Bitcoin Addict - ข่าวสารและบทความคริปโต

สภาคองเกรสเร่งเครื่องบี้เกณฑ์จริยธรรมกฎหมายคริปโต หลังพอร์ต “ทรัมป์” ทะลัก 3.5 หมื่นล้านบาท
02 July 2026ข่าวคริปโตโดย Rawiwarn Owattasanee

สภาคองเกรสเร่งเครื่องบี้เกณฑ์จริยธรรมกฎหมายคริปโต หลังพอร์ต “ทรัมป์” ทะลัก 3.5 หมื่นล้านบาท

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา เปิดเผยเอกสารรายงานทางการเงินประจำปีความยาว 927 หน้าเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (30 มิถุนายน พ.ศ. 2569) ซึ่งระบุว่าเขามีรายได้หลายร้อยล้านดอลลาร์ที่เกี่ยวข้องกับคริปโต โดยเฉพาะจาก World Liberty Financial (บริษัท DeFi หรือการเงินแบบกระจายศูนย์ที่ครอบครัวทรัมป์ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2567) พูดง่ายๆ ก็คือ เอกสารฉบับนี้มาในจังหวะที่ร่างกฎหมาย CLARITY Act กำลังอยู่ระหว่างการเจรจาเรื่องข้อกำหนดด้านจริยธรรมพอดี ทำให้ทั้งสองพรรคต่างออกมาแสดงความเห็นกันคึกคักไม่น้อย

 

🏛️ เอกสาร 927 หน้า เปิดโปงรายได้คริปโตตระกูลทรัมป์

 

เอกสารการเงินฉบับนี้เผยว่ารายได้ของทรัมป์รวมเงินหลายล้านดอลลาร์ที่ผูกกับ World Liberty Financial ซึ่งเป็นบริษัท DeFi ที่ครอบครัวทรัมป์เปิดตัวเมื่อปี พ.ศ. 2567 โดยการเปิดเผยครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ผู้ร่างกฎหมายกำลังเจรจาร่างกฎหมายโครงสร้างตลาดคริปโต หรือ CLARITY Act (ร่างกฎหมายที่จะวางกรอบกำกับดูแลตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลของสหรัฐฯ อย่างครอบคลุมเป็นฉบับแรก)

 

ทั้งนี้ ผู้เจรจาจากทั้งสองพรรคใช้เวลาหลายเดือนถกเถียงเรื่องข้อกำหนดด้านจริยธรรมที่จะจำกัดไม่ให้ประธานาธิบดี รองประธานาธิบดี สมาชิกสภาคองเกรส และเจ้าหน้าที่รัฐคนอื่นๆ หาผลประโยชน์จากสินทรัพย์ดิจิทัลระหว่างดำรงตำแหน่ง และหลังเอกสารฉบับนี้เผยแพร่ออกมา ฝ่ายเดโมแครตก็ออกมาทวงถามประเด็นนี้อีกครั้งในวันพุธ ขณะที่ผู้เจรจาฝ่ายรีพับลิกันคนสำคัญยืนยันว่าเรื่องข้อกำหนดจริยธรรมยังคงอยู่ในการเจรจาทวิภาคีที่ดำเนินอยู่

 

🗣️ เสียงวิจารณ์จากฝั่งเดโมแครต

 

สว. แองเจลา อัลโซบรูกส์ (Angela Alsobrooks) จากรัฐแมริแลนด์ ไม่พูดอ้อมค้อม โดยกล่าวว่าทรัมป์และครอบครัวคือ "กลุ่มที่ทุจริตที่สุดเท่าที่เคยเห็นในทำเนียบขาว" พร้อมย้ำว่าข้อกำหนดด้านจริยธรรมเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

 

"เราต้องการกฎหมายที่มีข้อตกลงเรื่องจริยธรรมอย่างเร่งด่วน ซึ่งจะบังคับใช้กับประธานาธิบดี รองประธานาธิบดี และพวกเราทุกคน" อัลโซบรูกส์ระบุในแถลงการณ์ถึง The Block "ฉันอยากให้ชาวอเมริกันที่ทำงานหนักได้ประโยชน์จากสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างเป็นธรรมและซื่อสัตย์ ไม่ใช่ผ่านการทุจริตและโกงระบบ"

