
CryptoKitties เกมแมวที่ทำ Ethereum ติดขัดทั้งระบบ ธันวาคม 2017 และส่วนที่ไม่ได้มาจากแมว
28 พฤศจิกายน 2017 เกมเลี้ยงแมวบน Ethereum เปิดตัว ไม่ถึงสัปดาห์เครือข่ายเต็มแทบทุกบล็อกและค่าธรรมเนียมขึ้นสี่เท่าในห้าวัน บทความนี้เปิดข้อมูลจริงจาก Etherscan ดูว่าแมวทำให้ติดขัดแค่ไหน ส่วนไหนมาจากตลาดกระทิงปลายปี 2017 และสิ่งที่เกมทิ้งไว้คือมาตรฐาน ERC-721
วันที่ 28 พฤศจิกายน 2017 บริษัทเล็กๆ ในแคนาดาเปิดตัวเกมเลี้ยงแมวบน Ethereum ผู้เล่นซื้อแมวการ์ตูน เอามาผสมพันธุ์ แล้วขายลูกแมวที่ได้ ไม่ถึงสัปดาห์ต่อมา เกมนี้กลายเป็นแอปที่มีคนใช้มากที่สุดบนเครือข่าย ค่าธรรมเนียมเฉลี่ยของ Ethereum ขึ้นไปสี่เท่าในห้าวัน และสื่อทั่วโลกพาดหัวว่าแมวดิจิทัลทำเครือข่ายล่ม บทความนี้เปิดข้อมูลจริงจาก Etherscan ดูว่าช่วงนั้นเกิดอะไรขึ้น แมวทำให้เครือข่ายติดขัดมากแค่ไหน ส่วนไหนของเรื่องที่ไม่ได้มาจากแมว และสิ่งที่เกมนี้ทิ้งไว้ให้วงการ
CryptoKitties คืออะไร
CryptoKitties เป็นเกมที่ Axiom Zen บริษัทจากเมืองแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา สร้างขึ้นบนเครือข่าย Ethereum แมวแต่ละตัวในเกมมีรูปร่าง สี และลักษณะไม่ซ้ำกัน และที่สำคัญคือความเป็นเจ้าของแมวแต่ละตัวถูกบันทึกไว้บนบล็อกเชน ไม่ใช่บนเซิร์ฟเวอร์ของบริษัท
ผู้เล่นทำได้สามอย่างหลัก
- ซื้อแมวจากการประมูลในตลาดของเกม ตามข้อมูลของ Wikipedia แมวรุ่นแรกถูกปล่อยขายผ่านการประมูลทุก 15 นาที หรือสัปดาห์ละ 672 ตัว เป็นเวลาหนึ่งปี
- ผสมพันธุ์แมวสองตัวเพื่อให้ได้ลูกแมวที่มีลักษณะผสมจากพ่อแม่ ลักษณะบางอย่างหายาก และแมวที่หายากขายได้แพง
- ขายหรือให้ยืมแมวไปผสมพันธุ์กับแมวของคนอื่น
ฟังดูเป็นเกมธรรมดา สิ่งที่ไม่ธรรมดาคือแมวแต่ละตัวเป็นของผู้เล่นจริงๆ บริษัทลบไม่ได้ ก๊อปไม่ได้ และถ้าเกมปิดตัวไป แมวก็ยังอยู่บนบล็อกเชน
ตามข้อมูลของ Wikipedia เกมรุ่นทดลองถูกเปิดให้ดูครั้งแรกที่งานแฮกกาธอน ETHWaterloo วันที่ 19 ตุลาคม 2017 จากนั้นเปิดทดสอบแบบปิดห้าวัน ก่อนเปิดตัวจริงวันที่ 28 พฤศจิกายน 2017 ซึ่งตรงกับข้อมูลบนหน้าเว็บของเกมเอง แมวตัวที่ 1 ชื่อ Genesis ระบุวันเกิดไว้ที่วันที่ 23 พฤศจิกายน 2017 คือห้าวันก่อนเปิดตัว
ภาพ: หน้าแมวตัวที่ 1 บนเว็บ cryptokitties.co วันที่ 25 กันยายน 2026
คำแนะนำตัวของ Genesis บนหน้าเว็บบอกอารมณ์ของเกมได้ดี
"สวัสดีมนุษย์ ข้าคือ Genesis พวกหมารู้จักข้าในฐานะอัลฟ่า พวกแมวรู้จักข้าในฐานะโอเมก้า"
ข้อความแนะนำตัวของแมวตัวที่ 1 บนเว็บ cryptokitties.co ต้นฉบับ "Greetings, human. I am Genesis. The dogs know me as alpha; the cats know me as omega."
