Western Union รุกคืบ Web3! เปิดตัวเหรียญ "USDPT" บน Solana นำร่องโอนเงินข้ามโลกผ่านบล็อกเชน
Western Union (บริษัทโอนเงินข้ามประเทศที่ใหญ่ที่สุดในโลก) ประกาศเปิดตัวเหรียญ Stablecoin ในชื่อ USDPT ซึ่งตรึงมูลค่าไว้กับดอลลาร์สหรัฐบน เครือข่าย Solana โดยถือเป็นการก้าวเข้าสู่ระบบชำระเงินบนบล็อกเชนเป็นครั้งแรกของบริษัท เริ่มนำร่องที่ โบลิเวียและฟิลิปปินส์ ครอบคลุมประชากรราว 130 ล้านคน ก่อนเตรียมขยายไปกว่า 40 ประเทศภายในปี 2026 — พูดง่ายๆ ก็คือยักษ์ใหญ่แห่งวงการโอนเงินกำลังก้าวเท้าเข้าสู่โลกคริปโตอย่างเต็มตัวแล้วนั่นเอง
🌐 ก้าวประวัติศาสตร์: Western Union ลุยตลาด Onchain Settlement
Western Union ให้บริการโอนเงินแก่ลูกค้ามากกว่า 150 ล้านคนใน 190 กว่าประเทศทั่วโลก และการเปิดตัว USDPT ในครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกที่บริษัทเข้าสู่ระบบชำระเงินที่อิงบล็อกเชนและการ Settlement แบบ Onchain (การชำระบัญชีบนเครือข่ายบล็อกเชนโดยตรง)
ทางบริษัทให้ความเห็นว่า การเปิดตัว USDPT ครั้งนี้สะท้อนถึง "การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของระบบชำระเงินทั่วโลก" และคาดว่าสถาบันการเงินจะหันมาใช้ สินทรัพย์ดิจิทัลที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล เป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักมากขึ้นในอนาคต
โดย Fireblocks (แพลตฟอร์มโครงสร้างพื้นฐานคริปโตสำหรับสถาบัน) เปิดเผยเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า USDPT จะเริ่มใช้งานใน 2 ประเทศนำร่องคือ โบลิเวียและฟิลิปปินส์ ซึ่งครอบคลุมประชากรรวมราว 130 ล้านคน ก่อนจะขยายขอบเขตการให้บริการไปยังประเทศอื่นๆ มากกว่า 40 ประเทศภายในปี 2026
🏦 ใครอยู่เบื้องหลัง USDPT?
USDPT จะถูกออกโดย Anchorage Digital ซึ่งถือเป็น ธนาคารคริปโตแห่งแรกที่ได้รับใบอนุญาตจากรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ส่วน Fireblocks จะรับหน้าที่จัดการโครงสร้างพื้นฐานด้านกระเป๋าเงินดิจิทัลและระบบ Settlement
นอกจากนี้ Western Union ยังประกาศแผนนำ USDPT ไปลิสต์บน กระดานเทรดคริปโตที่มีใบอนุญาต พร้อมเชื่อมต่อกับโครงสร้างพื้นฐานด้านการชำระเงินและสภาพคล่องของบริษัทในวงกว้างต่อไป
📈 GENIUS Act จุดประกาย — ยักษ์ Remittance แห่ลุย Stablecoin
หลังกฎหมาย GENIUS Act (กรอบกำกับดูแล Stablecoin ระดับรัฐบาลกลางฉบับแรกของสหรัฐฯ) ผ่านในเดือนกรกฎาคม 2025 บริษัทโอนเงินรายใหญ่หลายแห่งก็เริ่มเดินเกมรุกในพื้นที่ Stablecoin อย่างเห็นได้ชัด:
- MoneyGram เปิดบริการ USDC (Stablecoin ของ Circle) ในโคลอมเบียเมื่อเดือนกันยายน 2025
- Zelle ประกาศแผนเปิดบริการโอนเงินข้ามประเทศด้วย Stablecoin ในเดือนตุลาคม 2025
- Western Union เคลื่อนไหวล่าสุดด้วยการเปิดตัว USDPT บน Solana
ปัจจุบัน มูลค่าตลาดรวมของ Stablecoin อยู่ที่ราว 317.3 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 10.32 ล้านล้านบาท ที่อัตราแลกเปลี่ยน 32.5 บาท/ดอลลาร์) ซึ่ง กระทรวงการคลังสหรัฐฯ และ Citigroup คาดการณ์ว่ามูลค่าตลาดนี้จะเติบโตทะลุ 2 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2030
🌎 ตลาด Remittance อเมริกา-ลาตินอเมริกา: ขุมทรัพย์ที่ยังไม่ถูกแตะ
เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา Claudia Wang อดีต Chief Marketing Officer ของ Bybit ได้ออกมาให้ความเห็นว่า บริษัทโอนเงินอย่าง Western Union มีโอกาสมหาศาลในการเข้าถึงเส้นทางการโอนเงินที่ยังไม่ถูกแตะในทวีปอเมริกา ซึ่งมีมูลค่าตลาดสูงถึง 174 พันล้านดอลลาร์ (ราว 5.65 ล้านล้านบาท)
โดยเธอระบุว่าเส้นทางโอนเงินระหว่างสหรัฐฯ กับอเมริกากลางกำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด ขณะที่หลายเส้นทางในละตินอเมริกา เช่น อาร์เจนตินา-โบลิเวีย ยังแทบไม่ถูกแตะโดยระบบรางคริปโต (Crypto Rails) เลย
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com เหตุการณ์นี้สืบเนื่องมาจากกระแสที่เราเคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงในวงการ Stablecoin หลัง GENIUS Act มีผลบังคับใช้:
👉 GENIUS Act กำลังเปลี่ยนโฉม Stablecoin: ย้ำจุดยืนใหม่ เน้น "ใช้งาน" มากกว่า "ผลตอบแทน"
👉 Tether รุกหนัก! เปิดตัว USAt เหรียญ Stablecoin ใหม่ลุยตลาดสหรัฐฯ ภายใต้กฎหมาย GENIUS Act
👉 แนวคิด "THBT" เงินบาท Stablecoin หมุดหมายใหม่ที่อาจเปลี่ยนโฉมเศรษฐกิจไทย
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: Cointelegraph / ภาพ linkedin.com
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict การที่ Western Union ซึ่งเป็นยักษ์ใหญ่ในตลาดโอนเงินข้ามประเทศที่ครองตลาดมานานกว่า 170 ปี หันมาเปิดตัว Stablecoin ของตัวเองบน Solana ถือเป็นสัญญาณชัดเจนว่าโลกการเงินดั้งเดิมและโลก Onchain กำลังหลอมรวมเข้าด้วยกันเร็วกว่าที่หลายคนคาด การเลือก Solana เป็นเครือข่ายเริ่มต้นยังตอกย้ำจุดแข็งด้านความเร็วและค่าธรรมเนียมต่ำ ที่เหมาะกับงาน Remittance ที่ต้องการความถี่สูงและต้นทุนต่ำเป็นพิเศษ น่าจับตามองไม่น้อยว่าเมื่อ USDPT ขยายไปครบ 40+ ประเทศในปีหน้า ภูมิทัศน์การโอนเงินทั่วโลกจะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใด
🏷️ Tags / คีย์เวิร์ด SEO Western Union, USDPT, Stablecoin, Solana, GENIUS Act, Anchorage Digital, Fireblocks, Remittance, Onchain Payment
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com