เดือด! Elizabeth Warren สับเละสภาคองเกรส ขยายอำนาจให้ CFTC คุมคริปโต ชี้เป็น “สูตรสำเร็จของหายนะ”
วุฒิสมาชิก อลิซาเบธ วอร์เรน (Elizabeth Warren) ส่งจดหมายถึงประธาน CFTC (คณะกรรมการกำกับการซื้อขายสัญญาล่วงหน้าสินค้าโภคภัณฑ์ของสหรัฐฯ) เพื่อตั้งคำถามว่าหน่วยงานนี้ยังพร้อมรับบทบาทกำกับดูแลคริปโตและตลาดทำนายผลที่ใหญ่ขึ้นหรือไม่ ขณะที่สภาคองเกรสกำลังเดินหน้ากฎหมายเพื่อขยายอำนาจให้หน่วยงาน พูดง่ายๆ ก็คือ เธอมองว่าการให้ภารกิจเพิ่มแก่หน่วยงานที่ถูกตัดคนและลดการบังคับใช้กฎหมายลงนั้น เสี่ยงกลายเป็น “สูตรหายนะ”
⚖️ วอร์เรนชี้ “คนน้อยลง บังคับใช้กฎหมายน้อยลง แต่ภารกิจมากขึ้น”
ในจดหมายที่ส่งถึง ไมเคิล ซีลิก (Michael Selig) ประธาน CFTC เมื่อวันศุกร์ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2569 วอร์เรน ซึ่งเป็นสมาชิกอาวุโสฝ่ายเสียงข้างน้อยของคณะกรรมาธิการการธนาคารวุฒิสภาสหรัฐฯ โต้แย้งว่าการตัดกำลังคน การบังคับใช้กฎหมายที่ลดลง และอิทธิพลภายนอกที่เพิ่มขึ้น ทำให้หน่วยงานอ่อนแอและถูกใช้งานเกินกำลัง จนยากจะกำกับดูแลทั้งบริษัทคริปโตและตลาดทำนายผลไปพร้อมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เธอเขียนตรงๆ ว่า หน่วยงานที่มีพนักงานน้อยลง บังคับใช้กฎหมายน้อยลง แต่กลับมีความรับผิดชอบมากขึ้น คือ “สูตรหายนะ”
วอร์เรนอ้างถึงรายงานที่ระบุว่ากำลังคนของ CFTC หดตัวลงราว 25% และชี้ว่าการดำเนินคดีบังคับใช้กฎหมายลดลงอย่างมีนัยสำคัญนับตั้งแต่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) เข้ารับตำแหน่ง
🔍 ปมร้อน: คดี Gemini, Polymarket และ Crypto.com
ประเด็นที่วอร์เรนหยิบยกขึ้นมาวิจารณ์ คือวิธีที่ CFTC จัดการกับคดีที่เกี่ยวข้องกับบริษัทคริปโตและตลาดทำนายผลรายใหญ่หลายราย
หนึ่งในนั้นคือการที่ CFTC เข้าร่วมกับคำร้องของ Gemini (กระดานเทรดคริปโตในสหรัฐฯ) เพื่อขอให้ศาลเพิกถอนคำพิพากษาจากคดีเมื่อปี พ.ศ. 2565 ซึ่งกล่าวหาว่ากระดานเทรดแห่งนี้ให้ข้อมูล “เป็นเท็จหรือทำให้เข้าใจผิด” แก่ CFTC ในปี พ.ศ. 2560 เกี่ยวกับความเสี่ยงในการปั่นราคาของสัญญาซื้อขายล่วงหน้า Bitcoin โดยเมื่อเดือนที่ผ่านมา หน่วยงานสรุปว่าคำร้องเรียนต่อ Gemini นั้น “ไม่ควรถูกยื่นตั้งแต่แรก” และจะไม่เข้าเกณฑ์การบังคับใช้กฎหมายตามมาตรฐานปัจจุบัน
นอกจากนี้ วอร์เรนยังอ้างถึงรายงานล่าสุดที่ระบุว่า เจ้าหน้าที่ซึ่งพยายามตั้งข้อกังวลเกี่ยวกับบริษัทต่างๆ รวมถึง Polymarket (แพลตฟอร์มตลาดทำนายผล) และ Crypto.com ถูกผลักออกจากหน่วยงาน
🏛️ ศึกเขตอำนาจ: ตลาดทำนายผลอยู่ใต้ใครกันแน่?
ซีลิกยืนยันมาตลอดว่าตลาดทำนายผลและสัญญาอิงเหตุการณ์ (event contracts — สัญญาที่อ้างอิงผลลัพธ์ของเหตุการณ์ในอนาคต) อยู่ภายใต้ “เขตอำนาจเฉพาะ” ของ CFTC ขณะที่หลายรัฐโต้แย้งว่าแพลตฟอร์มเหล่านี้ละเมิดกฎหมายการพนันท้องถิ่นของตน ความขัดแย้งนี้ถึงขั้นทำให้ CFTC ฟ้องร้องหลายรัฐที่พยายามสั่งห้ามแพลตฟอร์มตลาดทำนายผลดำเนินงาน
ในตอนท้ายของจดหมาย วอร์เรนได้ร้องขอเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการโยกย้ายพนักงาน การสื่อสารกับบริษัทตลาดทำนายผล และการติดต่อระหว่าง CFTC กับผู้เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมคริปโตในประเด็น Clarity Act (ร่างกฎหมายโครงสร้างตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลของสหรัฐฯ) โดยกำหนดเส้นตายให้ตอบกลับภายในวันที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2569
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com: เหตุการณ์นี้สืบเนื่องจากที่เราเคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้เกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของกฎหมายโครงสร้างตลาดคริปโตในสหรัฐฯ
👉 ทรัมป์ลั่น CLARITY Act คือเกราะ “กันอนาคต” ปกป้องคริปโตจากรัฐบาลชุดหน้า
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: The Block (เพิ่มเติม: Reuters, Decrypt, สำนักงานคณะกรรมาธิการการธนาคารวุฒิสภาสหรัฐฯ)
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict การที่ฝ่ายนิติบัญญัติตั้งคำถามถึงความพร้อมของหน่วยงานกำกับก่อนจะมอบอำนาจเพิ่ม ถือเป็นกระบวนการตรวจสอบถ่วงดุลที่ดีต่อความน่าเชื่อถือของตลาดคริปโตในระยะยาว เพราะกรอบกำกับที่ชัดเจนและบังคับใช้ได้จริงคือสิ่งที่ทั้งนักลงทุนสถาบันและรายย่อยต่างรอคอย อย่างไรก็ตาม ปมเรื่องกำลังคนที่หดตัวและข้อครหาเรื่องอิทธิพลของอุตสาหกรรมยังเป็นโจทย์ใหญ่ที่อาจกำหนดทิศทางของ Clarity Act ในสภาต่อจากนี้ จึงเป็นประเด็นที่น่าจับตามองไม่น้อยเลยทีเดียว
Tags / คีย์เวิร์ด SEO: Elizabeth Warren, CFTC, กฎหมายคริปโต, Clarity Act, ตลาดทำนายผล, Michael Selig, Gemini, การกำกับดูแลคริปโตสหรัฐฯ
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com