AMM คืออะไร กระดานเทรดไม่มีคนขายได้ยังไง (อัปเดต 2026)
ความรู้พื้นฐานโดย พีรพัฒน์ หาญคงแก้ว

AMM คืออะไร กระดานเทรดไม่มีคนขายได้ยังไง (อัปเดต 2026)

AMM (Automated Market Maker) คือระบบผู้สร้างตลาดอัตโนมัติที่ DEX ใช้แทนกระดานซื้อขายแบบเดิม เข้าใจสูตร x*y=k แบบเห็นตัวเลขจริง พร้อม Price Impact และ Slippage ที่มือใหม่ต้องรู้

📚 ซีรีส์ "คริปโต 1-100" · บทความเสริมหมวด DeFi — คอร์สปูพื้นฐานก่อนเข้าใจ Bitcoin และ DeFi แบบเจาะลึก

AMM คืออะไร กระดานเทรดไม่มีคนขายได้ยังไง

บทความนี้เป็นภาคต่อของ DEX คืออะไร กระดานเทรดไร้ตัวกลาง ที่เล่าภาพรวมไปแล้วว่า DEX ต่างจากเว็บเทรดปกติยังไง บทนี้จะเปิดฝากระโปรงดูเครื่องยนต์ข้างในที่ทำให้ DEX ส่วนใหญ่ทำงานได้จริง

ลองนึกถึงตอนไปแลกเงินก่อนเที่ยวญี่ปุ่นที่ร้านอย่าง SuperRich เราไม่ได้ยืนรอจับคู่กับนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นสักคนที่บังเอิญอยากได้เงินบาทพอดี ร้านมีกองเงินบาทกับกองเงินเยนเตรียมไว้อยู่แล้ว เราเดินเข้าไปแลกกับ "กองเงินของร้าน" ได้ทันทีตามเรตที่ร้านติดประกาศ

กระดานเทรดคริปโตแบบไร้ตัวกลางส่วนใหญ่ในโลกทุกวันนี้ทำงานใกล้เคียงกับร้านแลกเงินแบบนี้มากกว่ากระดานหุ้นที่เราคุ้นเคย แต่มันไปไกลกว่านั้นอีกขั้น คือไม่มีเจ้าของร้าน ไม่มีพนักงานคอยอัปเดตเรตหน้าร้าน ราคาถูกกำหนดด้วยสมการคณิตศาสตร์บรรทัดเดียวที่รันอยู่บน Blockchain ตลอด 24 ชั่วโมง และกองเงินในร้านก็ไม่ใช่ของใครคนเดียว แต่เป็นเงินที่คนทั่วไปเอามากองรวมกัน

AMM หรือ Automated Market Maker คือระบบ "ผู้สร้างตลาดอัตโนมัติ" ที่ DEX ส่วนใหญ่ใช้แทนกระดานซื้อขายแบบเดิม หลักการคือแทนที่จะจับคู่คำสั่งซื้อกับคำสั่งขายระหว่างคนต่อคน AMM ใช้กองเหรียญสองฝั่งที่เรียกว่า Liquidity Pool บวกกับสูตรคณิตศาสตร์ (ที่โด่งดังที่สุดคือ x*y=k) ในการกำหนดราคาและรับแลกเหรียญโดยอัตโนมัติ ใครอยากเทรดก็มาแลกกับกองเหรียญนี้ได้ทันทีโดยไม่ต้องรอผู้ซื้อผู้ขายอีกฝั่ง

ฟังดูเป็นนามธรรม แต่กลไกจริงของมันเรียบง่ายจนน่าทึ่ง และเข้าใจได้ด้วยเลขคูณหารระดับประถม บทความนี้จะพาไล่ตั้งแต่ว่าทำไมต้องมี AMM สูตร x*y=k ทำงานยังไงแบบเห็นตัวเลขจริง ทำไมราคาขยับทุกครั้งที่มีคนเทรด ไปจนถึงต้นทุนแฝงอย่าง Price Impact และ Slippage ที่มือใหม่ควรรู้ก่อนกดปุ่ม Swap ครั้งแรก

AMM คืออะไร กระดานเทรดไม่มีคนขายได้ยังไง

ภาพ: AMM ทำงานเหมือนร้านแลกเงินที่ถอดพนักงานและเจ้าของร้านออก เหลือแค่กองเงินกับสูตรตั้งราคาอัตโนมัติ

