รีวิว Binance ฉบับคนไทย
18 July 2026บทความ

[รีวิว] Binance 2026 ฉบับคนไทย ต่างจาก Binance TH ตรงไหน ใช้ยังไง

รีวิว Binance ฉบับคนไทย เทียบชัดกับ Binance TH ทั้งค่าธรรมเนียม เหรียญ และวิธีจัดการเงินบาท พร้อมความเสี่ยงที่ต้องเข้าใจ

Binance เป็นกระดานเทรดที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นชื่อที่คนไทยรู้จักมากที่สุดชื่อหนึ่ง แต่ประเด็นที่คนมักสับสนคือ Binance สากลกับ Binance TH เป็นคนละบริษัทกันในทางกฎหมาย ใช้แทนกันไม่ได้ และมีสถานะทางกฎหมายในไทยต่างกันอย่างสิ้นเชิง

รีวิวนี้พูดถึง Binance สากล ทั้งข้อดีที่ปฏิเสธไม่ได้ และประวัติด้านมืดที่คนที่จะฝากเงินควรรู้

Disclosure เปิดเผยผลประโยชน์
บทความนี้ไม่มีลิงก์ Referral ของ Binance เราไม่ได้รับค่าตอบแทนใดๆ จากการที่ท่านสมัครผ่านหน้านี้
ข้อควรรู้สำหรับผู้ใช้ไทย
กระดานนี้ไม่มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลจาก ก.ล.ต. ไทย หากเกิดปัญหาจะไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายไทย และตั้งแต่ปี 2025 ก.ล.ต. มีการสั่งปิดกั้นการเข้าถึงแพลตฟอร์มที่ไม่มีใบอนุญาตเป็นระยะ โปรดศึกษาความเสี่ยงก่อนใช้งาน

Binance สากล ต่างจาก Binance TH ยังไง

คนละนิติบุคคล คนละกฎหมาย

หัวข้อBinance สากลBinance TH
ใบอนุญาตในไทยไม่มีมี กำกับโดย ก.ล.ต. ไทย
ฝากเงินบาทตรงไม่ได้ ต้องผ่าน P2P หรือโอนคริปโตเข้าได้ ผ่านธนาคารไทย
ค่าธรรมเนียม Spot0.1% ลดเหลือ 0.075% เมื่อจ่ายด้วย BNB0.25% คู่ THB / 0.1% คู่คริปโต
จำนวนเหรียญมากกว่า 350 สกุลน้อยกว่ามาก คัดเฉพาะที่ผ่านเกณฑ์ ก.ล.ต.
ความคุ้มครองตามกฎหมายไทยไม่มีมี

พูดง่ายๆ คือ Binance TH ได้ความคุ้มครองและความสะดวกเรื่องเงินบาท ส่วน Binance สากลได้เหรียญเยอะกว่าและค่าธรรมเนียมถูกกว่า แต่ต้องรับความเสี่ยงเองทั้งหมด

ค่าธรรมเนียมคิดเป็นเงินจริง

รายการวิธีคิดเสียเท่าไหร่
ซื้อ 10,000 บาท10,000 x 0.1%10 บาท
ขายคืนที่ราคาเดิม10,000 x 0.1%10 บาท
รวมไป-กลับ 1 รอบ20 บาท (0.20%)

ถูกกว่ากระดานไทยที่คิด 0.25% อยู่ราวสองเท่าครึ่ง แต่ต้องบวกต้นทุนการนำเงินบาทเข้าออกซึ่งไม่ได้ฟรี ถ้าโอนผ่าน P2P มีส่วนต่างราคา ถ้าโอนคริปโตจากกระดานไทยก็มีค่าธรรมเนียมเครือข่ายและค่าเทรดสองต่อ เมื่อคิดรวมแล้วส่วนต่างอาจไม่ได้มากอย่างที่เห็นบนหน้าจอ

