Solana เปิดตัว Alpenglow อัปเกรดใหญ่สุดในประวัติศาสตร์ ลด Finality เหลือ 150 มิลลิวินาที
11 August 2026ข่าวโดย Rawiwarn Owattasanee

Solana เปิดตัว Alpenglow อัปเกรดใหญ่สุดในประวัติศาสตร์ ลด Finality เหลือ 150 มิลลิวินาที

Solana กำลังทยอยเปิดใช้งานอัปเกรดที่ชื่อ Alpenglow ซึ่งถือเป็นการปรับปรุงกลไกหาฉันทามติ (Consensus) ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์เครือข่าย โดยจะลดเวลาที่ธุรกรรมได้รับการยืนยันแบบเปลี่ยนแปลงไม่ได้ (Finality) จากเดิมราว 12.8 วินาที เหลือเพียง 100-150 มิลลิวินาทีเท่านั้น ตามรายงานของ Tatum และ Bitfinex

 

⚡ Votor: ยกเลิกระบบโหวตบนเชนที่กินพื้นที่บล็อกถึง 75%

 

ส่วนแรกของ Alpenglow คือกลไกใหม่ชื่อ Votor ที่เข้ามาแทนที่ TowerBFT (ระบบโหวตเดิมที่ Validator ใช้ยืนยันสถานะบล็อกเชนร่วมกัน) โดยจะมี 2 เส้นทาง คือเส้นทางเร็ว (Fast Path) หากมี Validator ที่ถือหุ้น (Stake) รวมกันตั้งแต่ 80% ขึ้นไปอนุมัติบล็อกในรอบแรก ธุรกรรมจะได้ Finality ทันที และเส้นทางช้า (Slow Path) หากมีผู้เข้าร่วมโหวตอยู่ที่ 60-80% จะต้องมีรอบที่สองเพิ่มเติม โดยใช้เกณฑ์อนุมัติที่ 60% ของ Stake ที่สำคัญคือการโหวตจะเกิดขึ้นนอกเชน (Off-chain) เหลือเพียงลายเซ็นดิจิทัลแบบรวม (Aggregated BLS Signature) ขนาดประมาณ 1,000 ไบต์เท่านั้นที่บันทึกลงบนเชน ซึ่งช่วยคืนพื้นที่บล็อกที่แต่เดิมถูกธุรกรรมโหวตกินไปถึง 75% ของความจุทั้งหมด พร้อมทั้งช่วยลดค่าธรรมเนียมการโหวตที่ Validator แต่ละรายต้องจ่ายต่อเนื่องราว 1 SOL ต่อวันไปด้วย

 

📡 Rotor: กระจายข้อมูลบล็อกเร็วขึ้นแบบ Single-hop

 

ส่วนที่สองคือ Rotor ซึ่งเข้ามาแทนที่ Turbine ระบบกระจายข้อมูลเดิม ด้วยการให้ผู้ผลิตบล็อก (Block Producer) ส่งข้อมูลไปยัง Relay Node ก่อนที่จะกระจายต่อไปยัง Validator ทั้งเครือข่ายในครั้งเดียว ผลการทดสอบในห้องแล็บพบว่า Validator ที่ถือ Stake รวมกัน 80% สามารถรับข้อมูลบล็อกได้ภายในเวลาเพียง 2 มิลลิวินาที และการกระจายบล็อกทั้งหมดเสร็จสมบูรณ์ได้เร็วสุดถึง 18 มิลลิวินาที

 

🏛️ เลิกใช้ Proof of History แทนด้วยนาฬิกาท้องถิ่น

 

Alpenglow ยังเลิกใช้ Proof of History (PoH กลไกจับเวลาแบบเข้ารหัสที่ Solana ใช้มาตั้งแต่ต้น) โดยเปลี่ยนไปใช้นาฬิกาภายในของแต่ละ Validator เอง ร่วมกับกรอบเวลาผลิตบล็อกที่ 400 มิลลิวินาทีแทน

 

💰 ลดต้นทุน Validator เปิดทางรายเล็กเข้าร่วมได้มากขึ้น

 

