใน pool: √(20,000,000 × 4,000) ≈ 282,842.7 USDC (เพิ่มจาก 200,000)
- เช็คสมการ: 70.71 × 282,842.7 ≈ 20,000,000 และราคาใน pool = 282,842.7 ÷ 70.71 = 4,000 ตรงตลาดพอดี
ส่วนของเรา (1% ของ pool): 0.7071 ETH + 2,828.43 USDC
ทีนี้มาเทียบมูลค่ากันตรงๆ ที่ราคา ETH = 4,000 USDC
- ถ้าฝากใน pool: (0.7071 × 4,000) + 2,828.43 = 2,828.43 + 2,828.43 = 5,656.85 USDC
- ถ้าถือเฉยๆ: (1 ETH × 4,000) + 2,000 = 6,000 USDC
- ส่วนต่าง: หายไป 343.15 USDC หรือ 5.72% นี่แหละคือ Impermanent Loss
จุดที่ต้องย้ำคือ ฝาก pool แล้ว "ไม่ได้ขาดทุนจากทุน" มูลค่า 5,656.85 ยังมากกว่าทุน 4,000 ที่ลงไปตั้ง 41% แต่มัน ขาดทุนเมื่อเทียบกับทางเลือกที่ง่ายที่สุด คือถือเฉยๆ ซึ่งจะได้ 6,000 เหตุผลเชิงกลไกคือระหว่างทางที่ ETH วิ่งจาก 2,000 ไป 4,000 pool ทยอยขาย ETH ของเราออกไปเรื่อยๆ ที่ราคาต่ำกว่า 4,000 ตลอดทาง เราจึงเหลือ ETH แค่ 0.7071 ตัวตอนที่ราคาไปถึงยอด

ภาพ: ตัวอย่าง ETH ขึ้น 2 เท่า มูลค่าใน pool ตามหลังการถือเฉยๆ อยู่ 5.72% ทั้งที่ราคาขึ้น
แล้วถ้า ETH ร่วงครึ่งหนึ่งล่ะ
ลองสมการเดิมกับขาลงบ้าง ETH ร่วงจาก 2,000 เหลือ 1,000 USDC คราวนี้คนจะเอา ETH มาขายทิ้งใส่ pool จนสมดุลใหม่กลายเป็น
- ETH ใน pool: √(20,000,000 ÷ 1,000) = √20,000 ≈ 141.42 ETH
- USDC ใน pool: √(20,000,000 × 1,000) ≈ 141,421.4 USDC
- ส่วนของเรา 1%: 1.4142 ETH + 1,414.21 USDC
เทียบมูลค่าที่ราคา ETH = 1,000 USDC
- ฝากใน pool: (1.4142 × 1,000) + 1,414.21 = 2,828.43 USDC
- ถือเฉยๆ: (1 × 1,000) + 2,000 = 3,000 USDC
- IL = 171.57 USDC หรือ 5.72% เท่ากับขา 2 เท่าเป๊ะ
ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ สูตรของ IL ขึ้นกับ "อัตราส่วน" ที่ราคาเปลี่ยน ราคาขึ้น 2 เท่า (×2) กับราคาเหลือครึ่งเดียว (÷2) คืออัตราส่วนขนาดเดียวกัน IL จึงเท่ากันพอดีที่ 5.72% หนังสือหลายเล่มชอบสรุปว่า "ขาลงเจ็บกว่าขาขึ้น" ซึ่งมาจากการเทียบ +50% (ได้ IL 2.02%) กับ -50% (ได้ IL 5.72%) ตัวเลขนั้นถูก แต่เหตุผลจริงคือ -50% แปลว่าราคาหารสอง เป็นการเปลี่ยนแปลง "เชิงอัตราส่วน" ที่แรงกว่า +50% (คูณแค่ 1.5) ต่างหาก ตัว IL เองสมมาตรทั้งขาขึ้นขาลงเสมอ
ใครอยากได้สูตรลัดไว้กดเอง มูลค่าใน pool เทียบกับถือเฉยๆ = 2√r ÷ (1+r) โดย r คือจำนวนเท่าที่ราคาเปลี่ยน เช่น r = 2 จะได้ 2√2 ÷ 3 ≈ 0.9428 หรือตามหลังการถือเฉยๆ 5.72%