ประวัติที่ต้องรู้ก่อนฝากเงิน

เหตุการณ์ถูกแฮกปี 2019

เดือนพฤษภาคม 2019 Binance ถูกแฮกกระเป๋าร้อน สูญเสีย Bitcoin ราว 7,000 BTC คิดเป็นมูลค่าราว 40 ล้านดอลลาร์ในขณะนั้น แฮกเกอร์ใช้หลายวิธีผสมกันทั้งฟิชชิ่ง ไวรัส และการขโมยคีย์ API ของผู้ใช้

จุดที่ควรให้เครดิตคือบริษัทรับผิดชอบเต็มจำนวน ผู้ใช้ไม่ได้สูญเงิน โดยจ่ายชดเชยจากกองทุนสำรองที่ตั้งไว้ล่วงหน้าตั้งแต่ปี 2018 ซึ่งกันเงินจากค่าธรรมเนียมเทรดส่วนหนึ่งเข้ากองทุนนี้เป็นประจำ นี่เป็นตัวอย่างของการเตรียมพร้อมรับมือที่กระดานหลายเจ้าไม่มี

คดีกับกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ปี 2023

เดือนพฤศจิกายน 2023 Binance ตกลงจ่ายค่าปรับ 4.3 พันล้านดอลลาร์เพื่อยุติคดีอาญากับทางการสหรัฐฯ ในข้อหาเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจโอนเงินโดยไม่มีใบอนุญาตและการละเมิดกฎหมายมาตรการคว่ำบาตร ขณะที่ผู้ก่อตั้งรับสารภาพในข้อหาที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน จ่ายค่าปรับส่วนตัว และลาออกจากตำแหน่งซีอีโอ

เรื่องนี้ไม่ได้แปลว่าเงินผู้ใช้ไม่ปลอดภัย เพราะคดีเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎระเบียบ ไม่ใช่การยักยอกทรัพย์สินลูกค้า แต่มันบอกอะไรบางอย่างเกี่ยวกับวัฒนธรรมการทำงานในอดีตของบริษัท และเป็นข้อมูลที่ควรชั่งน้ำหนักก่อนตัดสินใจฝากเงินก้อนใหญ่ไว้ที่ใดที่หนึ่ง

ก่อตั้งปี 2017 และการย้ายฐานหนีกฎเกณฑ์

Binance ก่อตั้งโดย Changpeng Zhao หรือที่รู้จักกันในชื่อ CZ เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2017 จากประเทศจีน ด้วยการระดมทุนผ่าน ICO ขายเหรียญ BNB ได้เงินราว 15 ล้านดอลลาร์ ไม่กี่เดือนหลังก่อตั้ง รัฐบาลจีนประกาศห้ามการซื้อขายคริปโตและ ICO ในประเทศช่วงเดือนกันยายน 2017 Binance จึงต้องย้ายฐานปฏิบัติการออกจากจีนไปญี่ปุ่น แล้วประกาศแผนเปิดสำนักงานที่มอลตาในปี 2018 แต่ต่อมาหน่วยงานกำกับดูแลของมอลตาเอง (MFSA) ก็ออกมาชี้แจงว่า Binance ไม่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลในมอลตาแต่อย่างใด ทำให้ Binance กลายเป็นกระดานที่ไม่มีสำนักงานใหญ่ตายตัวอยู่หลายปี ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้เติบโตเร็วในช่วงแรก แต่ก็เป็นต้นตอของปัญหาด้านกฎระเบียบที่ตามมาทีหลัง

คลื่นแบนจากหน่วยงานกำกับทั่วโลกปี 2021

ปี 2021 เป็นปีที่ Binance เจอแรงกดดันจากหน่วยงานกำกับดูแลพร้อมกันในหลายประเทศ สำนักงาน ก.ล.ต. อังกฤษ (FCA) สั่งห้าม Binance ทำกิจกรรมที่ต้องขออนุญาตทุกประเภทในสหราชอาณาจักรตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2021 โดยระบุว่า Binance ไม่ปฏิบัติตามกฎการป้องกันฟอกเงิน ในเดือนเดียวกันหน่วยงานกำกับการเงินของญี่ปุ่น (FSA) ก็ออกคำเตือนซ้ำว่า Binance ให้บริการโดยไม่ได้จดทะเบียน ซึ่งเคยเตือนมาแล้วครั้งหนึ่งตั้งแต่ปี 2018 ส่วนคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ออนแทรีโอของแคนาดาก็สั่งให้ Binance หยุดรับผู้ใช้ในรัฐออนแทรีโอ และให้ผู้ใช้เดิมปิดสถานะทั้งหมดภายในสิ้นปี 2021

