สภาฯ เอกฉันท์ 455 เสียง! ไฟเขียวร่าง พ.ร.บ. ก.ล.ต. ฉบับใหม่ เปิดทางหลักทรัพย์อิเล็กทรอนิกส์ เสริมเขี้ยวเล็บกำกับตลาดทุนไทย
สภาผู้แทนราษฎรไทยลงมติรับหลักการร่างพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ร่าง พ.ร.บ. ก.ล.ต.) ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ด้วยเสียงเอกฉันท์ 455 เสียง เพื่อปรับปรุงกฎหมายให้รองรับการออกและทำธุรกรรมหลักทรัพย์ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมกำหนดบทโทษสำหรับผู้ฝ่าฝืน โดยได้แต่งตั้งกรรมาธิการวิสามัญ 25 คนเพื่อพิจารณารายละเอียดต่อไป
🏛️ สภาฯ ผ่านฉลุย! เอกฉันท์ทั้ง 455 เสียง
ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยมี น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาฯ คนที่หนึ่ง ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม สภาฯ ได้พิจารณาและลงมติรับหลักการ ร่างพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่..) พ.ศ... หรือที่รู้จักกันในชื่อ "ร่าง พ.ร.บ. ก.ล.ต." ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) เสนอ ด้วยคะแนนเสียงเอกฉันท์ 455 เสียง ก่อนตั้งกรรมาธิการวิสามัญ 25 คนเพื่อพิจารณาในรายละเอียดต่อไป
สาระสำคัญของร่างกฎหมายฉบับนี้มี 2 เสาหลัก ได้แก่ หนึ่ง — ปรับปรุงเนื้อหาให้รองรับการออกหลักทรัพย์ด้วยวิธีทางอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Securities) อย่างสมบูรณ์ และสอง — กำหนดบทโทษสำหรับผู้ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวกับหลักทรัพย์อิเล็กทรอนิกส์
💬 ส.ส. เรียกร้องเสริมธรรมาภิบาล ป้องกัน "โจรเทคโนโลยี"
ในระหว่างการอภิปราย นายจุติ ไกรฤกษ์ ส.ส.พิษณุโลก พรรคภูมิใจไทย ยอมรับว่าร่างกฎหมายดังกล่าวเป็นก้าวที่ดี แต่ยังตามหลังต่างประเทศอยู่มาก พร้อมย้ำว่าตลาดทุนไทยปัจจุบันสามารถระดมทุนได้สูงถึง 6 ล้านล้านบาท — สูงกว่างบประมาณแผ่นดินประจำปี — ขณะที่ GDP ของไทยอยู่ที่ราว 16 ล้านล้านบาท ดังนั้นหากกำกับตลาดทุนได้ดีขึ้น รัฐบาลก็ไม่จำเป็นต้องขาดดุลปีละ 7 แสนล้านบาท
ประเด็นที่น่าสนใจคือข้อเสนอ เรื่องความเร็ว — นายจุติระบุว่าคดีทุจริตในตลาดทุนที่เร็วที่สุดยังต้องใช้เวลา 13 เดือนกว่าจะนำตัวผู้ต้องหาขึ้นศาลได้ ทว่าในโลกดิจิทัล ผู้กระทำความผิดสามารถโอนสินทรัพย์ข้ามพรมแดนได้ภายใน 5 นาที จึงเสนอให้พิจารณาตั้งศาลพิเศษสำหรับคดีที่สร้างความเสียหายมูลค่าสูง และเสริมอำนาจให้ ป.ป.ช. ธปท. (ธนาคารแห่งประเทศไทย) และ ปปง. (สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน) ในการบังคับใช้กฎหมายให้เด็ดขาดยิ่งขึ้น
📑 เลขาฯ ก.ล.ต. ชี้ชัด: ไม่ใช่สร้างสินทรัพย์ดิจิทัลใหม่
นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ ก.ล.ต. (สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ — หน่วยงานกำกับดูแลตลาดทุนและสินทรัพย์ดิจิทัลของไทย) ชี้แจงต่อที่ประชุมอย่างชัดเจนว่า ร่างกฎหมายนี้ ไม่ได้ สร้างสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทใหม่ แต่เป็นการอนุญาตให้หลักทรัพย์ที่มีอยู่แล้วตามกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็น หุ้น, ตราสารหนี้ หรือหน่วยลงทุน สามารถออกและทำธุรกรรมในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ ภายใต้การกำกับดูแลของกฎหมายหลักทรัพย์เดิม
นางพรอนงค์ระบุว่าในระยะแรก ก.ล.ต. จะพิจารณานำหลักทรัพย์ที่มีความพร้อมมาก่อน เช่น ตราสารหนี้ (หุ้นกู้ พันธบัตร) เพื่อช่วยลดต้นทุน และเพิ่มการเข้าถึงสำหรับผู้ระดมทุนทุกขนาด โดยเฉพาะ SME และประชาชนทั่วไปในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล ก่อนที่จะออกกฎระดับรองเพื่อกำหนดรายละเอียดด้านความปลอดภัยและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องต่อไป
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com: เหตุการณ์นี้สืบเนื่องจากที่เราเคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้เกี่ยวกับทิศทางการกำกับดูแลตลาดทุนและสินทรัพย์ดิจิทัลของ ก.ล.ต. ไทย
👉 ก.ล.ต. ไทยเพิ่มความเข้มข้น! เสนอให้ "ผู้ให้แหล่งเงินทุน" ต้องขออนุมัติก่อนเข้าถือหุ้นบริษัทคริปโต
👉 ก.ล.ต. เตรียมปลดล็อกเกณฑ์เลือกเหรียญ! ศูนย์ซื้อขายฯ อาจลิสต์เหรียญตัวเองได้ หากใช้ในบล็อกเชน
👉 ก.ล.ต. เคาะเกณฑ์ "G-Token" โทเคนดิจิทัลของรัฐบาล หนุนการออม-ลงทุนประชาชน เริ่มใช้แล้ว 21 ก.ค. 2568
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: สำนักงาน ก.ล.ต. / ข่าวรัฐสภา (Thai Parliamentary News) / bangkokbiznews.com
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict ร่าง พ.ร.บ. ก.ล.ต. ฉบับนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการวางโครงสร้างกฎหมายตลาดทุนไทยให้รองรับยุคดิจิทัลอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะประเด็นการเปิดให้ออกหลักทรัพย์ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการ Tokenize สินทรัพย์ทางการเงินกระแสหลักบนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในอนาคต สิ่งที่น่าจับตาต่อจากนี้คือกฎระดับรองที่ ก.ล.ต. จะออกมา ซึ่งจะกำหนดว่า "หลักทรัพย์อิเล็กทรอนิกส์" ในทางปฏิบัติจะมีหน้าตาอย่างไร และเชื่อมโยงกับระบบ Blockchain หรือโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอื่นๆ มากน้อยเพียงใด
🏷️ Tags / คีย์เวิร์ด SEO: ร่าง พ.ร.บ. ก.ล.ต., หลักทรัพย์อิเล็กทรอนิกส์, สภาผู้แทนราษฎร, ตลาดทุนไทย, พรอนงค์ บุษราตระกูล, ธรรมาภิบาลตลาดทุน, สินทรัพย์ดิจิทัลไทย, กฎหมายคริปโต
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com