ซีอีโอ Solana Institute จี้สภาคองเกรสคุ้มครองนักพัฒนา Open-Source ในกฎหมาย CLARITY Act ย้ำ "การเขียนโค้ดไม่ใช่เรื่องผิด"
คริสติน สมิธ (Kristin Smith) ผู้นำของ Solana Policy Institute (สถาบันด้านนโยบายสาธารณะที่ผลักดันกฎเกณฑ์คริปโตในสหรัฐฯ) ออกมาเรียกร้องให้วุฒิสภาสหรัฐฯ ผ่านร่างกฎหมาย CLARITY Act โดยต้องคงมาตราคุ้มครองนักพัฒนาซอฟต์แวร์เอาไว้ พูดง่ายๆ ก็คือ เธอยืนยันว่านักพัฒนาโอเพนซอร์ส ผู้ตรวจสอบธุรกรรม และผู้ให้บริการกระเป๋าเงินที่ไม่ถือครองเงินของผู้ใช้ ไม่ควรถูกกำกับดูแลเหมือนตัวกลางทางการเงิน
🏛️ ผู้นำ Solana จี้วุฒิสภา "อย่าตัดเกราะคุ้มครองนักพัฒนา"
คริสติน สมิธ เรียกร้องให้วุฒิสภาคงมาตราคุ้มครองนักพัฒนาในร่าง CLARITY Act โดยให้เหตุผลว่าผู้พัฒนาโอเพนซอร์สไม่ควรถูกกำกับในฐานะตัวกลางทางการเงิน โดยเธอโพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X (โซเชียลมีเดียเดิมชื่อ Twitter) ระบุว่าร่างกฎหมายว่าด้วยโครงสร้างตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลฉบับนี้ "มีโอกาสจริงที่จะผ่านวุฒิสภา" ทำให้การรักษาเกราะคุ้มครองนักพัฒนาซอฟต์แวร์มีความสำคัญอย่างยิ่ง

สมิธยังเผยว่า ผู้บริหารและผู้ก่อตั้งบริษัทคริปโตกว่า 60 ราย รวมถึง Anatoly Yakovenko ผู้ร่วมก่อตั้ง Solana ได้ร่วมลงชื่อในจดหมายเปิดผนึกเรียกร้องให้วุฒิสภาคงมาตราคุ้มครองนักพัฒนาที่หนักแน่นเอาไว้
⚖️ ทำไมนักพัฒนาจึงไม่ควรถูกมองเป็น "โบรกเกอร์"
สมิธอธิบายว่า นักพัฒนาโอเพนซอร์ส ผู้ตรวจสอบความถูกต้องของบล็อก (Validators) และผู้ให้บริการกระเป๋าเงินแบบ Non-custodial (กระเป๋าที่ผู้ใช้ถือกุญแจส่วนตัวเอง ผู้ให้บริการไม่มีสิทธิ์เข้าถึงเงิน) ต่างไม่ได้ควบคุมเงินทุนของผู้ใช้หรือดำเนินธุรกรรมแทนใคร จึงไม่ควรถูกปฏิบัติเหมือนโบรกเกอร์หรือผู้รับฝากทรัพย์สิน
เธอชี้ไปที่ร่างกฎหมาย Blockchain Regulatory Certainty Act หรือ BRCA (ร่างกฎหมายสร้างความแน่นอนเชิงกฎเกณฑ์ให้แก่บล็อกเชน) ซึ่งจะมอบความชัดเจนทางกฎหมายให้กับนักพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ไม่มีอำนาจควบคุม และผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานบล็อกเชนที่ไม่ได้ถือครองสินทรัพย์ของลูกค้าหรือควบคุมธุรกรรม
ร่าง BRCA นี้เสนอเข้าสภาเมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. 2569 (2026) โดยวุฒิสมาชิก Cynthia Lummis (ซินเทีย ลัมมิส) และ Ron Wyden (รอน ไวเดน) จากสองพรรค มีเป้าหมายเพื่อป้องกันไม่ให้นักพัฒนาโอเพนซอร์สถูกจัดประเภทเป็น "ผู้โอนเงิน" (Money Transmitter) เพียงเพราะเผยแพร่โค้ดซอฟต์แวร์ต่อสาธารณะ
🗓️ เส้นทางของ CLARITY Act ในวุฒิสภา
จากข้อมูลที่ทีมข่าวตรวจสอบเพิ่มเติม ร่าง CLARITY Act ผ่านสภาผู้แทนราษฎรด้วยคะแนน 294 ต่อ 134 เมื่อเดือนกรกฎาคม ปี 2025 (พ.ศ. 2568) ต่อมา คณะกรรมาธิการการธนาคารของวุฒิสภาผ่านร่างกฎหมายนี้เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 (2026) ด้วยคะแนน 15 ต่อ 9 และถูกบรรจุเข้าสู่ปฏิทินนิติบัญญัติของวุฒิสภาเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2569 (2026) เปิดทางสู่การลงมติในที่ประชุมใหญ่ที่อาจเกิดขึ้นช่วงปลายฤดูร้อนนี้