ทำไมเกมแมวถึงกินพื้นที่เครือข่าย
เกมทั่วไปเก็บข้อมูลไว้ในเซิร์ฟเวอร์ของตัวเอง กดซื้อของในเกมหนึ่งครั้ง ก็แค่แก้ตัวเลขในฐานข้อมูลของบริษัท แต่ CryptoKitties ไม่มีฐานข้อมูลแบบนั้น ความเป็นเจ้าของแมวอยู่ในสัญญาอัจฉริยะบน Ethereum
ผลคือเกือบทุกการกระทำสำคัญในเกมคือธุรกรรมบนบล็อกเชนหนึ่งรายการ
- ซื้อแมวหนึ่งตัว คือธุรกรรมหนึ่งรายการ
- สั่งผสมพันธุ์ คือธุรกรรมหนึ่งรายการ
- ให้แมวคลอด ตั้งราคาขาย หรือยกเลิกการขาย ก็คือธุรกรรมอีกรายการ
ทุกรายการต้องรอขึ้นบล็อกและต้องจ่ายค่าธรรมเนียมให้คนขุด ในขณะที่บล็อกของ Ethereum มีพื้นที่จำกัด เมื่อคนจำนวนมากเล่นพร้อมกัน ธุรกรรมของเกมก็ไปแย่งพื้นที่ในบล็อกเดียวกับการโอนเงิน การซื้อขายโทเคน และทุกอย่างที่เหลือบนเครือข่าย
สัปดาห์ที่เครือข่ายเต็ม
ข้อมูลรายวันจาก Etherscan แสดงให้เห็นว่าสัปดาห์แรกของเดือนธันวาคม 2017 เครือข่ายเข้าใกล้ขีดจำกัดจริง
อัตราการใช้งานเครือข่าย ซึ่งคือสัดส่วนของพื้นที่ในบล็อกที่ถูกใช้ไป อยู่ที่ 74% ในวันที่เกมเปิดตัว ขยับเป็น 81% วันที่ 3 ธันวาคม แล้วกระโดดเป็น 91.5% วันที่ 4 ธันวาคม และ 96.3% วันที่ 8 ธันวาคม เมื่อบล็อกเกือบเต็มทุกบล็อก ทางเดียวที่จะได้ขึ้นบล็อกก่อนคือจ่ายค่าธรรมเนียมแพงกว่าคนอื่น
และนั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นกับค่าธรรมเนียม
16.1
เกมเปิดตัว
16.8
สูงสุดของช่วง
61.1
41.6
ค่าธรรมเนียมเฉลี่ยต่อหน่วย gas อยู่ราว 14 ถึง 17 Gwei มาตลอดปลายเดือนพฤศจิกายน แล้วขึ้นจาก 14.07 Gwei วันที่ 3 ธันวาคม เป็น 61.10 Gwei วันที่ 8 ธันวาคม คือขึ้นมาราว 4.3 เท่าในห้าวัน หลังจากนั้นลดลงบ้าง แต่ยังค้างอยู่ที่ 35 ถึง 44 Gwei ไปจนถึงวันที่ 20 ธันวาคม ซึ่งยังสูงกว่าช่วงก่อนเกมเปิดตัวเกินสองเท่า
วันที่ 6 ธันวาคม เครือข่ายบันทึกธุรกรรมได้ 791,746 รายการ ในวันเดียว ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดของ Ethereum ณ เวลานั้น
แพงขึ้นเป็นเงินเท่าไร
ตัวเลข Gwei อาจไม่ค่อยมีความหมายกับคนทั่วไป ลองแปลงเป็นเงินดูด้วยการโอน ETH แบบธรรมดาที่สุด ซึ่งใช้ gas คงที่ 21,000 หน่วยต่อครั้ง
- วันที่ 3 ธันวาคม ค่าธรรมเนียมเฉลี่ย 14.07 Gwei และราคา ETH ตามข้อมูลของ Etherscan อยู่ที่ 462.81 ดอลลาร์ ค่าโอนหนึ่งครั้งคิดเป็นราว 0.14 ดอลลาร์