ตารางความเจ็บ ราคาเปลี่ยนเท่าไหร่ เสียเท่าไหร่
คำนวณจากสูตรข้างบน (ปัดทศนิยม 1-2 ตำแหน่ง) ตารางนี้ใช้ได้กับ AMM แบบ 50:50 มาตรฐานอย่าง Uniswap v2 หรือ Pancakeswap แบบดั้งเดิม
| ราคาเปลี่ยน (เท่าของวันฝาก) | Impermanent Loss |
|---|---|
| 1.25 เท่า (หรือเหลือ 1÷1.25) | 0.6% |
| 1.5 เท่า | 2.0% |
| 1.75 เท่า | 3.8% |
| 2 เท่า | 5.7% |
| 3 เท่า | 13.4% |
| 4 เท่า | 20.0% |
| 5 เท่า | 25.5% |

ภาพ: IL ไม่ได้โตแบบเส้นตรง ราคาแกว่งน้อยแทบไม่รู้สึก แต่เร่งตัวแรงเมื่อราคาวิ่งหลายเท่า
อ่านตารางนี้ให้เป็น แล้วจะเข้าใจธรรมชาติของ IL สองข้อ
- ช่วงแรกมันใจดีมาก ราคาแกว่ง 25-50% ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติมากในคริปโต IL แค่ 0.6-2% ค่าธรรมเนียมกับรางวัลฟาร์มมีลุ้นกลบได้สบาย
- แต่มันโหดขึ้นแบบเร่งตัว พอเจอเหรียญที่วิ่งแรงจริง 3-5 เท่า (ซึ่งในตลาดกระทิงเกิดขึ้นเป็นเรื่องธรรมดา) IL กระโดดไป 13-25% ระดับที่รางวัลฟาร์มธรรมดาชดเชยไม่ไหวแล้ว
ทำไมถึงเรียก "ไม่ถาวร" และเมื่อไหร่มันจะถาวร
ชื่อ Impermanent Loss มาจากพฤติกรรมแปลกของมัน คือ ตราบใดที่ยังไม่ถอนเหรียญออกจาก pool ตัวเลขขาดทุนนี้ยังไม่เกิดขึ้นจริง มันคำนวณจากราคา ณ ขณะนั้นเทียบกับวันฝากเท่านั้น
กลับไปที่ตัวอย่างเดิม ถ้า ETH วิ่งจาก 2,000 ไป 4,000 แล้ววันหนึ่งย่อกลับลงมาที่ 2,000 เท่าวันฝากพอดี สมการ pool จะหมุนของกลับมาให้เราครบ 1 ETH + 2,000 USDC เท่าเดิมเป๊ะ IL ที่เคยโชว์ 5.72% หายไปเป็นศูนย์ แถมยังมีค่าธรรมเนียมที่สะสมระหว่างทางติดมือมาด้วย นี่คือเหตุผลที่เรียกว่า "ชั่วคราว"
แต่คำว่าชั่วคราวนี้หลอกความรู้สึกคนได้อันตรายมาก เพราะเงื่อนไขที่ IL จะหายคือ "ราคาคู่เหรียญต้องกลับมาที่อัตราส่วนเดิมของวันฝาก" ซึ่งไม่มีอะไรการันตีว่าจะเกิด ถ้าเราถอนเหรียญออกตอนที่ราคายังห่างจากวันฝากอยู่ ไม่ว่าจะถอนเพราะตกใจ เพราะจำเป็นต้องใช้เงิน หรือเพราะฟาร์มปิด IL ณ วินาทีนั้นจะถูกล็อกกลายเป็น ขาดทุนถาวร (Realized Loss) ทันที และในโลกจริง เหรียญจำนวนมากไม่เคยกลับไปที่ราคาเดิมอีกเลย โดยเฉพาะเหรียญฟาร์มเล็กๆ ที่เปิดตัวแรงแล้วไหลลงทางเดียว คนที่ฟาร์มคู่เหรียญแบบนั้นจึงโดนสองเด้ง คือทั้งราคาเหรียญร่วงและทั้ง IL ซ้ำ
พูดง่ายๆ มันไม่ต่างอะไรกับหุ้นที่ติดดอยอยู่ในพอร์ต ตราบใดที่ยังไม่กดขาย ขาดทุนยังเป็นแค่ตัวเลขบนหน้าจอ กดขายเมื่อไหร่มันถึงกลายเป็นขาดทุนจริง ต่างกันแค่ IL ไม่ได้วัดจากทุนที่ลงไป แต่วัดจากการเทียบกับ "โลกคู่ขนานที่เราถือเหรียญเฉยๆ" เท่านั้นเอง