ประเทศไทยเองก็อยู่ในคลื่นนี้ด้วย เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2021 ก.ล.ต. ไทยมีหนังสือให้ Binance ชี้แจงข้อมูลการให้บริการกับนักลงทุนไทยทั้งผ่านเว็บไซต์และเฟซบุ๊ก Binance Thai Community แต่ Binance ไม่ชี้แจงภายในเวลาที่กำหนด ก.ล.ต. จึงกล่าวโทษต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ในข้อหาประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่ได้รับใบอนุญาต นี่คือจุดเริ่มต้นของสถานะที่ Binance สากลยังคงเป็นอยู่ในไทยจนถึงตอนนี้ คือไม่มีใบอนุญาตและไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายไทย

CZ รับโทษจำคุกและส่งไม้ต่อผู้บริหารใหม่ (2024)

เดือนเมษายน 2024 ศาลสหรัฐฯ ตัดสินให้ CZ รับโทษจำคุก 4 เดือน ซึ่งเบากว่าที่อัยการเรียกร้องไว้ถึง 36 เดือนมาก เขาเริ่มรับโทษจริงที่เรือนจำ Lompoc ในรัฐแคลิฟอร์เนียตั้งแต่วันที่ 3 มิถุนายน 2024 และได้รับการปล่อยตัวในวันที่ 29 กันยายน 2024 รวมเวลาอยู่ในเรือนจำ 118 วัน ก่อนหน้านั้นในการยอมรับข้อตกลง เขาต้องจ่ายค่าปรับส่วนตัว 50 ล้านดอลลาร์ และลาออกจากตำแหน่งซีอีโอ โดยส่งไม้ต่อให้ Richard Teng อดีตผู้บริหารหน่วยงานกำกับดูแลการเงินของสิงคโปร์และอาบูดาบี เข้ามารับตำแหน่งซีอีโอแทนตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2024 การเลือกอดีตนักกำกับดูแลมาคุมบริษัทเป็นสัญญาณชัดว่า Binance ต้องการสร้างภาพลักษณ์ใหม่เน้นปฏิบัติตามกฎระเบียบมากขึ้นหลังเจอบทเรียนราคาแพง

ผู้บริหารติดคุกที่ไนจีเรีย 8 เดือน (2024)

อีกเหตุการณ์ที่สะท้อนความเสี่ยงจากการทำธุรกิจข้ามประเทศโดยไม่มีใบอนุญาตชัดเจนคือกรณีของ Tigran Gambaryan หัวหน้าฝ่ายตรวจสอบอาชญากรรมทางการเงินของ Binance ถูกทางการไนจีเรียควบคุมตัวตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2024 ในข้อหาฟอกเงินและปั่นค่าเงิน ทั้งที่เขาเดินทางไปเจรจากับทางการไนจีเรียในฐานะตัวแทนบริษัท เขาถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำ Kuje ในกรุงอาบูจานานถึง 8 เดือน จนป่วยเป็นมาลาเรียและปอดบวมระหว่างถูกคุมขัง ก่อนได้รับการปล่อยตัวในวันที่ 24 ตุลาคม 2024 ด้วยเหตุผลด้านสุขภาพ หลังอัยการไนจีเรียถอนฟ้อง เหตุการณ์นี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่าการที่ Binance ให้บริการในหลายประเทศโดยไม่มีใบอนุญาตท้องถิ่นชัดเจน ไม่ได้เสี่ยงแค่กับเงินของผู้ใช้ แต่เสี่ยงถึงตัวพนักงานเองด้วย

เงินทุนสถาบันและการฟื้นภาพลักษณ์ (2025-2026)