กระดานเทรดแบบเดิมทำงานยังไง แล้วทำไมใช้บน Blockchain ตรงๆ ไม่ได้

กระดานเทรดที่เราคุ้นเคยทั้งตลาดหุ้นและเว็บเทรดคริปโตทั่วไป ใช้ระบบที่เรียกว่า Order Book คือสมุดรวมคำสั่งซื้อและคำสั่งขายที่ทุกคนมาตั้งราคากันเอง ระบบมีหน้าที่จับคู่คำสั่งที่ราคาตรงกัน ธุรกรรมจึงจะเกิดขึ้น

ระบบนี้ทำงานได้ดีก็ต่อเมื่อมีคนตั้งคำสั่งหนาแน่นทั้งสองฝั่ง ซึ่งในตลาดจริงคนที่ทำหน้าที่นี้คือ Market Maker มืออาชีพ ที่คอยตั้งราคารับซื้อและราคาขายประกบกันไว้ตลอดเวลา แล้วกินส่วนต่างเล็กๆ เป็นค่าตอบแทน ตลาดหุ้นและเว็บเทรดใหญ่ๆ ล้วนมี Market Maker แบบนี้อยู่เบื้องหลัง บางแห่งถึงขั้นต้องจ้างมาโดยเฉพาะเพื่อให้กระดานไม่เงียบเหงา

ปัญหาเกิดตอนพยายามยกระบบนี้ไปวางบน Blockchain ตรงๆ เพราะบน Ethereum การตั้งออเดอร์ แก้ออเดอร์ หรือยกเลิกออเดอร์แต่ละครั้งคือการทำธุรกรรมที่ต้องจ่ายค่า gas จริงทุกครั้ง Market Maker ที่ปกติขยับราคาวินาทีละหลายรอบจะต้องเผาเงินค่าธรรมเนียมมหาศาลโดยยังไม่ทันได้กำไรอะไรเลย ผลคือ DEX ยุคบุกเบิกอย่าง EtherDelta ที่ใช้ Order Book เต็มรูปแบบ หรือ DEX รุ่นแรกอื่นๆ ที่ยังต้องพึ่งผู้ดูแลสภาพคล่องมืออาชีพ ล้วนเจอปัญหาเดียวกันหมด คือสภาพคล่องบาง กระดานโล่ง ราคาห่างจากตลาดจริง และไม่มีใครอยากมาเทรด

ทางออกที่พลิกวงการมาจาก Uniswap ซึ่งเปิดตัวบน Ethereum เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2018 ด้วยแนวคิดที่กลับหัวกลับหางจากเดิมโดยสิ้นเชิง คือถ้าการให้ "คน" มาตั้งราคาบน Blockchain มันแพงเกินไป ก็ตัดคนออกไปเลย แล้วให้สูตรคณิตศาสตร์ทำหน้าที่ตั้งราคาแทน

AMM คืออะไร กระดานเทรดไม่มีคนขายได้ยังไง

ภาพ: Order Book จับคู่คนกับคน ส่วน AMM ให้ทุกคนแลกกับกองเหรียญกลางที่คุมราคาด้วยสูตร

หัวใจของ AMM กองเหรียญสองกองกับสมการเดียว

Liquidity Pool คือกองเหรียญสองชนิดที่ถูกฝากคู่กันไว้ใน Smart Contract เช่น Pool ของคู่ ETH-USDT ก็จะมีทั้งเหรียญ ETH และ USDT กองอยู่ด้วยกัน และราคาของเหรียญใน Pool ไม่ได้มีใครมานั่งกำหนด แต่เกิดจาก "สัดส่วน" ระหว่างเหรียญสองฝั่ง ณ ขณะนั้นล้วนๆ

ตัวอย่างง่ายที่สุด ถ้าใน Pool มี 10 ETH กับ 20,000 USDT สัดส่วนคือ 1 ETH ต่อ 2,000 USDT ราคา ETH ใน Pool นี้จึงเท่ากับ 2,000 USDT ทันที ไม่ว่าจะมีเหรียญกองอยู่เท่าไร ขอแค่สัดส่วนเท่ากัน ราคาก็เท่ากัน Pool ที่มี 100 ETH กับ 200,000 USDT ก็ให้ราคา 2,000 USDT ต่อ ETH เหมือนกัน ต่างกันแค่ "ความลึก" ของกองเหรียญที่รองรับการเทรดได้มากกว่า