ภาพ: IL เป็นแค่ตัวเลขบนกระดาษจนกว่าจะถอน ถอนเมื่อไหร่ตัวเลข ณ จุดนั้นถูกล็อกเป็นขาดทุนจริง
แล้วฟาร์มไปทำไม ค่าธรรมเนียมชดเชย IL ได้จริงไหม
ถ้า IL เกิดแทบทุกกรณี คำถามที่ตรงที่สุดคือแล้วคนเป็น LP ได้อะไร คำตอบคือรายได้ 2 ทาง
- ค่าธรรมเนียมเทรด ทุกครั้งที่มีคน swap ผ่าน pool คนฝากจะได้ส่วนแบ่งค่าธรรมเนียมตามสัดส่วนที่ถือ เช่น Uniswap v2 เก็บ 0.3% ต่อการเทรดเข้า pool ทั้งก้อน
- รางวัลฟาร์ม (Liquidity Mining) บางแพลตฟอร์มแจก Governance Token เพิ่มให้คนที่เอา LP Token ไป stake ต่อ ซึ่งเป็นที่มาของตัวเลข APR สวยๆ หน้าเว็บ
สมการที่แท้จริงของการฟาร์มจึงไม่ใช่ "ได้ APR เท่าไหร่" แต่คือ กำไรสุทธิ = ค่าธรรมเนียม + รางวัลฟาร์ม - Impermanent Loss การฟาร์มจะคุ้มก็ต่อเมื่อสองก้อนแรกรวมกันชนะก้อนหลัง ซึ่งแต่ละสถานการณ์ให้ผลต่างกันชัดเจน
ฝั่งที่ fee มีลุ้นชนะ: pool ที่มีปริมาณเทรดสูงเทียบกับขนาด pool (คนเทรดเยอะ = เก็บค่าต๋งได้เยอะ) บวกกับราคาคู่เหรียญแกว่งในกรอบแคบหรือ sideway ลองกดเลขเล่นๆ ถ้า pool ไหนมีปริมาณเทรดต่อวันราว 10% ของขนาด pool ค่าธรรมเนียม 0.3% จะสร้างรายได้ให้คนฝากประมาณ 0.03% ต่อวัน หรือราว 11% ต่อปี ขณะที่ราคาแกว่งในกรอบไม่เกิน 1.5 เท่า IL ยังไม่ถึง 2% กรณีแบบนี้ค่าธรรมเนียมกลบ IL ได้สบาย และการเป็น LP ให้ผลดีกว่าถือเฉยๆ ได้จริง
ฝั่งที่ fee แพ้: เหรียญวิ่งทางเดียวแรงๆ ไม่ว่าขึ้นหรือลง IL โซน 13-25% ต้องใช้ค่าธรรมเนียมมหาศาลถึงจะกลบ ยิ่งถ้าเป็นฟาร์มเหรียญเล็กที่ล่อด้วย APR สูงลิ่ว รางวัลที่ได้มักเป็นเหรียญ Governance ที่ราคาไหลลงตามแรงขายของชาวฟาร์มเอง สุดท้ายตัวรางวัลก็ด้อยค่าไปพร้อมกัน เคสคลาสสิกของ "ฟาร์มขาดทุน" ที่ชาวนาดิจิทัลไทยจำนวนไม่น้อยเจอมาแล้วในรอบปี 2021 คือแบบหลังนี้ ตัวเลข APR ที่เห็นตอนกดฝากไม่เคยโกหก แต่มันไม่ได้เล่าเรื่อง IL กับราคารางวัลที่ร่วงให้ฟังด้วย
จุดที่อยากให้ติดไว้คือ IL เป็น "ต้นทุนแฝง" ที่ไม่โชว์บนหน้าจอ ณ วันกดฝาก การเทียบว่าฟาร์มไหนน่าสนใจโดยดูแค่ APR จึงเหมือนเทียบร้านอาหารจากราคาหน้าเมนูโดยไม่ดูค่าเซอร์วิสชาร์จที่จะโดนตอนเช็คบิล

ภาพ: สมการที่แท้จริงของการฟาร์ม ผลตอบแทนต้องหัก IL เสมอ ไม่ใช่ดูแค่ APR หน้าเว็บ
Pool แบบไหน IL โหด แบบไหน IL เบา