เดือนพฤษภาคม 2025 Binance ได้รับเงินลงทุน 2,000 ล้านดอลลาร์จาก MGX กองทุนของรัฐอาบูดาบีที่มีความเกี่ยวข้องกับ Sheikh Tahnoon bin Zayed Al Nahyan รองผู้นำอาบูดาบี ถือเป็นเงินลงทุนก้อนเดียวที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาในบริษัทคริปโตรายใดรายหนึ่ง โดยธุรกรรมนี้ใช้เหรียญ Stablecoin ชื่อ USD1 ของ World Liberty Financial ซึ่งเป็นโปรเจกต์ที่ตระกูล Trump มีส่วนเกี่ยวข้อง เรื่องนี้ถูกจับตาและตั้งคำถามจากฝั่งการเมืองสหรัฐฯ ว่าอาจมีผลประโยชน์ทับซ้อนทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะช่วงเวลาที่ดีลนี้เกิดขึ้นใกล้เคียงกับกระแสข่าวว่า CZ อาจได้รับการอภัยโทษจากประธานาธิบดี Trump ด้วย ซึ่ง Binance ปฏิเสธว่าไม่มีความเกี่ยวข้องกัน

เดือนธันวาคม 2025 Binance ประกาศแต่งตั้ง Yi He ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท ขึ้นเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม (Co-CEO) เคียงข้าง Richard Teng ปัจจุบัน Binance ยังคงครองส่วนแบ่งตลาดสูงสุดในกลุ่มกระดานเทรดแบบรวมศูนย์ทั่วโลกที่ราว 38-39% ของปริมาณซื้อขาย Spot ทิ้งห่างอันดับสองอย่าง Bybit ที่มีส่วนแบ่งราว 9.5% ค่อนข้างมาก และปิดปี 2025 ด้วยผู้ใช้ลงทะเบียนสะสมกว่า 300 ล้านบัญชีทั่วโลก

เทียบสเปก Binance กับกระดานคู่แข่งระดับโลกอื่นๆ

นอกจาก Binance TH ที่เทียบไปแล้วข้างต้น Binance สากลยังมีคู่แข่งระดับโลกอีกหลายเจ้าที่คนไทยเข้าถึงในลักษณะเดียวกัน คือไม่มีใบอนุญาตในไทยเหมือนกัน ตารางนี้เทียบสเปกหลักให้เห็นภาพว่าแต่ละเจ้าต่างกันตรงไหนบ้าง

กระดานก่อตั้งใบอนุญาตไทยค่าธรรมเนียม Spotจำนวนเหรียญจุดเด่น
Binance Global2017ไม่มี (กล่าวโทษปี 2021)0.1% (ลดเหลือ 0.075% จ่ายด้วย BNB)350+ สกุลสภาพคล่องสูงสุดในตลาดโลก
OKX2017ไม่มี (บล็อกตั้งแต่ 28 มิ.ย. 2025)0.08% Maker / 0.1% Takerหลายร้อยสกุลWeb3 Wallet และ DeFi ในแอปเดียว
Bitget2018ไม่มีราว 0.1%หลายร้อยสกุลระบบ Copy Trading ขนาดใหญ่
HashKey2018 (ฮ่องกง)ไม่มี (ใบอนุญาตฮ่องกงไม่คุ้มครองไทย)ราว 0.12%น้อยกว่ามาก คัดเฉพาะเหรียญหลักใบอนุญาตกำกับดูแลจากฮ่องกง
Binance TH2022มี กำกับโดย ก.ล.ต. ไทย0.25% คู่ THBน้อยกว่า คัดตามเกณฑ์ ก.ล.ต.ฝากถอนเงินบาทผ่านธนาคารไทยได้

จะเห็นว่า Binance ยังคงได้เปรียบเรื่องจำนวนเหรียญและสภาพคล่องเมื่อเทียบกับคู่แข่งโดยตรงอย่าง OKX และ Bitget ส่วน HashKey เลือกเล่นเกมคนละแบบคือแข่งด้วยความเข้มงวดของใบอนุญาตฮ่องกงแทนที่จะแข่งด้วยจำนวนเหรียญ ซึ่งเหมาะกับคนละกลุ่มเป้าหมาย