ทั้งนี้ Galaxy Research ประเมินว่าร่างกฎหมายมีโอกาส 60–75% ที่จะกลายเป็นกฎหมายภายในปี 2026 และคาดว่าประธานาธิบดีอาจลงนามในช่วงสัปดาห์ของวันที่ 3 สิงหาคม อย่างไรก็ตาม จดหมายเปิดผนึกฉบับล่าสุดเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน ส่งถึง John Thune (จอห์น ธูน) ผู้นำเสียงข้างมากในวุฒิสภา และ Chuck Schumer (ชัค ชูเมอร์) ผู้นำเสียงข้างน้อย โดยมีผู้ลงนามกว่า 60 รายจากบริษัทอย่าง Coinbase, a16z Crypto, Solana Labs, Uniswap, Kraken และ Block
🎙️ สอดคล้องกับท่าทีของกรรมาธิการ SEC
ความเห็นของสมิธสอดคล้องกับคำกล่าวล่าสุดของ Hester Peirce (เฮสเตอร์ เพียร์ซ) กรรมาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ หรือ SEC (ก.ล.ต. สหรัฐฯ) ที่เคยให้เหตุผลเมื่อสัปดาห์ก่อนว่า การเผยแพร่โค้ดบล็อกเชนแบบโอเพนซอร์สเป็นเสรีภาพในการแสดงออกที่ได้รับการคุ้มครอง และนักพัฒนาไม่ควรถูกปฏิบัติเหมือนตัวกลางทางการเงินเพียงเพราะมีคนอื่นนำซอฟต์แวร์ของพวกเขาไปใช้
เพียร์ซกล่าวในงาน IC3 Blockchain Camp ที่มหาวิทยาลัย Princeton ว่าโครงการบล็อกเชนจำนวนมากเกี่ยวข้องกับการเผยแพร่ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส ซึ่งโดยทั่วไปถือเป็นกิจกรรมที่ได้รับการคุ้มครองภายใต้บทบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับที่ 1 (First Amendment) ของสหรัฐฯ
ทั้งนี้ แนวทางของ SEC ต่อสินทรัพย์ดิจิทัลเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญภายใต้ประธานคนปัจจุบัน Paul Atkins (พอล แอตกินส์) ผู้ให้คำมั่นว่าจะยุติแนวทาง "กำกับดูแลผ่านการบังคับใช้กฎหมาย" (Regulation through enforcement) ที่หน่วยงานเคยใช้กับวงการคริปโตในอดีต
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com: เหตุการณ์นี้สืบเนื่องจากที่เราเคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้
👉 ทรัมป์ลั่น CLARITY Act คือเกราะ "กันอนาคต" ปกป้องคริปโตจากรัฐบาลชุดหน้า
👉 ประธาน SEC คนใหม่ ฉะนโยบายคริปโตยุค แกรี เกนส์เลอร์ เตรียมหนุน Self-Custody และ DeFi
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: Cointelegraph / ภาพ coindesk.com
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict ประเด็นการคุ้มครองนักพัฒนาถือเป็นหัวใจที่ถูกมองข้ามบ่อยครั้งในการถกเถียงเรื่องกฎเกณฑ์คริปโต เพราะการเขียนและเผยแพร่โค้ดเป็นรากฐานของนวัตกรรมแบบเปิด หากกฎหมายตีความว่า "ผู้เขียนโค้ด" เท่ากับ "ตัวกลางทางการเงิน" ก็อาจสร้างความกังวลให้ผู้สร้างจำนวนมาก การที่ทั้งฝ่ายนิติบัญญัติและกรรมาธิการ SEC เริ่มมองไปในทิศทางเดียวกันถือเป็นพัฒนาการเชิงบวกที่น่าจับตา แต่บทสรุปสุดท้ายยังขึ้นอยู่กับการลงมติในวุฒิสภาที่ยังไม่แน่นอน จึงต้องติดตามกันต่อไปอย่างใกล้ชิด
Tags / คีย์เวิร์ด SEO: CLARITY Act · Solana Policy Institute · คริสติน สมิธ · BRCA · กฎหมายคริปโตสหรัฐ · นักพัฒนาโอเพนซอร์ส · SEC · developer protections
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com