เพราะ IL ขึ้นกับ "การเปลี่ยนแปลงของอัตราส่วนราคาระหว่างเหรียญคู่" ล้วนๆ การเลือกคู่เหรียญจึงกำหนดชะตากรรมตั้งแต่ยังไม่กดฝาก เรียงจากเบาไปโหดได้ประมาณนี้
- คู่ Stablecoin (เช่น USDT-USDC): IL ต่ำสุด เพราะทั้งคู่ตรึงมูลค่ากับดอลลาร์เหมือนกัน อัตราส่วนราคาแทบไม่ขยับ IL จึงเข้าใกล้ศูนย์ แลกกับผลตอบแทนที่ต่ำตามความเสี่ยง ข้อยกเว้นเดียวคือกรณี stablecoin ฝั่งใดฝั่งหนึ่งหลุด peg ซึ่งเป็นความเสี่ยงคนละประเภทที่ต้องประเมินแยก
- คู่เหรียญที่วิ่งไปทางเดียวกัน (Correlated pair): IL เบา เช่นคู่ ETH กับ Liquid Staking Token ของ ETH เอง (อย่าง wstETH-ETH) หรือคู่เหรียญใหญ่ที่เคลื่อนไหวตามกันสูง จำไว้ว่า IL เกิดจากอัตราส่วน "ระหว่างคู่" ไม่ใช่ราคาที่วิ่งเทียบเงินดอลลาร์ ถ้าสองเหรียญขึ้น 50% พร้อมกันพอดี อัตราส่วนไม่เปลี่ยน IL เป็นศูนย์ทั้งที่ราคาวิ่งไปแล้วครึ่งเท่า
- คู่เหรียญผันผวน-Stablecoin (เช่น ETH-USDC): IL ปานกลางถึงสูง ฝั่งหนึ่งนิ่งสนิท อีกฝั่งวิ่งเต็มตัว อัตราส่วนจึงเปลี่ยนเต็มขนาดที่เหรียญผันผวนวิ่ง ตัวอย่างที่ไล่เลขกันมาทั้งบทความคือกลุ่มนี้
- คู่เหรียญผันผวนสองตัวที่ไม่เกี่ยวกัน (เช่น เหรียญฟาร์มเล็กคู่กับ BNB): IL โหดสุด เพราะสองตัวต่างคนต่างวิ่งคนละทิศได้ อัตราส่วนแกว่งแรงที่สุด และมักเป็นกลุ่มเดียวกับที่ APR ล่อตาที่สุดด้วย ซึ่งไม่ใช่เรื่องบังเอิญ APR สูงคือค่าจ้างที่ระบบต้องจ่ายเพื่อชวนคนมาแบกความเสี่ยงนี้

ภาพ: ระดับ IL ตามประเภทคู่เหรียญ ยิ่งอัตราส่วนราคาระหว่างคู่แกว่งแรง IL ยิ่งสูง
นอกจาก AMM มาตรฐาน 50:50 แล้ว ยังมีดีไซน์ที่ปรับสูตรเพื่อจัดการ IL โดยเฉพาะ เช่น Curve ที่ออกแบบสมการมาเพื่อคู่สินทรัพย์มูลค่าใกล้กัน (stablecoin ด้วยกัน) ทำให้ IL ต่ำมาก หรือ Balancer ที่ให้ฝากได้ในสัดส่วนไม่เท่ากันอย่าง 80:20 ซึ่งช่วยลดขนาด IL ฝั่งเหรียญหลักลง ส่วน Uniswap v3 ที่ให้เลือกวางสภาพคล่องเฉพาะช่วงราคา (Concentrated Liquidity) ต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะมันทำให้ได้ค่าธรรมเนียมหนาแน่นขึ้นก็จริง แต่ IL ก็ถูกขยายแรงขึ้นในสัดส่วนเดียวกันเมื่อราคาวิ่งออกนอกช่วงที่ตั้งไว้ เครื่องมือใหม่ไม่ได้ลบ IL ทิ้ง แค่ย้ายที่มันไปอยู่ตรงอื่น
เช็คลิสต์คิดก่อนกดฝาก pool
สรุปเป็นคำถามที่ควรตอบตัวเองให้ได้ก่อนเป็น LP ทุกครั้ง ในฐานะความรู้ประกอบการตัดสินใจ ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน
- คู่เหรียญนี้อัตราส่วนราคามีแนวโน้มแกว่งแค่ไหน ถ้ามุมมองของเราคือเหรียญฝั่งหนึ่งกำลังจะวิ่งหลายเท่า การถือเฉยๆ อาจตอบโจทย์กว่าการเอาไปวาง pool ที่จะทยอยขายมันสวนทางเรา
- APR ที่เห็นมาจากไหน ค่าธรรมเนียมเทรดจริง หรือรางวัลเหรียญแจกที่ราคาพร้อมไหล และถ้าหัก IL ตามตารางในบทความนี้ที่ระดับราคาแกว่งปกติของคู่นี้แล้วยังเหลือบวกไหม
- มีแผนถอนเมื่อไหร่ ถ้าเป็นเงินที่อาจต้องใช้กะทันหัน โอกาสที่จะถูกบังคับถอนตอน IL ค้างสูงก็ยิ่งมาก
- อย่าลืมความเสี่ยงชั้นอื่นที่ไม่ใช่ IL ด้วย ทั้ง Smart Contract ถูกเจาะ, Rug Pull และเหรียญหลุด peg ซึ่งจะเล่าละเอียดในตอน ความเสี่ยง DeFi

ภาพ: เช็คลิสต์ 4 คำถามที่ควรตอบตัวเองให้ได้ก่อนกดฝาก Liquidity Pool ทุกครั้ง
คำถามที่พบบ่อย
Impermanent Loss คืออะไร สรุปสั้นที่สุด
คือส่วนต่างที่มูลค่าเหรียญใน Liquidity Pool ตามหลังมูลค่าของการถือเหรียญชุดเดียวกันไว้เฉยๆ เกิดขึ้นเมื่อราคาคู่เหรียญเปลี่ยนไปจากวันฝาก ไม่ว่าขึ้นหรือลง
ราคาเหรียญขึ้นก็ยังขาดทุนได้เหรอ
มูลค่ารวมยังเพิ่มขึ้นได้ แต่เพิ่ม "น้อยกว่าถือเฉยๆ" เพราะ pool ทยอยขายเหรียญตัวที่ขึ้นออกไประหว่างทาง เช่น ETH ขึ้น 2 เท่า คนฝาก pool ได้ 5,656 USDC ขณะที่คนถือเฉยๆ ได้ 6,000 USDC ส่วนต่าง 5.72% นี้คือ IL
ทำไมเรียกว่า "ไม่ถาวร"
เพราะถ้าราคาคู่เหรียญกลับมาที่อัตราส่วนเดิมของวันฝาก ตัวเลขขาดทุนจะหายไปเอง มันจะกลายเป็นขาดทุนถาวรก็ต่อเมื่อถอนเหรียญออกตอนที่ราคายังไม่กลับ
il คือค่าเดียวกับ Impermanent Loss ไหม
ใช่ IL เป็นตัวย่อของ Impermanent Loss ที่ใช้กันทั่วไปในวงการ DeFi
ฟาร์ม Stablecoin มี Impermanent Loss ไหม
คู่ stablecoin ด้วยกันอย่าง USDT-USDC มี IL ต่ำจนแทบเป็นศูนย์ เพราะอัตราส่วนราคาระหว่างคู่แทบไม่ขยับ แต่ยังมีความเสี่ยงประเภทอื่นแทน เช่น การหลุด peg หรือช่องโหว่ของแพลตฟอร์ม
หลีกเลี่ยง IL ได้ 100% ไหม
ในการเป็น LP บน AMM แบบมาตรฐาน หลีกเลี่ยงสนิทไม่ได้ตราบใดที่อัตราส่วนราคาคู่เหรียญเปลี่ยน ทำได้แค่เลือกคู่ที่อัตราส่วนนิ่ง (stable pair หรือคู่ที่วิ่งตามกัน) ใช้ดีไซน์ pool ที่ลด IL หรือประเมินให้ค่าธรรมเนียมคุ้มกับ IL ที่คาด
📖 เนื้อหาตอนนี้เรียบเรียงจากหนังสือ DeFi Farming 101 ที่ผู้เขียนเล่าเรื่องการคำนวณ Impermanent Loss และการเลือกคู่เหรียญไว้ละเอียดพร้อมตารางตัวอย่าง โดยบทความนี้อัปเดตบริบทของโลก DeFi ให้เป็นปัจจุบัน