แล้วสูตร x*y=k ที่ได้ยินกันบ่อยคืออะไร มันคือกติกาข้อเดียวที่ Smart Contract ของ AMM ยึดไว้ตอนมีคนมาแลกเหรียญ โดย x คือจำนวนเหรียญฝั่งแรกใน Pool และ y คือจำนวนเหรียญฝั่งที่สอง กติกาบอกว่า ไม่ว่าใครจะแลกอะไรเข้าออกยังไง ผลคูณของเหรียญสองฝั่งต้องเท่าเดิมเสมอ

ลองแทนตัวเลขจาก Pool เล็กของเราดู x = 10 ETH และ y = 20,000 USDT ผลคูณ k จึงเท่ากับ 200,000 ทีนี้สมมติเราถือ 1 ETH เดินเข้ามาขอแลกเป็น USDT สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ETH ของเราถูกเทลงกอง ทำให้ฝั่ง ETH กลายเป็น 11 เหรียญ กติกาบังคับว่าผลคูณต้องเป็น 200,000 เท่าเดิม ฝั่ง USDT จึงต้องเหลือ 200,000 หาร 11 เท่ากับ 18,181.82 USDT แปลว่า Pool จะจ่าย USDT ให้เราได้แค่ 20,000 ลบ 18,181.82 เท่ากับ 1,818.18 USDT

สังเกตอะไรไหม ราคาหน้า Pool บอกว่า 1 ETH เท่ากับ 2,000 USDT แต่พอแลกจริงเรากลับได้แค่ 1,818 USDT หายไปเกือบ 10% นี่ไม่ใช่บั๊กและไม่ใช่ค่าธรรมเนียม แต่เป็นธรรมชาติของสมการเส้นโค้ง ยิ่งเราดึงเหรียญฝั่งหนึ่งออกจากกองมากเท่าไร เหรียญที่เหลือในกองยิ่ง "แพงขึ้น" แบบเร่งตัว เพราะระบบต้องปกป้องไม่ให้กองเหรียญฝั่งใดฝั่งหนึ่งถูกดูดจนเกลี้ยง ต่อให้มีคนเอาเงินมหาศาลมาไล่ซื้อ ETH จนราคาพุ่งแค่ไหน Pool ก็จะไม่มีวันหมด เพราะราคาจะแพงขึ้นเรื่อยๆ จนไม่มีใครอยากซื้อต่อก่อนเสมอ

AMM คืออะไร กระดานเทรดไม่มีคนขายได้ยังไง

ภาพ: สูตร x*y=k บังคับให้ทุกการแลกเปลี่ยนวิ่งอยู่บนเส้นโค้งเดียวกัน ผลคูณของเหรียญสองฝั่งต้องคงที่เสมอ

ทำไมราคาขยับทุกครั้งที่มีคน Swap

คำตอบสั้นที่สุดคือ เพราะราคาใน AMM ไม่ใช่ตัวเลขที่ใครตั้งไว้ แต่คือสัดส่วนของกองเหรียญ เมื่อการ Swap ทุกครั้งเปลี่ยนจำนวนเหรียญในกองทั้งสองฝั่ง ราคาจึงเปลี่ยนตามโดยอัตโนมัติทุกครั้งเช่นกัน ไม่มีข้อยกเว้น

คราวนี้ลองดูตัวเลขระดับใกล้ของจริงบ้าง สมมติ Pool ETH-USDT ขนาดใหญ่ที่มี Liquidity Provider เอาเงินมากองรวมกันจนมี 1,000 ETH กับ 2,000,000 USDT ราคาตั้งต้น 1 ETH เท่ากับ 2,000 USDT และค่า k เท่ากับ 2,000 ล้าน

