Bitcoin Addict - ข่าวสารและบทความคริปโต

ซีอีโอ StarkWare จุดกระแสดราม่า! เสนอยกเลิกเพดาน Bitcoin 21 ล้านเหรียญ เปลี่ยนเป็นออกใหม่ปีละ 4%
08 July 2026ข่าว Bitcoinโดย Rawiwarn Owattasanee

ซีอีโอ StarkWare จุดกระแสดราม่า! เสนอยกเลิกเพดาน Bitcoin 21 ล้านเหรียญ เปลี่ยนเป็นออกใหม่ปีละ 4%

เอลี เบน-แซสซอน (Eli Ben-Sasson) ซีอีโอของ StarkWare (บริษัทพัฒนาเทคโนโลยี Zero-Knowledge Proof สำหรับขยายขีดความสามารถของ Ethereum และ Bitcoin) โพสต์ข้อความบน X เมื่อวันอังคารที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 เสนอให้ยกเลิกเพดานอุปทาน Bitcoin ที่ 21 ล้านเหรียญ แล้วเปลี่ยนมาใช้อัตราการออกเหรียญใหม่แบบตรึงเพดานที่ 4% ต่อปีแทน โดยให้เหตุผลว่ากุญแจส่วนตัว (Private Key) ของผู้ถือครองจะสูญหายไปเรื่อยๆ ตามกาลเวลา ข้อเสนอนี้จุดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากชุมชน Bitcoin ทันที

 

🔑 ข้อเสนอจาก StarkWare: ทำไมต้องเปลี่ยนเพดาน 21 ล้าน?

 

เบน-แซสซอนระบุในโพสต์ X ว่าเพดาน 21 ล้านเหรียญ "ไม่สมเหตุสมผล" เพราะเมื่อเวลาผ่านไปเรื่อยๆ กุญแจส่วนตัวจะสูญหายไปตามธรรมชาติ และ "เมื่อเวลาเข้าใกล้อนันต์ กุญแจทั้งหมดก็จะสูญหาย" ทั้งนี้ Ledger (บริษัทผู้ผลิต Hardware Wallet หรือกระเป๋าฮาร์ดแวร์เก็บสินทรัพย์ดิจิทัลแบบออฟไลน์) เคยประเมินไว้เมื่อเดือนพฤศจิกายนว่ามี Bitcoin มากถึง 4 ล้านเหรียญที่ถูกเผาทำลายหรือสูญหายอย่างถาวรแล้ว

 

อย่างไรก็ตาม เบน-แซสซอนย้ำว่าตัวเองยังสนับสนุนแนวคิดเรื่องเพดานสูงสุดที่ตายตัวสำหรับ Bitcoin อยู่ เพียงแต่เสนอให้ปรับเป็นอัตราการออกเหรียญใหม่แบบมีเพดาน (Rate-Capped Issuance) ที่ 4% ต่อปีแทน ซึ่งเขาบอกว่าตัวเลขนี้ใกล้เคียงกับอัตราการเติบโตของประชากรโลก

 

🪙 เพดานตายตัวคือหัวใจของ "ทองคำดิจิทัล"

 

เพดานอุปทานคงที่ของ Bitcoin ถือเป็นหนึ่งในจุดขายหลักมาโดยตลอด และเป็นรากฐานของแนวคิด "Digital Gold" หรือทองคำดิจิทัล ซึ่งอิงหลักเศรษฐศาสตร์สำนักออสเตรียน (Austrian Economics — แนวคิดที่เชื่อว่าปริมาณเงินที่ตรึงตายตัวจะช่วยป้องกันการลดค่าเงินและรักษากำลังซื้อในระยะยาว) ชาว Bitcoiner จำนวนมากมองว่าการเปลี่ยนเพดานจะทำลายจุดเด่นที่สุดของ Bitcoin ไปเลย

 

นอกจากนี้ ชาว Bitcoiner ยังมองว่าการที่กุญแจส่วนตัวสูญหายไปนั้นกลับเป็น "ข้อดี" เพราะช่วยปรับสมดุล Supply-Demand (อุปทาน-อุปสงค์) ในตลาด เนื่องจากเหรียญที่เข้าถึงไม่ได้ก็ขายไม่ได้เช่นกัน หนึ่งในผู้สนับสนุนแนวคิดนี้ตัวยงคือ ไมเคิล เซย์เลอร์ (Michael Saylor) ประธานบริหารของ Strategy (บริษัทถือครอง Bitcoin รายใหญ่ที่สุดในโลกระดับองค์กร เดิมชื่อ MicroStrategy) ที่วางแผนจะเผาทำลายกุญแจส่วนตัวของตัวเองเมื่อเสียชีวิต โดยเรียกมันว่าเป็น "การสมทบตามสัดส่วน" (Pro-Rata Contribution) ให้กับผู้ถือ Bitcoin รายอื่นๆ ที่ยังเหลืออยู่