- วันที่ 8 ธันวาคม ค่าธรรมเนียมเฉลี่ย 61.10 Gwei และราคา ETH อยู่ที่ 451.74 ดอลลาร์ ค่าโอนหนึ่งครั้งคิดเป็นราว 0.58 ดอลลาร์
สังเกตว่าราคา ETH ช่วงนั้นแทบไม่ขยับ ลดลงด้วยซ้ำเล็กน้อย ค่าโอนที่แพงขึ้นราวสี่เท่าจึงมาจากการแย่งพื้นที่ในบล็อกล้วนๆ ไม่ได้มาจากราคาเหรียญที่ขึ้น
และนี่คือการโอนแบบที่ใช้ gas น้อยที่สุด การกระทำในเกมอย่างการสั่งผสมพันธุ์หรือซื้อแมวผ่านการประมูล เป็นการเรียกใช้สัญญาอัจฉริยะซึ่งใช้ gas มากกว่าการโอนธรรมดา ค่าธรรมเนียมที่ผู้เล่นจ่ายจริงต่อครั้งจึงสูงกว่านี้
แมวกินธุรกรรมไปเท่าไร
ตัวเลขที่ถูกอ้างถึงมากที่สุดมาจาก Bloomberg ซึ่งรายงานวันที่ 4 ธันวาคม 2017 ว่า ETH Gas Station เว็บที่ติดตามค่าธรรมเนียม Ethereum วัดได้ว่า CryptoKitties คิดเป็น ราว 11% ของธุรกรรมทั้งหมดบนเครือข่าย ทำให้มันเป็นแอปที่มีคนใช้มากที่สุดบน Ethereum ในตอนนั้น
ตัวเลขในวันถัดๆ มาที่สื่อรายงานต่อกันอยู่ที่ราว 13 ถึง 14% ของธุรกรรมในช่วงบล็อกล่าสุด ส่วน Wikipedia เขียนว่าช่วงที่เกมดังที่สุด เกมกินสัดส่วนราว 25%ของทราฟฟิกบนเครือข่าย ตัวเลขเหล่านี้ต่างกันเพราะวัดคนละแบบและคนละช่วงเวลา บางแหล่งนับธุรกรรม บางแหล่งนับทราฟฟิก บางแหล่งนับแค่บล็อกล่าสุดไม่กี่พันบล็อก
ภาพของ Consensys ซึ่งเป็นเจ้าของบริการ Infura ที่แอปจำนวนมากใช้เชื่อมต่อกับ Ethereum ก็บอกขนาดของแรงกระแทกได้อีกมุม
"คำขอใช้งานเครือข่ายรวมเพิ่มขึ้นหกเท่าในสัปดาห์แรกของเดือนธันวาคมเพียงสัปดาห์เดียว"
Consensys, The Inside Story of the CryptoKitties Congestion Crisis วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2018 ต้นฉบับ "a sixfold increase in total network requests in the first week of December alone"
บทความเดียวกันเล่าว่าคำขอที่วิ่งผ่าน Infura พุ่งจากราว 2 พันล้านครั้งต่อวัน เป็นกว่า 4 พันล้านครั้งต่อวันแทบจะข้ามคืน
แต่ไม่ใช่แมวทั้งหมด
ถ้าดูแค่สัปดาห์แรกของเดือนธันวาคม จะเห็นภาพว่าแมวทำเครือข่ายติดขัด แต่ถ้าถอยออกมามองช่วงกว้างขึ้น ข้อมูลเล่าอีกเรื่องหนึ่งที่มักไม่ถูกพูดถึง
284K
เกมเปิดตัว
639K
สูงสุดของช่วง
1,350K
777K