ข้อดีและข้อจำกัด

ข้อดี

  • สภาพคล่องสูงที่สุดในตลาด ส่วนต่างราคาซื้อขายแคบ เหมาะกับวอลุ่มใหญ่
  • เหรียญมากกว่า 350 สกุล เหรียญใหม่ลิสต์เร็วกว่ากระดานไทยมาก
  • ค่าธรรมเนียม 0.1% ถูกกว่ากระดานไทยชัดเจน
  • มีกองทุนสำรองสำหรับกรณีฉุกเฉินที่เคยใช้จ่ายชดเชยจริงมาแล้ว
  • เครื่องมือเทรดครบตั้งแต่ระดับพื้นฐานถึงมืออาชีพ

ข้อจำกัดสำหรับคนไทย

  • ไม่มีความคุ้มครองตามกฎหมายไทย มีข้อพิพาทต้องไปสู้กับบริษัทต่างประเทศเอง
  • เงินบาทเข้าออกต้องผ่าน P2P ซึ่งมีความเสี่ยงคู่ค้า หรือโอนคริปโตซึ่งมีต้นทุนเพิ่ม
  • ภาระด้านภาษีและการรายงานเป็นความรับผิดชอบของผู้ใช้เอง
  • มีประวัติคดีกับหน่วยงานกำกับดูแลระดับใหญ่

คำถามที่พบบ่อย

Binance กับ Binance TH ใช้บัญชีเดียวกันได้ไหม

ไม่ได้ เป็นคนละนิติบุคคลและคนละระบบ ต้องสมัครแยกกัน และการโอนเหรียญระหว่างสองแพลตฟอร์มมีขั้นตอนเฉพาะ

คนไทยใช้ Binance สากลผิดกฎหมายไหม

การถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลไม่ผิดกฎหมาย แต่การใช้บริการกระดานที่ไม่มีใบอนุญาตในไทยแปลว่าไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายไทยหากเกิดปัญหา และ ก.ล.ต. มีการปิดกั้นการเข้าถึงแพลตฟอร์มที่ไม่มีใบอนุญาตเป็นระยะ

เคยถูกแฮกแล้วเงินผู้ใช้หายไหม

เหตุการณ์ปี 2019 บริษัทชดเชยเต็มจำนวนจากกองทุนสำรอง ผู้ใช้ไม่สูญเงิน

ค่าปรับ 4.3 พันล้านดอลลาร์กระทบผู้ใช้ไหม

คดีเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎระเบียบ ไม่ใช่การยักยอกทรัพย์สินลูกค้า การให้บริการยังดำเนินต่อ แต่เป็นข้อมูลที่ควรใช้ประกอบการตัดสินใจ

เอาเงินบาทเข้ายังไง

ผ่าน P2P ที่ซื้อขายกับผู้ใช้รายอื่นโดยตรง หรือซื้อคริปโตจากกระดานไทยแล้วโอนเข้าไป ซึ่งทั้งสองวิธีมีต้นทุนและความเสี่ยงต่างกัน

สรุป เหมาะกับใคร

Binance สากลเหมาะกับคนที่ต้องการเหรียญหรือฟีเจอร์ที่กระดานไทยไม่มี เข้าใจวิธีจัดการเงินบาทผ่านช่องทางอ้อม และรับความเสี่ยงเรื่องการไม่มีความคุ้มครองตามกฎหมายไทยได้

ถ้าต้องการประสบการณ์ใกล้เคียงกันแต่มีใบอนุญาตไทยและฝากเงินบาทตรงได้ Binance TH ตอบโจทย์กว่าสำหรับคนส่วนใหญ่ ดูตารางเทียบทุกกระดานที่หน้ารวมเว็บเทรดคริปโต

บทความนี้ให้ความรู้ ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน สินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ข้อมูลค่าธรรมเนียมและเงื่อนไข ณ กรกฎาคม 2026 อาจเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบกับผู้ให้บริการโดยตรงก่อนตัดสินใจ

บทความทั้งหมด