เราเอา 10 ETH มาแลกเป็น USDT ฝั่ง ETH กลายเป็น 1,010 เหรียญ ฝั่ง USDT ต้องเหลือ 2,000 ล้าน หาร 1,010 เท่ากับ 1,980,198.02 USDT ดังนั้นเราได้รับ 19,801.98 USDT คิดเป็นราคาเฉลี่ยประมาณ 1,980 USDT ต่อ ETH ถูกกว่าราคาหน้ากระดานราว 1% และหลังจบธุรกรรม ราคาใหม่ของ Pool คือ 1,980,198.02 หาร 1,010 เท่ากับประมาณ 1,960.6 USDT ต่อ ETH

เห็นภาพแล้วใช่ไหมว่าการขาย ETH เข้ากอง ทำให้ ETH ในกองเยอะขึ้นและ USDT น้อยลง ราคา ETH ใน Pool จึงย่อลง กลับกันถ้ามีคนซื้อ ETH ออกจากกอง ราคา ETH ใน Pool ก็จะดีดขึ้น พูดอีกแบบคือใน AMM "แรงซื้อแรงขายขยับราคาโดยตรงผ่านกองเหรียญ" ไม่ต้องผ่านการตั้งราคาของใครเลย

คำถามที่ควรถามต่อคือ แล้วราคาใน AMM ไปตรงกับราคาตลาดโลกได้ยังไง ในเมื่อสูตรมันรู้จักแค่สัดส่วนเหรียญในกองตัวเอง ไม่ได้ต่ออินเทอร์เน็ตไปเช็คราคาที่ไหน คำตอบคือมีคนกลุ่มหนึ่งทำหน้าที่นี้ให้โดยไม่มีใครจ้าง นั่นคือนักเก็งกำไรส่วนต่างราคาหรือ Arbitrageur สมมติราคา ETH ในเว็บเทรดใหญ่ขยับขึ้นไป 2,100 USDT แต่ใน Pool ยังเป็น 2,000 USDT อยู่ นักเก็งกำไรจะรีบซื้อ ETH ราคาถูกจาก Pool ไปขายแพงที่อื่นทันที และการซื้อของพวกเขานั่นแหละที่ดันราคาใน Pool ขึ้นไปจนเท่าตลาดโลก ราคาใน AMM จึงตามตลาดโลกแทบตลอดเวลาโดยไม่ต้องมีใครสั่ง พูดง่ายๆ คือระบบเอาความโลภของนักเก็งกำไรมาทำงานแทนพนักงานอัปเดตเรตหน้าร้านนั่นเอง

AMM คืออะไร กระดานเทรดไม่มีคนขายได้ยังไง

ภาพ: ทุกการ Swap เปลี่ยนสัดส่วนเหรียญในกอง ราคาจึงขยับใหม่ทันทีหลังจบธุรกรรม

Price Impact กับ Slippage ต้นทุนแฝงที่มือใหม่มักมองไม่เห็น

Price Impact คือส่วนต่างระหว่างราคาหน้ากระดานกับราคาเฉลี่ยที่เราได้จริง ซึ่งเกิดจากขนาดการเทรดของเราเองเทียบกับขนาดของ Pool ยิ่งเทรดใหญ่เทียบกับกองเหรียญมากเท่าไร ราคาที่ได้ยิ่งแย่ลงแบบเร่งตัว และนี่คือเหตุผลที่การเทรดเหรียญเล็กใน Pool เล็กมักเจ็บตัวโดยไม่รู้ตัว

หนังสือ DeFi Farming 101 ยกตัวอย่างนี้ไว้ชัดเจน สมมติ Pool คู่ DAI-ETH มี 100,000 DAI กับ 1,000 ETH ราคาตามสัดส่วนคือ 100 DAI ต่อ ETH ถ้าซื้อแค่ 1 ETH เราจ่ายประมาณ 100.1 DAI แทบไม่ต่างจากราคาหน้ากระดาน แต่ถ้าจะซื้อ 10 ETH ในครั้งเดียว ตามหลักคูณธรรมดาควรจ่าย 1,000 DAI แต่สูตร x*y=k จะเรียกเก็บจริงที่ 1,010.1 DAI ส่วนเกิน 10.1 DAI นั้นคือ Price Impact ที่จ่ายเพราะเราซื้อถึง 1% ของกองเหรียญทั้งหมด และถ้าดันซื้อ 100 ETH หรือ 10% ของกอง ส่วนเกินจะพุ่งไปเป็นพันกว่า DAI ทันที หนังสือเล่มเดียวกันแนะนำกฎหยาบๆ ว่าไม่ควรเทรดครั้งเดียวเกินราว 2% ของ Liquidity ใน Pool ไม่อย่างนั้นราคาที่ได้จะแย่จนไม่คุ้ม