จำนวนธุรกรรมต่อวันของ Ethereum ไต่ขึ้นมาตั้งแต่ก่อนเกมเปิดตัว จาก 283,871 รายการวันที่ 1 ตุลาคม เป็น 527,783 รายการวันที่ 1 พฤศจิกายน คือเกือบเท่าตัวในเดือนเดียว โดยที่ยังไม่มีแมวสักตัว และหลังจากกระแสแมวเริ่มซา จำนวนธุรกรรมก็ยังขึ้นต่อ จนทำสถิติ 1,349,890 รายการ วันที่ 4 มกราคม 2018
อัตราการใช้งานเครือข่ายก็เหมือนกัน ค่าสูงสุดในช่วงนั้นไม่ได้อยู่ที่สัปดาห์ของแมว แต่อยู่ที่ 96.9% วันที่ 15 มกราคม 2018
สิ่งที่เกิดขึ้นพร้อมกันในช่วงนั้นคือตลาดกระทิงรอบใหญ่ ราคา Bitcoin วิ่งขึ้นไปทำจุดสูงสุดกลางเดือนธันวาคม 2017 และบน Ethereum ก็มีกระแสการระดมทุนด้วยการออกเหรียญหรือ ICO ที่คึกคักที่สุด ทุกอย่างนี้แย่งพื้นที่ในบล็อกเดียวกัน
ภาพที่ตรงกับข้อมูลกว่าจึงไม่ใช่ว่าแมวทำเครือข่ายพังเอง แต่คือเครือข่ายที่ใกล้เต็มอยู่แล้วเพราะตลาดคึกคัก แล้วแมวมาเพิ่มภาระในจังหวะที่ไม่มีพื้นที่เหลือ ภาระสิบกว่าเปอร์เซ็นต์บนเครือข่ายที่ใช้งานอยู่ 80% ก็พอจะดันให้บล็อกเต็มแทบทุกบล็อกได้ และเมื่อบล็อกเต็ม ค่าธรรมเนียมก็ขึ้นเร็วมาก
ข้อนี้ไม่ได้ลดความสำคัญของเหตุการณ์ กลับทำให้มันน่ากลัวกว่าเดิม เพราะแปลว่าแอปแค่ตัวเดียวที่ดังขึ้นมา ก็พอจะทำให้คนทั้งเครือข่ายต้องจ่ายแพงขึ้นหลายเท่า
ทำไมบล็อกเต็มแล้วค่าธรรมเนียมถึงพุ่งเร็วขนาดนั้น
ในปี 2017 ระบบค่าธรรมเนียมของ Ethereum ทำงานแบบประมูลตรงๆ ผู้ส่งธุรกรรมตั้งราคา gas ที่ยอมจ่ายเอง แล้วคนขุดเลือกธุรกรรมที่จ่ายสูงที่สุดใส่บล็อกก่อน
ตราบใดที่บล็อกยังมีที่ว่าง ระบบนี้ทำงานได้ดี จ่ายต่ำหน่อยก็ยังได้ขึ้นบล็อก แต่เมื่อบล็อกเต็มแทบทุกบล็อก ธุรกรรมที่จ่ายต่ำจะค้างอยู่ไม่มีกำหนด คนที่รีบจึงต้องเสนอราคาสูงกว่าคนอื่น และคนอื่นก็ต้องเสนอสูงกว่านั้นอีก ราคาจึงไต่ขึ้นเร็วมากในเวลาไม่กี่วัน
ปัญหาอีกข้อคือผู้ใช้ทั่วไปไม่รู้ว่าควรตั้งราคาเท่าไร ตั้งต่ำไปก็ค้าง ตั้งสูงไปก็จ่ายเกินจำเป็น ซึ่งเป็นเหตุผลที่เว็บอย่าง ETH Gas Station มีคนเข้าไปดูกันมากในช่วงนั้น
Ethereum เปลี่ยนระบบนี้ในภายหลังด้วยข้อเสนอชื่อ EIP-1559 ซึ่ง Vitalik Buterin และผู้ร่วมเขียนอีกหลายคนเสนอเมื่อวันที่ 13 เมษายน 2019 แนวคิดหลักคือให้เครือข่ายคำนวณค่าธรรมเนียมพื้นฐานของแต่ละบล็อกเอง แทนที่จะให้ผู้ใช้เดากันเอง ข้อเสนอนี้ไม่ได้ทำให้ค่าธรรมเนียมถูกลงเวลาเครือข่ายคึกคัก แต่ทำให้คาดเดาได้ง่ายขึ้น
ทีมทำเกมรับมืออย่างไร