 

ด้าน สว. เคิร์สเทน กิลลิแบรนด์ (Kirsten Gillibrand) จากรัฐนิวยอร์ก ระบุว่ายังคงเดินหน้าผลักดัน "การปฏิรูปจริยธรรมแบบเข้มงวดและทวิภาคี" ซึ่งจะรวมถึงการห้ามประธานาธิบดี รองประธานาธิบดี และสมาชิกสภาคองเกรสใช้คริปโตเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว โดยกล่าวว่า "ไม่มีนักการเมืองคนไหน รวมถึงประธานาธิบดี ที่ควรหาผลประโยชน์จากตำแหน่งสาธารณะของตัวเอง"

 

หลังเอกสารเผยแพร่ออกมา สว. เอลิซาเบธ วอร์เรน (Elizabeth Warren) จากรัฐแมสซาชูเซตส์ ผู้วิจารณ์วงการคริปโตตัวยง กล่าวว่า CLARITY Act ต้องหยุดไม่ให้สมาชิกสภาคองเกรส ประธานาธิบดี รองประธานาธิบดี รวมถึงครอบครัวของพวกเขา หาผลประโยชน์จากอุตสาหกรรมคริปโต โดยเตือนว่า "หากทำไม่ได้ มันจะยิ่งเร่งให้การทุจริตคริปโตที่โจ่งแจ้งของโดนัลด์ ทรัมป์ ทวีความรุนแรงขึ้น"

 

🤝 "ร่วมมือกับเรา" เสียงจากฝั่งรีพับลิกัน

 

ในฝั่งรีพับลิกัน สว. ซินเธีย ลุมมิส (Cynthia Lummis) จากรัฐไวโอมิง หนึ่งในผู้สนับสนุนกฎหมายคริปโตที่มีเสียงดังที่สุดในสภาคองเกรส ก็ยืนยันเช่นกันว่า CLARITY Act ต้องมีข้อกำหนดด้านจริยธรรม ทั้งนี้เธอกำลังจะพ้นจากตำแหน่งเมื่อครบวาระในเดือนมกราคม พ.ศ. 2570

 

"CLARITY Act จะมีข้อกำหนดด้านจริยธรรมที่เข้มแข็ง ซึ่งเป็นสิ่งที่เรากำลังเจรจาด้วยความสุจริตใจร่วมกับทำเนียบขาวและฝ่ายเดโมแครต เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีเจ้าหน้าที่ที่มาจากการเลือกตั้งคนใด ไม่ว่าจะสังกัดพรรคใด สามารถใช้ตำแหน่งของตนหาผลประโยชน์จากสินทรัพย์ดิจิทัลได้" ลุมมิสระบุในแถลงการณ์ถึง The Block

 

อย่างไรก็ตาม The Block ยังไม่ได้รับคำตอบเมื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับร่างข้อกำหนดด้านจริยธรรมดังกล่าว ลุมมิสยังกล่าวเสริมด้วยว่า "ฉันหวังว่าเพื่อนร่วมงานของฉันจะมาร่วมโต๊ะและช่วยกันผลักดันร่างกฎหมายนี้ให้สำเร็จ เส้นทางข้างหน้าง่ายมาก หากคุณกังวลเรื่องจริยธรรมและสินทรัพย์ดิจิทัล ก็จงร่วมมือกับเราเพื่อผ่านร่างกฎหมายนี้"

 

💬 ทรัมป์ตอบโต้: "เงินของผมอยู่ในบัญชีปิด ผมไม่รู้เรื่องด้วย"

 

ในเช้าวันพุธ ประธานาธิบดีทรัมป์ตอบคำถามผู้สื่อข่าวเกี่ยวกับความกังวลต่อรายงานการเงินของเขา โดยระบุว่าทรัพย์สินส่วนตัวของเขาอยู่ใน "บัญชีปิด" (blind account)

 