อัปเกรดนี้ยังลดเงินขั้นต่ำที่จะทำ Validator แล้วคุ้มทุนจากเดิมราว 4,850 SOL เหลือเพียงประมาณ 450 SOL หรือลดลงกว่า 90% พร้อมกำหนดเพดานจำนวน Validator ที่ใช้งานพร้อมกันไว้ที่ 2,000 ราย และมีค่าธรรมเนียมใหม่ที่เรียกว่า Validator Admission Ticket อยู่ที่ 1.6 SOL ต่อ Epoch ซึ่งจะถูกเผาทิ้งทั้งหมด 100% ไม่ก่อให้เกิดเงินเฟ้อเพิ่ม นอกจากนี้ Validator ยังคาดว่าจะประหยัดต้นทุนด้านฮาร์ดแวร์ลงได้ราว 20-50% อีกด้วย

 

🛡️ โมเดลความปลอดภัยแบบ "20+20"

 

ด้านความปลอดภัย Alpenglow ใช้โมเดลที่เรียกว่า "20+20" คือเครือข่ายยังคงปลอดภัยได้แม้มี Validator ที่เป็นอันตราย (Byzantine) สูงสุด 20% ร่วมกับ Validator ที่ออฟไลน์หรือขัดข้องอีก 20% พร้อมกัน ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่ต่ำกว่ามาตรฐาน 33% ของ Ethereum แต่ทีมพัฒนามองว่าเพียงพอสำหรับโครงสร้างเครือข่ายของ Solana

 

🗓️ ไทม์ไลน์การทยอยเปิดใช้งาน

 

Solana เริ่มเปิดทดสอบบน Community Testnet ตั้งแต่วันที่ 11 พฤษภาคม 2569 ก่อนที่จะปล่อยซอฟต์แวร์ Agave เวอร์ชัน 4.2 ในวันที่ 17 สิงหาคมนี้ ซึ่งจะเพิ่มการรองรับ XDK และกุญแจแบบ BLS คาดว่าจะย้ายขึ้นใช้งานจริงบน Mainnet ในช่วงปลายเดือนกันยายนถึงตุลาคม 2569 ทั้งนี้ข้อเสนอ Votor ผ่านการโหวตเห็นชอบจาก Validator ไปแล้วด้วยคะแนนสนับสนุนสูงกว่า 98% ตั้งแต่เดือนกันยายน 2568

 

📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com:
👉 ทีม Firedancer ของ Jump เสนอถอดเพดาน Block Limit หลังอัปเกรด Alpenglow บน Solana
👉 Solana เดินหน้ามติลด Emission ครั้งใหญ่ SIMD-0550 หวังตัดซัพพลายอนาคต 18.9 ล้าน SOL

🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: Tatum และ Bitfinex

 

💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict:
Alpenglow ถือเป็นการยกเครื่องที่ลึกกว่าการอัปเกรดทั่วไปมาก เพราะแตะถึงรากฐานของกลไก Consensus ที่ Solana ใช้มาตั้งแต่เริ่มต้นเครือข่าย ทั้งการเลิกใช้ Proof of History และการย้ายกระบวนการโหวตออกจากเชน ถ้าทำได้ตามที่ตั้งเป้าไว้จริง Solana จะกลายเป็นหนึ่งในบล็อกเชนสาธารณะที่มี Finality เร็วที่สุดในตลาด ซึ่งอาจเปิดทางให้แอปพลิเคชันที่ต้องการความเร็วสูงอย่างการเทรดหรือ Cross-chain Bridge ทำงานได้ลื่นไหลขึ้นมาก แต่จุดที่ต้องติดตามต่อคือการย้ายขึ้น Mainnet จริงในช่วงปลายปีนี้จะราบรื่นแค่ไหน เพราะการเปลี่ยนกลไกความปลอดภัยระดับรากฐานเช่นนี้มักมีความเสี่ยงทางเทคนิคที่คาดไม่ถึงเสมอ

 

Tags / คีย์เวิร์ด SEO: Solana, Alpenglow, Consensus, Validator, SOL

— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com