Consensys เล่าไว้ในบทความเดียวกันว่าทีม CryptoKitties ต้องปรับตัวแทบจะรายวัน สิ่งที่พวกเขาทำมีหลายอย่าง
- เพิ่มหน้าแสดงสถานะของเครือข่าย Ethereum แบบสดบนเว็บของเกม ให้ผู้เล่นรู้ว่าตอนนั้นเครือข่ายติดแค่ไหน
- เพิ่มระบบคิวของธุรกรรม
- เน้นให้ความรู้ผู้เล่นใหม่ว่าทำไมธุรกรรมถึงช้าและแพง ซึ่งกลายเป็นงานเร่งด่วนระยะสั้น
ผู้เล่นจำนวนมากในตอนนั้นเพิ่งใช้กระเป๋าเงินคริปโตเป็นครั้งแรก และไม่เข้าใจว่าทำไมการซื้อแมวหนึ่งตัวถึงต้องรอหลายชั่วโมง หรือทำไมบางธุรกรรมถึงค้างอยู่เฉยๆ ปัญหาของเกมจึงไม่ใช่แค่ปัญหาเทคนิค แต่เป็นปัญหาของผู้ใช้ทั่วไปที่เพิ่งเจอบล็อกเชนของจริงเป็นครั้งแรก
ราคาของแมวดิจิทัล
ส่วนที่ทำให้เรื่องนี้เป็นข่าวไปทั่วโลกคือราคา ตามข้อมูลของ Wikipedia แมวตัวแรกที่ขายได้ราคาสูงคือ Genesis ซึ่งขายไปในราคา 246.9255 ETH ในเดือนธันวาคม 2017 คิดเป็นราว 117,712 ดอลลาร์ในตอนนั้น และวันที่ 12 พฤษภาคม 2018 มีแมวอีกตัวขายได้ราว 140,000 ดอลลาร์
ตัวเลขดอลลาร์ของ Genesis ขึ้นกับว่าคิดด้วยราคา ETH ช่วงไหน ตัวเลข 117,712 ดอลลาร์คิดกลับได้เป็นราคา ETH ราว 477 ดอลลาร์ ส่วนราคาเฉลี่ยรายวันของ Etherscan ช่วงวันที่ 1 ถึง 6 ธันวาคม 2017 อยู่ระหว่าง 422 ถึง 467 ดอลลาร์ ถ้าคิดด้วยราคาชุดนี้ Genesis จะมีมูลค่าราว 104,000 ถึง 115,000 ดอลลาร์ ตัวเลขที่แน่นอนกว่าจึงเป็นตัวเลขในหน่วย ETH คือ 246.9255 ETH
ตัวเลขเหล่านี้คือราคาที่คนยอมจ่ายจริงในตอนนั้น แต่เป็นราคาของแมวที่หายากที่สุดไม่กี่ตัว ไม่ใช่ราคาทั่วไปของแมวในเกม และตลาดแมวก็ซบลงมากหลังกระแสผ่านไป คนที่เข้ามาเพราะข่าวราคาแมวแพงในเดือนธันวาคม 2017 ส่วนใหญ่ไม่ได้ขายได้ราคานั้น
สิ่งที่แมวทิ้งไว้ มาตรฐาน ERC-721
ถ้าจะถามว่า CryptoKitties ทิ้งอะไรที่สำคัญที่สุดไว้ให้วงการ คำตอบไม่ใช่ตัวแมว แต่คือวิธีเขียนโค้ดสำหรับของที่ไม่ซ้ำกัน
ก่อนหน้านั้น โทเคนบน Ethereum ส่วนใหญ่ใช้มาตรฐาน ERC-20 ซึ่งออกแบบมาสำหรับของที่แลกกันได้หนึ่งต่อหนึ่ง เหรียญหนึ่งเหรียญมีค่าเท่ากับอีกเหรียญเสมอ แต่แมวแต่ละตัวไม่เท่ากัน ต้องมีวิธีบอกว่าตัวไหนเป็นของใคร