เทียบสองกรณีที่ผ่านมาให้เห็นชัดๆ การแลก 1 ETH ใน Pool จิ๋วขนาด 10 ETH โดนไปเกือบ 10% แต่การแลก 10 ETH ใน Pool ใหญ่ขนาด 1,000 ETH โดนแค่ราว 1% ขนาดของกองเหรียญจึงเป็นตัวแปรที่สำคัญที่สุดของระบบ AMM และคือเหตุผลที่ทุก DEX ต้องแย่งกันดึงดูดคนมาเติมเหรียญเข้า Pool ซึ่งจะเจาะกันเต็มๆ ในบทความ Liquidity Pool คืออะไร

ส่วน Slippage เป็นญาติใกล้ชิดกันแต่คนละตัว มันคือความคลาดเคลื่อนของราคาที่เกิดขึ้น "ระหว่างรอ" ธุรกรรมของเรายืนยันบน Blockchain เพราะในจังหวะไม่กี่วินาทีนั้นอาจมีคนอื่นเทรดตัดหน้าจนสัดส่วนใน Pool เปลี่ยนไปก่อนถึงคิวเรา แอป DEX ส่วนใหญ่จึงมีช่องตั้งค่า Slippage Tolerance ให้กำหนดว่ายอมรับราคาคลาดเคลื่อนได้กี่เปอร์เซ็นต์ ถ้าเกินกว่านั้นให้ยกเลิกธุรกรรมทิ้ง ตั้งแคบเกินธุรกรรมก็ล้มบ่อย ตั้งกว้างเกินก็เสี่ยงโดนบอทเล่นกลแบบ Sandwich Attack คือบอทเห็นออเดอร์เราค้างอยู่ ก็เข้าซื้อดักหน้าให้ราคาแพงขึ้น ปล่อยเราซื้อแพง แล้วขายทำกำไรทับหลังเราในบล็อกเดียวกัน มือใหม่จึงควรเทรดเหรียญหลักใน Pool ใหญ่ที่ตัวเลขพวกนี้กระทบน้อยที่สุดไว้ก่อน

AMM คืออะไร กระดานเทรดไม่มีคนขายได้ยังไง

ภาพ: Price Impact ขึ้นกับขนาดเทรดเทียบขนาด Pool กฎหยาบจากหนังสือคือไม่ควรเกินราว 2% ของกองเหรียญ

แล้วใครเอาเหรียญมากองไว้ให้เราแลก

คนธรรมดาทั่วไปนี่แหละ จุดพลิกเกมของ AMM ไม่ใช่แค่สูตรตั้งราคา แต่คือการเปิดให้ใครก็ได้เอาเหรียญมาฝากเข้า Pool แล้วรับส่วนแบ่งค่าธรรมเนียมการเทรดเป็นผลตอบแทน คนกลุ่มนี้เรียกว่า Liquidity Provider หรือ LP เท่ากับว่า AMM เปลี่ยนงาน Market Maker ที่เคยผูกขาดโดยมืออาชีพ ให้กลายเป็นงานที่ใครก็สมัครได้

เงื่อนไขสำคัญคือต้องฝากเหรียญเป็นคู่ในมูลค่าเท่ากันสองฝั่ง เช่นอยากเติม 1 ETH เข้า Pool ETH-USDT ตอนราคา 2,000 USDT ก็ต้องพก 2,000 USDT มาฝากคู่กันด้วย เพื่อไม่ให้สัดส่วนของกอง (ซึ่งก็คือราคา) เพี้ยนไปจากเดิม เมื่อฝากสำเร็จเราจะได้เหรียญ LP Token มาถือไว้เป็นหลักฐานแทนส่วนแบ่งของเราในกอง คล้ายใบหุ้นของ Pool นั้น