 

😤 ชุมชน Bitcoin สวนกลับหนัก

 

โพสต์ของเบน-แซสซอนถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักบน X ผู้ใช้รายหนึ่งแย้งว่า Bitcoin สามารถแบ่งย่อยได้ถึง 2.1 พันล้านล้านหน่วยย่อยที่เรียกว่า Satoshi อยู่แล้ว จึงไม่มีทางที่ Bitcoin จะ "ไม่พอใช้" ตามที่เบน-แซสซอนกล่าวอ้าง แต่เบน-แซสซอนก็โต้กลับว่าหน่วยย่อยเหล่านั้นก็มีแนวโน้มจะเข้าใกล้ศูนย์เช่นกันเมื่อเวลาผ่านไป เพราะกุญแจส่วนตัวก็ยังคงสูญหายอยู่ดี

 

ฝ่ายคัดค้านอีกกลุ่มมองว่าการยกเลิกเพดานตายตัวจะทำให้ Bitcoin ไม่ต่างจากคริปโตเคอเรนซี่อื่นๆ ทั่วไป แต่เบน-แซสซอนแย้งว่า Bitcoin จะยังคงความหายากไว้ได้ ตราบใดที่อัตราเงินเฟ้อยังคงตรึงไว้ที่ระดับคงที่

 

🔍 ทางออกที่เป็นไปได้: บทเรียนจาก Zcash

 

ไบรซ์ "ซูโกะ" วิลค็อกซ์ (Bryce "Zooko" Wilcox) ผู้ก่อตั้ง Zcash (เครือข่ายบล็อกเชนที่เน้นความเป็นส่วนตัวของธุรกรรม) แนะนำให้นักพัฒนา Bitcoin ศึกษาแนวทางที่กำลังพิจารณาอยู่ในระบบนิเวศ Zcash เนื่องจากเครือข่ายนี้พึ่งพานักขุด (Miner) ในการรักษาความปลอดภัยเช่นเดียวกัน และมีเพดานอุปทานตายตัวที่ 21 ล้านเหรียญ ZEC เหมือนกัน

 

ข้อเสนอที่ชื่อว่า "Network Sustainability Mechanism" (กลไกความยั่งยืนของเครือข่าย) มุ่งรักษาเพดาน 21 ล้านเหรียญของ ZEC ไว้ตามเดิม แต่เปิดให้ผู้ใช้เผาทำลายเหรียญ (Burn) ซึ่งจะถูกนำกลับมาออกใหม่ทีละน้อยในรูปแบบรางวัลบล็อก (Block Reward) ตลอดระยะเวลา 4 ปี เพื่อลดแรงกดดันต่อแรงจูงใจของนักขุด โดยไม่ต้องยกเลิกเพดานตายตัว

 

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงลักษณะนี้ในเครือข่าย Bitcoin ต้องอาศัยฉันทามติ (Consensus) จากนักพัฒนา นักขุด และผู้ดูแลโหนด (Node Operator) ซึ่งเป็นเรื่องท้าทายอย่างมากเนื่องจากโครงสร้างการกำกับดูแลแบบกระจายศูนย์ของเครือข่าย

 

📎 อ่านเพิ่มเติม👉 StarkWare CEO Says Bitcoin's 21M Supply Cap 'Doesn't Make Sense'
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: CryptoTimes, Cointelegraph / ภาพ coinmarketcap.com

 

💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict ข้อเสนอของเบน-แซสซอนสะท้อนให้เห็นว่าแม้แต่คนในวงการเทคโนโลยีบล็อกเชนระดับแนวหน้าก็ยังมีมุมมองต่างกันในประเด็นที่ถูกมองว่าเป็น "หลักศาสนา" ของ Bitcoin อย่างเพดาน 21 ล้านเหรียญ ปัญหาเรื่องงบประมาณความปลอดภัยของเครือข่าย (Security Budget) หลังปี 2140 ที่นักขุดจะพึ่งพาเฉพาะค่าธรรมเนียมธุรกรรมเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงในวงวิชาการมานานแล้ว แต่การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างพื้นฐานที่สุดของ Bitcoin ย่อมต้องผ่านกระบวนการฉันทามติที่ยากลำบาก ต้องติดตามกันต่อไปว่าข้อถกเถียงนี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายจริงหรือเป็นเพียงกระแสถกเถียงบนโซเชียลมีเดียที่ผ่านไป

 

🏷️ Tags / คีย์เวิร์ด SEO StarkWare, Eli Ben-Sasson, Bitcoin 21 million cap, Bitcoin inflation, เพดาน Bitcoin, Private Key สูญหาย, Zcash, Michael Saylor, Digital Gold, Bitcoin monetary policy

— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com