มาตรฐานที่ตอบโจทย์นี้คือ ERC-721 และหนึ่งในผู้เขียนมาตรฐานคือ Dieter Shirley ซึ่งอีเมลที่ระบุไว้ในเอกสารเป็นโดเมนของ Axiom Zen บริษัทที่ทำ CryptoKitties หัวข้อสนทนาเรื่องมาตรฐานนี้บน GitHub ของ Ethereum ถูกเปิดโดยบัญชีชื่อ dete ของเขาเองเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2017 คือราวสองเดือนก่อนเกมเปิดตัว
ภาพ: หน้ามาตรฐาน ERC-721 บน eips.ethereum.org เผยแพร่ภายใต้ CC0
สรุปสั้นที่สุดของมาตรฐานนี้เขียนไว้ประโยคเดียว
"อินเทอร์เฟซมาตรฐานสำหรับโทเคนที่ไม่สามารถทดแทนกันได้ หรือที่เรียกว่าโฉนด"
William Entriken, Dieter Shirley, Jacob Evans และ Nastassia Sachs, ERC-721 Non-Fungible Token Standard ต้นฉบับ "A standard interface for non-fungible tokens, also known as deeds."
เอกสารอธิบายเหตุผลไว้ว่าทำไมต้องมีมาตรฐานใหม่ แทนที่จะใช้ ERC-20 ต่อไป
"ERC-20 ไม่เพียงพอสำหรับติดตาม NFT เพราะทรัพย์สินแต่ละชิ้นแตกต่างกัน ในขณะที่โทเคนแต่ละหน่วยในจำนวนหนึ่งๆ เหมือนกันทุกประการ"
ERC-721 Non-Fungible Token Standard หัวข้อ Motivation ต้นฉบับ "EIP-20 is insufficient for tracking NFTs because each asset is distinct (non-fungible) whereas each of a quantity of tokens is identical (fungible)."
ในทางปฏิบัติ มาตรฐานนี้กำหนดคำสั่งพื้นฐานที่สัญญาทุกตัวต้องมี เช่น ownerOf สำหรับถามว่าของชิ้นนี้เป็นของใคร balanceOf สำหรับถามว่าคนนี้ถือของกี่ชิ้น และ transferFrom สำหรับโอนของชิ้นหนึ่งไปให้อีกคน เมื่อทุกสัญญาพูดภาษาเดียวกัน กระเป๋าเงินและตลาดซื้อขายตัวเดียวก็รองรับ NFT ได้ทุกคอลเลกชัน ไม่ต้องเขียนโค้ดใหม่ให้แต่ละเกม
มีรายละเอียดหนึ่งที่ควรเล่าให้ถูก เอกสาร ERC-721 ฉบับที่เป็นทางการระบุวันที่สร้างไว้ที่ 24 มกราคม 2018 ซึ่งคือเกือบสองเดือนหลังเกมเปิดตัว การคุยเรื่องมาตรฐานเริ่มก่อนเกม แต่ตัวเอกสารสรุปออกมาทีหลัง CryptoKitties จึงใช้แนวทางของมาตรฐานนี้ตั้งแต่ตอนที่ยังเป็นฉบับร่าง และในเนื้อหาของเอกสารฉบับทางการ ก็ยกสัญญาของ CryptoKitties ที่ใช้งานอยู่จริงเป็นตัวอย่างงานที่มีมาก่อนไว้หลายจุด เช่น การหยุดโอนแมวชั่วคราวเมื่อสัญญาถูกพัก
ทุกวันนี้ ของที่คนเรียกว่า NFT บน Ethereum ส่วนใหญ่ใช้มาตรฐานนี้หรือมาตรฐานที่ต่อยอดจากมัน ใครสนใจรายละเอียดของมาตรฐาน NFT แต่ละแบบ อ่านต่อได้ที่ The NFT Bible Part 2
หลังจากนั้น