ผลตอบแทนมาจากค่าธรรมเนียมการเทรด อย่าง Uniswap เวอร์ชันคลาสสิกเก็บ 0.3% ต่อการ Swap หนึ่งครั้ง แล้วกระจายเข้ากองให้ LP ทุกคนตามสัดส่วนที่ถืออยู่ ยิ่ง Pool มีคนเทรดหนาแน่น LP ยิ่งได้ค่าธรรมเนียมสะสมมากขึ้น ฟังดูเหมือนเงินฟรี แต่การเป็น LP มีความเสี่ยงเฉพาะตัวที่เรียกว่า Impermanent Loss ซ่อนอยู่ ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่พอที่เราแยกไปเล่าเต็มๆ ทั้งในบทความ Liquidity Pool คืออะไร และ Impermanent Loss คืออะไร ตอนนี้แค่จำไว้ก่อนว่ากองเหรียญที่เราแลกด้วยทุกครั้ง มีเจ้าของเป็นคนธรรมดาหลายพันหลายหมื่นคนที่หวังผลตอบแทนจากค่าธรรมเนียม ไม่ใช่เงินของบริษัทเจ้าของเว็บ

AMM คืออะไร กระดานเทรดไม่มีคนขายได้ยังไง

ภาพ: ใครก็เป็น Liquidity Provider ได้ด้วยการฝากเหรียญเป็นคู่ แลกกับส่วนแบ่งค่าธรรมเนียมการเทรดของ Pool

จากสมการบรรทัดเดียว สู่วิวัฒนาการเกือบทศวรรษ

ความเรียบง่ายของ x*y=k คือทั้งจุดแข็งและข้อจำกัด มันทนทานและโปร่งใสจนกลายเป็นรากฐานของ DeFi ทั้งวงการ แต่ก็ใช้เงินทุนไม่คุ้มค่านัก เพราะเหรียญส่วนใหญ่ในกองนอนเฉยๆ ที่ระดับราคาที่แทบไม่มีใครเทรดถึง วิวัฒนาการของ AMM ตลอดหลายปีที่ผ่านมาจึงเป็นเรื่องของการรีดประสิทธิภาพจากสูตรตั้งต้นนี้

Uniswap เวอร์ชันแรกปี 2018 รองรับเฉพาะคู่ ETH กับเหรียญ ERC20 ก่อนที่เวอร์ชัน 2 ในปี 2020 จะเปิดให้จับคู่เหรียญ ERC20 ใดก็ได้ตามใจ และเพราะโค้ดเปิดเป็น Open Source ทั้งหมด สูตรนี้จึงถูกโคลนไปทั่วทุกเชน ตั้งแต่ SushiSwap บน Ethereum ไปจนถึง PancakeSwap บน BNB Chain ที่ชูจุดขายค่า gas หลักไม่กี่บาทเทียบกับหลักพันบาทของ Ethereum ในช่วงตลาดร้อนแรงปี 2021 ยุคนั้นนักลงทุนไทยแห่เข้าไปฟาร์มกันหนักถึงขั้นที่ข้อมูล SimilarWeb กลางปี 2021 จัดให้ไทยเป็นประเทศที่เข้าเว็บ PancakeSwap มากเป็นอันดับ 2 ของโลก เรียกว่ากลไก x*y=k ที่อธิบายมาทั้งบทความนี้ เคยผ่านมือคนไทยจำนวนมหาศาลมาแล้วโดยหลายคนอาจไม่เคยรู้ว่าข้างในมันคือสมการตัวนี้

ฝั่งงานวิศวกรรมก็มีการดัดสูตรให้เหมาะกับงานเฉพาะทาง เช่น Curve ที่ออกแบบเส้นโค้งพิเศษสำหรับคู่ Stablecoin ที่ราคาควรใกล้ 1 ดอลลาร์เท่ากันทั้งคู่ ทำให้แลกเงินก้อนใหญ่ได้โดย Price Impact ต่ำกว่าสูตรมาตรฐานมาก ส่วน Uniswap เองก็ออกเวอร์ชัน 3 ในปี 2021 กับแนวคิด Concentrated Liquidity ที่ให้ LP เลือกช่วงราคาที่จะวางเงินได้แทนการเกลี่ยทั่วเส้นโค้ง เงินทุนก้อนเดิมจึงรองรับการเทรดได้หนาแน่นขึ้นหลายเท่า และล่าสุดเวอร์ชัน 4 ที่เปิดตัวปลายเดือนมกราคม 2025 เพิ่มระบบ Hooks ให้นักพัฒนาเขียนกติกาพิเศษติดเข้ากับ Pool ได้เอง เช่นค่าธรรมเนียมแบบปรับตามสภาพตลาด ผ่านไปราวปีครึ่ง เวอร์ชัน 4 ก็กินสัดส่วนประมาณครึ่งหนึ่งของปริมาณเทรดฝั่ง DEX ต่อไตรมาสไปแล้ว รายละเอียดพวกนี้เกินขอบเขตของมือใหม่ไปมาก จำแค่แก่นเดียวพอ คือไม่ว่าจะเวอร์ชันไหน กระดูกสันหลังยังเป็นแนวคิดเดิมเป๊ะ กองเหรียญบวกสูตรคณิตศาสตร์ ไม่มีคนตั้งราคา

