CFTC ยกเลิกนโยบาย 'ห้ามปฏิเสธ' ตามรอย SEC — เปิดทางจำเลยคดีคริปโตโต้แย้งข้อกล่าวหาได้
คณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้าของสหรัฐฯ (CFTC) ภายใต้การนำของประธานคนใหม่ ไมค์ เซลิก (Mike Selig) ประกาศเมื่อวันพุธที่ผ่านมาว่า ได้ยกเลิก "นโยบายห้ามปฏิเสธ" (no-deny policy) ที่บังคับใช้มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2541 ซึ่งเคยห้ามไม่ให้จำเลยออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาของหน่วยงานต่อสาธารณะหากต้องการยอมความ การเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นตามรอย SEC (ก.ล.ต. สหรัฐฯ) ที่เพิ่งยกเลิกนโยบายคล้ายกันไปก่อนหน้า ท่ามกลางเสียงวิจารณ์จากบริษัทคริปโตที่มองว่ากฎเดิมเป็นการ "ปิดปาก" และละเมิดเสรีภาพในการพูด
📜 CFTC เลิกใช้กฎเก่าแก่เกือบ 3 ทศวรรษ
CFTC (หน่วยงานกำกับดูแลตลาดตราสารอนุพันธ์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าสินค้าโภคภัณฑ์ในสหรัฐฯ) ระบุว่า เหตุผลที่ยกเลิกนโยบายดังกล่าวซึ่งถูกนำมาใช้ครั้งแรกตั้งแต่ปี ค.ศ. 1998 (พ.ศ. 2541) ก็เพราะมันอาจสร้างความเข้าใจผิดว่าคณะกรรมการฯ กำลังพยายามปกป้องตัวเองจากการถูกวิพากษ์วิจารณ์
ถ้อยคำที่ CFTC ใช้ในครั้งนี้มีความคล้ายคลึงอย่างมากกับที่ SEC เคยใช้ตอนยกเลิกนโยบายในลักษณะเดียวกันเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา
"ตลอดเวลาเกือบสามทศวรรษ คณะกรรมการฯ ปฏิเสธที่จะยอมความในคดี เว้นแต่จำเลยจะให้สัญญาว่าจะไม่ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาของคณะกรรมการฯ ต่อสาธารณะ" ไมค์ เซลิก ประธาน CFTC กล่าว พร้อมเสริมว่าเขายินดีที่หน่วยงานได้ยกเลิกนโยบายห้ามปฏิเสธนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับหน่วยงานกำกับดูแลอื่นๆ ทั่วทั้งภาครัฐ
🗣️ เสียงวิจารณ์จากฝั่งคริปโต และความยืดหยุ่นที่เพิ่มขึ้น
ที่ผ่านมา บริษัทคริปโตหลายรายที่เคยเผชิญการบังคับใช้กฎหมาย (enforcement action — การดำเนินคดีหรือลงโทษทางปกครองโดยหน่วยงานกำกับดูแล) จากทั้ง CFTC และ SEC ต่างวิพากษ์วิจารณ์กฎข้อนี้ โดยอ้างว่าเป็นการจำกัดสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของพวกเขา
CFTC ระบุว่า การปรับเปลี่ยนนโยบายครั้งนี้จะทำให้หน่วยงานมีความยืดหยุ่นมากขึ้นในการทำข้อตกลงยอมความ (settlement) อย่างไรก็ตาม หน่วยงานจะไม่บังคับใช้เงื่อนไขห้ามปฏิเสธที่มีอยู่เดิม แต่ก็ยังอาจกำหนดให้จำเลยบางรายต้องยอมรับข้อเท็จจริงหรือความรับผิดบางประการเมื่อทำการยอมความได้อยู่ดี
⚖️ เดินตามรอย SEC ภายใต้ยุคทรัมป์
ภายใต้รัฐบาลของ โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ทั้ง CFTC และ SEC ได้ทยอยถอนการดำเนินคดีหลายคดีที่เคยเปิดฉากเล่นงานบริษัทคริปโตในสมัยรัฐบาลของ โจ ไบเดน (Joe Biden) ซึ่งสะท้อนถึงการเปลี่ยนทิศทางครั้งใหญ่ของท่าทีหน่วยงานกำกับดูแลสหรัฐฯ ต่ออุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล
แนวโน้มการผ่อนคลายนี้สอดคล้องกับสิ่งที่เราเคยรายงานไปก่อนหน้านี้ใน ประธาน SEC คนใหม่ ฉะนโยบายคริปโตยุค แกรี เกนส์เลอร์ เตรียมหนุน Self-Custody และ DeFi ที่ผู้นำหน่วยงานชุดใหม่แสดงจุดยืนแตกต่างจากยุคก่อนอย่างชัดเจน
🔄 ปมร้อน Gemini — ยื่นเพิกถอนข้อตกลง 5 ล้านดอลลาร์
ในวันพฤหัสบดี CFTC ได้ยื่นขอให้เพิกถอน (vacate) ข้อตกลงยอมความมูลค่า 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 180 ล้านบาท) ที่ทำไว้กับ Gemini (กระดานซื้อขายคริปโตสัญชาติสหรัฐฯ) โดยเซลิกอ้างว่าคดีนี้เป็นการ "มุ่งเป้าเล่นงานด้วยเหตุผลทางการเมือง"
อย่างไรก็ตาม ทิม แมสซาด (Tim Massad) อดีตประธาน CFTC ในสมัยรัฐบาล บารัก โอบามา (Barack Obama) ให้สัมภาษณ์กับ Cointelegraph เมื่อวันศุกร์ว่า การที่หน่วยงานเลือกที่จะกลับลำเพิกถอนข้อตกลงยอมความเช่นนี้ถือเป็นเรื่องที่ "ผิดปกติอย่างยิ่ง"
ทั้งนี้ Gemini เองก็กำลังเดินหน้าในเส้นทางตลาดทุนเช่นกัน ดังที่เราเคยรายงานใน Gemini ยื่นไฟลิ่ง IPO จ่อเข้า Nasdaq ภายใต้ชื่อ GEMI แม้ขาดทุนพุ่งกว่า 282 ล้านดอลลาร์ครึ่งปีแรก
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com: เหตุการณ์นี้สืบเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงท่าทีหน่วยงานกำกับดูแลสหรัฐฯ ที่เราเคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้
👉 ประธาน SEC คนใหม่ ฉะนโยบายคริปโตยุค แกรี เกนส์เลอร์ เตรียมหนุน Self-Custody และ DeFi
👉 ประธาน ก.ล.ต. สหรัฐฯ ชี้!! มีโทเคนเพียง "ส่วนน้อย" เท่านั้นที่เข้าข่ายเป็นหลักทรัพย์
👉 Gemini ยื่นไฟลิ่ง IPO จ่อเข้า Nasdaq ภายใต้ชื่อ GEMI
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: Cointelegraph / ภาพ jonesday.com
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict การที่ทั้ง CFTC และ SEC ทยอยยกเลิกนโยบายห้ามปฏิเสธ สะท้อนความพยายามปรับสมดุลระหว่างอำนาจของหน่วยงานกำกับดูแลกับสิทธิในการแสดงความเห็นของภาคเอกชน ซึ่งเป็นประเด็นที่บริษัทคริปโตเรียกร้องมานาน แม้การเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายลักษณะนี้ยังต้องรอดูผลในทางปฏิบัติว่าจะนำไปสู่กรอบกำกับดูแลที่เป็นธรรมและคาดเดาได้มากขึ้นเพียงใด แต่ก็นับเป็นสัญญาณที่น่าจับตามองไม่น้อยว่าภูมิทัศน์การกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลในสหรัฐฯ กำลังค่อยๆ เคลื่อนเข้าสู่ทิศทางที่ชัดเจนยิ่งขึ้น
Tags / คีย์เวิร์ด SEO: CFTC, SEC, นโยบายห้ามปฏิเสธ (No-Deny Policy), Gemini, ไมค์ เซลิก, กฎระเบียบคริปโตสหรัฐฯ, การกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัล, Crypto Regulation
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com