ตามข้อมูลของ Wikipedia วันที่ 20 มีนาคม 2018 ทีม CryptoKitties ถูกแยกออกจาก Axiom Zen มาเป็นบริษัทใหม่ชื่อ Dapper Labs และระดมทุนได้ 12 ล้านดอลลาร์จากกองทุนร่วมลงทุนหลายราย จากนั้นเดือนพฤศจิกายน 2018 ระดมเพิ่มอีก 15 ล้านดอลลาร์
และเดือนมีนาคม 2021 CryptoKitties ประกาศแผนว่าจะย้ายไปอยู่บนบล็อกเชน Flow ในอนาคตอันใกล้ ใครอยากรู้จักบล็อกเชนตัวนี้ อ่านต่อได้ที่รีวิว Flow
บทเรียนที่ใหญ่กว่าเกมแมว
เดือนธันวาคม 2017 คือครั้งแรกที่คนทั่วไปได้เห็นว่าบล็อกเชนสาธารณะมีขีดจำกัดจริง เครือข่ายที่ทุกคนใช้ร่วมกันแบบไม่มีเจ้าของ แปลว่าพื้นที่ก็ต้องแบ่งกันใช้ และเมื่อแอปตัวเดียวดังขึ้นมา ทุกคนบนเครือข่ายก็ต้องจ่ายแพงขึ้นตาม ไม่ว่าจะเล่นเกมแมวหรือไม่
คำถามว่าจะทำให้ Ethereum รองรับคนได้มากกว่านี้อย่างไรโดยไม่เสียการกระจายศูนย์ กลายเป็นโจทย์หลักของเครือข่ายในหลายปีต่อมา และคำตอบส่วนใหญ่ที่ออกมาก็ใช้แนวคิดเดียวกับที่ Bitcoin เจอมาก่อน คือย้ายงานจำนวนมากออกไปทำนอกเชนหลัก แล้วค่อยกลับมาบันทึกผลสุดท้ายบนเชน
สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มใช้คริปโต บทเรียนที่ใช้ได้จริงคือ ค่าธรรมเนียมบนบล็อกเชนไม่ใช่ราคาคงที่ มันขึ้นลงตามว่ามีคนใช้พร้อมกันมากแค่ไหน ช่วงที่ตลาดคึกคักหรือมีกระแสอะไรสักอย่าง ค่าธรรมเนียมอาจแพงขึ้นหลายเท่าภายในไม่กี่วัน อย่างที่เกิดขึ้นในสัปดาห์ของแมวเมื่อปี 2017
เรื่องนี้เกี่ยวกับคนที่ใช้คริปโตวันนี้อย่างไร
แม้ Ethereum จะเปลี่ยนไปมากตั้งแต่ปี 2017 แต่หลักการเดียวกันยังใช้ได้กับทุกบล็อกเชนสาธารณะ พื้นที่ในบล็อกมีจำกัด และคนที่อยากได้ขึ้นบล็อกก่อนต้องจ่ายมากกว่า
ค่าธรรมเนียมบน Ethereum มาจากสองส่วนคูณกัน คือปริมาณ gas ที่ธุรกรรมใช้ กับราคาต่อหน่วย gas ในตอนนั้น ส่วนแรกขึ้นกับว่าทำอะไร การโอน ETH ธรรมดาใช้ 21,000 หน่วยเสมอ ส่วนการเรียกใช้สัญญาอัจฉริยะอย่างการแลกเหรียญหรือซื้อ NFT ใช้มากกว่านั้นหลายเท่า ส่วนที่สองขึ้นกับว่าคนใช้เครือข่ายพร้อมกันมากแค่ไหน ซึ่งคือส่วนที่พุ่งขึ้นสี่เท่าในสัปดาห์ของแมว
สิ่งที่ควรทำก่อนโอนหรือทำธุรกรรมบนเชนคือเช็คค่าธรรมเนียมในตอนนั้นก่อนทุกครั้ง ถ้าไม่รีบ การรอให้เครือข่ายเงียบลงช่วยประหยัดได้มาก โดยเฉพาะช่วงที่มีกระแสอะไรบางอย่างกำลังดัง ไม่ว่าจะเป็นเหรียญใหม่ ของแจกฟรี หรือเกมที่คนแห่เข้าไปเล่นพร้อมกัน กระเป๋าเงินส่วนใหญ่แสดงค่าธรรมเนียมโดยประมาณให้ดูก่อนกดยืนยัน ถ้าตัวเลขสูงผิดปกติ นั่นคือสัญญาณว่าเครือข่ายกำลังคึกคัก และการรอไม่กี่ชั่วโมงอาจถูกกว่ามาก