AMM คืออะไร กระดานเทรดไม่มีคนขายได้ยังไง

ภาพ: เกือบทศวรรษของ AMM คือการรีดประสิทธิภาพจากสมการตั้งต้น x*y=k โดยแก่นไม่เคยเปลี่ยน

AMM วันนี้ใหญ่แค่ไหน และมันเกี่ยวอะไรกับเรา

จากของเล่นทดลองในปี 2018 วันนี้ AMM คือโครงสร้างพื้นฐานการเงินขนาดมหึมา ข้อมูล CoinGecko ระบุว่าสัดส่วนปริมาณเทรด Spot ของ DEX เทียบทั้งตลาดเพิ่มจาก 6.9% ในเดือนมกราคม 2024 เป็น 13.6% ในเดือนมกราคม 2026 โดยเคยพุ่งไปแตะจุดสูงสุดราว 24.5% ช่วงกลางปี 2025 ส่วนปริมาณเทรดรายเดือนของ DEX ขยับมาอยู่ระดับสองแสนกว่าล้านดอลลาร์ และ Uniswap เจ้าตำรับก็สะสมปริมาณเทรดรวมตลอดชีพทะลุ 3.4 ล้านล้านดอลลาร์ไปแล้ว

ที่น่าสนใจกว่าตัวเลขคือสถานะ ทุกวันนี้แพลตฟอร์มไร้ตัวกลางอย่าง Uniswap และ PancakeSwap ติดอันดับกลุ่มกระดานเทรดที่มีปริมาณสูงสุดของโลกปะปนกับเว็บเทรดยักษ์แบบรวมศูนย์ไปแล้ว สิ่งที่เริ่มจากสมการบรรทัดเดียวกำลังยืนแลกหมัดกับระบบเดิมได้จริงๆ ถึงอย่างนั้นก็ต้องแฟร์ว่า AMM ไม่ใช่คำตอบเดียวของโลกไร้ตัวกลาง เพราะบน Blockchain รุ่นใหม่ที่เร็วและค่าธรรมเนียมต่ำมาก ระบบ Order Book แบบดั้งเดิมก็กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง ข้อจำกัดเรื่องค่า gas ที่เคยเป็นเหตุให้ AMM ถือกำเนิดนั้นไม่ได้หนักเท่ายุค 2018 แล้ว เพียงแต่ในตลาด Spot ทั่วไป AMM ยังเป็นกลไกหลักที่ครองสนามอยู่

AMM คืออะไร กระดานเทรดไม่มีคนขายได้ยังไง

ภาพ: สัดส่วนปริมาณเทรดของ DEX เทียบทั้งตลาดเพิ่มเป็นเท่าตัวในสองปี (ข้อมูล CoinGecko 2026)