"พวกเขาลงทุนเงินของผม ผมไม่ได้คุยกับพวกเขาเลย ผมไม่เคยพูดกับพวกเขาด้วยซ้ำ" ทรัมป์กล่าวระหว่างการแถลงข่าวสั้นๆ ตามรายงานของ The Hill "ผมมีคนหลายคนดูแล ผมไม่รู้ว่าพวกเขาเรียกอะไร บัญชีปิดหรืออะไรสักอย่าง คุณเอาเงินใส่เข้าไปแล้วก็จบ ผมไม่ได้คุยกับพวกเขา พวกเขาเป็นสถาบันใหญ่และบริหารจัดการมันเอง"

 

👗 เมลาเนีย ทรัมป์ รายได้ NFT พุ่งแรง

 

นอกจากรายได้ของประธานาธิบดีแล้ว เอกสารฉบับนี้ยังรายงานรายได้ของสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง เมลาเนีย ทรัมป์ (Melania Trump) ด้วย โดยเธอมีรายได้ถึง 6 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 200.4 ล้านบาท อ้างอิงอัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ = 33.40 บาท) จากการขาย NFT (โทเคนที่ไม่สามารถทดแทนกันได้ ใช้ยืนยันความเป็นเจ้าของสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีลักษณะเฉพาะตัว) เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าที่มีรายได้เพียงกว่า 216,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 7.21 ล้านบาท) เท่านั้น ทั้งนี้เธอเปิดตัว NFT ชิ้นแรกเมื่อปี พ.ศ. 2564 ซึ่งเป็นภาพวาดสีน้ำดวงตาของทรัมป์ ในชื่อ "Melania's Vision"

 

📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com: เหตุการณ์นี้สืบเนื่องจากที่เราเคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้เกี่ยวกับความเชื่อมโยงระหว่างทรัมป์กับวงการคริปโตและความคืบหน้าของ CLARITY Act
👉 ทรัมป์ลั่น CLARITY Act คือเกราะ "กันอนาคต" ปกป้องคริปโตจากรัฐบาลชุดหน้า
👉 ตระกูลทรัมป์ครองโทเคน WLFI มูลค่า 5 พันล้านดอลลาร์ หลังปลดล็อกครั้งใหญ่
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: The Block

 

💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict การเปิดเผยรายได้คริปโตของประธานาธิบดีทรัมป์ในระดับหลายร้อยล้านดอลลาร์สะท้อนให้เห็นว่าอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลได้เข้าไปพัวพันกับแวดวงการเมืองระดับสูงสุดของสหรัฐฯ อย่างลึกซึ้งเป็นประวัติการณ์ ซึ่งในแง่หนึ่งอาจเป็นสัญญาณบวกที่แสดงถึงการยอมรับคริปโตในกระแสหลัก แต่ในอีกแง่หนึ่งก็เป็นโจทย์ท้าทายสำคัญต่อความน่าเชื่อถือของกระบวนการนิติบัญญัติ โดยเฉพาะเมื่อผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากกฎเกณฑ์ก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกำหนดกฎเกณฑ์นั้นด้วย ต้องจับตาดูกันต่อไปว่าฝ่ายนิติบัญญัติจะสามารถหาจุดสมดุลระหว่างการส่งเสริมนวัตกรรมด้านการเงินดิจิทัลกับการรักษาความโปร่งใสด้านจริยธรรมได้อย่างไร ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญต่ออนาคตของกรอบกำกับดูแลคริปโตในสหรัฐฯ

 

Tags / คีย์เวิร์ด SEO: CLARITY Act, ทรัมป์, World Liberty Financial, จริยธรรมคริปโต, กฎหมายคริปโตสหรัฐฯ, Trump crypto, เมลาเนีย ทรัมป์, สภาคองเกรส

— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com

สภาคองเกรสเร่งเครื่องบี้เกณฑ์จริยธรรมกฎหมายคริปโต หลังพอร์ต “ทรัมป์” ทะลัก 3.5 หมื่นล้านบาท | Bitcoin Addict | Bitcoin Addict