คำถามที่พบบ่อย
CryptoKitties เปิดตัวเมื่อไร
เปิดตัวจริงวันที่ 28 พฤศจิกายน 2017 หลังเปิดให้ดูรุ่นทดลองที่งาน ETHWaterloo วันที่ 19 ตุลาคม 2017 และทดสอบแบบปิดห้าวัน แมวตัวที่ 1 ชื่อ Genesis ระบุวันเกิดวันที่ 23 พฤศจิกายน 2017
CryptoKitties ทำ Ethereum ติดขัดจริงไหม
จริง ช่วงวันที่ 3 ถึง 8 ธันวาคม 2017 ค่าธรรมเนียมเฉลี่ยขึ้นจาก 14.07 เป็น 61.10 Gwei และการใช้งานเครือข่ายขึ้นจาก 81% เป็น 96% ตามข้อมูลของ Etherscan แต่ช่วงเดียวกันเป็นช่วงตลาดกระทิงด้วย เครือข่ายจึงใกล้เต็มอยู่แล้วก่อนแมวจะดัง
CryptoKitties กินธุรกรรม Ethereum ไปกี่เปอร์เซ็นต์
Bloomberg รายงานวันที่ 4 ธันวาคม 2017 ตามข้อมูลของ ETH Gas Station ว่าราว 11% ของธุรกรรมทั้งหมด ตัวเลขในวันถัดมาอยู่ที่ราว 13 ถึง 14% และบางแหล่งบอกว่าช่วงพีคถึงราว 25% ของทราฟฟิก ตัวเลขต่างกันตามวิธีวัด
แมว CryptoKitties ที่แพงที่สุดขายได้เท่าไร
ตามข้อมูลของ Wikipedia แมว Genesis ขายได้ 246.9255 ETH ราว 117,712 ดอลลาร์ในเดือนธันวาคม 2017 และมีแมวอีกตัวขายได้ราว 140,000 ดอลลาร์วันที่ 12 พฤษภาคม 2018
CryptoKitties เกี่ยวกับ NFT อย่างไร
แมวแต่ละตัวเป็นโทเคนที่ไม่ซ้ำกัน และทีมที่ทำเกมเป็นหนึ่งในผู้เขียนมาตรฐาน ERC-721 ซึ่งกลายเป็นมาตรฐานหลักของ NFT บน Ethereum
สรุป
CryptoKitties เป็นเกมเลี้ยงแมวที่เปิดตัววันที่ 28 พฤศจิกายน 2017 และภายในสัปดาห์เดียวกลายเป็นแอปที่มีคนใช้มากที่สุดบน Ethereum ข้อมูลจาก Etherscan ยืนยันว่าสัปดาห์แรกของเดือนธันวาคม เครือข่ายเต็มแทบทุกบล็อก และค่าธรรมเนียมเฉลี่ยขึ้นมาราว 4.3 เท่าในห้าวัน
แต่ข้อมูลชุดเดียวกันก็บอกว่าแมวไม่ได้ทำทั้งหมดเอง เครือข่ายถูกใช้งานหนักขึ้นเรื่อยๆ มาตั้งแต่ก่อนเกมเปิดตัว และยังหนักขึ้นต่อหลังกระแสแมวซาลง เพราะตลาดกระทิงปลายปี 2017 แมวคือภาระที่มาเพิ่มในจังหวะที่เครือข่ายไม่เหลือพื้นที่
สิ่งที่เกมนี้ทิ้งไว้ยาวนานกว่าตัวแมวคือมาตรฐาน ERC-721 ซึ่งกลายเป็นรากฐานของ NFT ทั้งวงการ และบทเรียนว่าบล็อกเชนที่ทุกคนใช้ร่วมกัน ก็ต้องแบ่งพื้นที่ที่มีจำกัดร่วมกันด้วย