สำหรับคนไทย มุมที่ควรรู้คือเว็บเทรดในประเทศที่เราคุ้นเคยล้วนเป็นระบบรวมศูนย์ที่มีใบอนุญาตและอยู่ใต้การกำกับของ ก.ล.ต. ส่วน DEX ที่ขับเคลื่อนด้วย AMM ไม่มีบริษัทตัวกลางให้หน่วยงานไหนกำกับ ผู้ใช้จึงต้องดูแลตัวเองทุกขั้น ตั้งแต่การเก็บ Private Key การตรวจสอบว่าเหรียญที่กำลังจะแลกเป็นของจริง เพราะระบบเปิดให้ใครก็สร้าง Pool และลิสต์เหรียญได้เอง มิจฉาชีพจึงชอบสร้างเหรียญปลอมชื่อเหมือนเหรียญดังมาดักคนพลาด ไปจนถึงความเสี่ยงระดับ Smart Contract ที่ต่อให้สูตรถูกต้อง โค้ดที่ครอบมันอยู่ก็อาจมีช่องโหว่ได้ ทั้งหมดนี้ไม่ได้แปลว่า AMM อันตรายเกินแตะ แต่แปลว่ามันคือเครื่องมือทรงพลังที่มากับความรับผิดชอบเต็มรูปแบบของผู้ใช้ ความเข้าใจกลไกอย่างที่ไล่มาทั้งบทความนี้จึงไม่ใช่ความรู้ประดับ แต่เป็นเกราะพื้นฐานก่อนตัดสินใจใช้งานจริงทุกครั้ง

คำถามที่พบบ่อย

AMM คืออะไร ตอบแบบสั้นที่สุด?

ระบบสร้างตลาดอัตโนมัติที่ DEX ใช้แทนกระดานซื้อขายแบบจับคู่คำสั่ง โดยให้ทุกคนแลกเหรียญกับกองเหรียญกลาง (Liquidity Pool) ที่กำหนดราคาด้วยสูตรคณิตศาสตร์ ไม่ต้องมีผู้ซื้อผู้ขายอีกฝั่ง ไม่ต้องมีใครตั้งราคา

สูตร x*y=k หมายความว่าอะไร?

x และ y คือจำนวนเหรียญสองฝั่งใน Pool กติกาคือผลคูณของทั้งสองต้องคงที่เสมอ ใครแลกเหรียญฝั่งหนึ่งเข้า ก็ต้องได้เหรียญอีกฝั่งออกในจำนวนที่ทำให้ผลคูณเท่าเดิม ผลพลอยได้คือราคาปรับตัวอัตโนมัติตามแรงซื้อแรงขาย และกองเหรียญไม่มีวันถูกดูดหมด

ทำไมกดแลกเหรียญใน DEX แล้วได้จำนวนน้อยกว่าราคาที่เห็นบนหน้าจอ?

เพราะ Price Impact จากขนาดเทรดของเราเทียบกับขนาด Pool บวกกับ Slippage จากการที่คนอื่นเทรดแทรกก่อนธุรกรรมเรายืนยัน ยิ่ง Pool เล็กหรือเทรดก้อนใหญ่ ส่วนต่างยิ่งบาน ทางลดคือเทรดเหรียญหลักใน Pool ใหญ่ และตั้งค่า Slippage Tolerance ให้เหมาะสม

AMM ต่างจาก Order Book ยังไง?

Order Book จับคู่คำสั่งซื้อขายระหว่างคนกับคน ต้องมี Market Maker คอยตั้งราคาสองฝั่งตลาดถึงจะคึกคัก ส่วน AMM ให้แลกกับกองเหรียญกลางที่คุมด้วยสูตร ไม่ต้องรอจับคู่ จึงเหมาะกับ Blockchain ที่การตั้งออเดอร์ถี่ๆ มีต้นทุนค่า gas สูง

ราคาใน AMM ตรงกับราคาตลาดโลกได้ยังไงทั้งที่ไม่มีใครตั้ง?

ด้วยนักเก็งกำไรส่วนต่างราคา (Arbitrageur) เมื่อไรที่ราคาใน Pool คลาดจากตลาดโลก จะมีคนเข้ามาซื้อถูกขายแพงทำกำไรทันที และการเทรดของพวกเขาจะดันสัดส่วนใน Pool กลับไปตรงกับราคาตลาดเอง

📖 กลไก AMM สูตร x*y=k และตัวอย่างการคำนวณในบทความนี้ ผู้เขียนและทีมเล่าไว้ละเอียดกว่านี้ในหนังสือ DeFi Farming 101 ที่เขียนขึ้นตั้งแต่ยุคบุกเบิก DeFi ในไทย โดยบทความนี้อัปเดตตัวเลขและวิวัฒนาการถึงปี 2026 แล้ว (ข้อมูลอ้างอิง: CoinGecko CEX & DEX Trading Activity Report 2026, Uniswap Labs, DefiLlama)

บทความทั้งหมด