ก.ล.ต. เปิดเฮียริ่งร่าง Travel Rule คริปโทไทย! บังคับเก็บข้อมูลโอนสินทรัพย์ดิจิทัลทุกธุรกรรมขั้นต่ำ 5 ปี
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ประกาศเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างประกาศ "หลักเกณฑ์ Travel Rule สำหรับสินทรัพย์ดิจิทัล" เมื่อวันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2569 โดยมุ่งยกระดับการติดตามเส้นทางการเงินของธุรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ผู้ที่สนใจแสดงความเห็นได้ถึงวันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
🔍 Travel Rule คริปโทคืออะไร?
Travel Rule (หลักเกณฑ์การรับส่งข้อมูลประกอบการโอนสินทรัพย์ดิจิทัล) คือกฎระเบียบสากลที่กำหนดโดยกลุ่มงานเฉพาะกิจทางการเงิน (FATF — Financial Action Task Force หน่วยงานกำหนดมาตรฐานต่อต้านการฟอกเงินและการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายระดับโลก) ข้อแนะนำที่ 16 ของ FATF กำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล (หรือ VASP — Virtual Asset Service Providers) ต้องรวบรวมและส่งต่อข้อมูลผู้โอนและผู้รับโอนพร้อมกับธุรกรรม เพื่อให้หน่วยงานกำกับดูแลสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ใช้กันแล้วในสิงคโปร์ ฮ่องกง ญี่ปุ่น และไต้หวัน
ก.ล.ต. เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อหลักการกำหนดหลักเกณฑ์การรับส่งข้อมูลประกอบการโอนสินทรัพย์ดิจิทัล (Travel Rule) โดยมุ่งให้ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลมีข้อมูลประกอบการตรวจสอบและบริหารความเสี่ยงด้านการฟอกเงินที่เพียงพอ สอดคล้องกับมาตรฐานสากล และสนับสนุนการป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยีอย่างมีประสิทธิภาพ
📋 สาระสำคัญของร่างประกาศ: 3 หน้าที่หลักที่ผู้ประกอบการต้องทำ
หน้าที่ที่ 1 — จัดทำนโยบายบริหารความเสี่ยงและเก็บข้อมูล
ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลต้องจัดให้มีนโยบายและขั้นตอนการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการบริหารและจัดการความเสี่ยงเกี่ยวกับการโอนและรับโอนสินทรัพย์ดิจิทัล โดยมีหน้าที่รวบรวมข้อมูลของลูกค้าและคู่ธุรกรรมของลูกค้าประกอบการโอนสินทรัพย์ดิจิทัล และเก็บข้อมูลประกอบการโอนสินทรัพย์ดิจิทัลในทุกธุรกรรมอย่างน้อย 5 ปี โดย 2 ปีแรก ต้องจัดเก็บไว้ในลักษณะที่หน่วยงานกำกับสามารถเรียกดูหรือตรวจสอบได้ทันที
พูดง่ายๆ ก็คือ ไม่ว่าจะเป็นธุรกรรมโอนคริปโทเพียง 1 บาท หรือ 100 ล้านบาท ทุกรายการต้องถูกบันทึกข้อมูลอย่างครบถ้วน เพื่อให้ ก.ล.ต. หรือ ปปง. (สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน) สามารถขอตรวจสอบได้ทุกเมื่อในช่วง 2 ปีแรก
หน้าที่ที่ 2 — ตรวจสอบ Self-hosted Wallet เข้มข้น
ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลต้องตรวจสอบคู่ธุรกรรม ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลหรือผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัลของคู่ธุรกรรม รวมถึงตรวจสอบความเป็นเจ้าของหรือการมีอำนาจควบคุมกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัลแบบดูแลและควบคุมด้วยตนเอง (self-hosted wallet) กรณีโอน/รับโอนสินทรัพย์ดิจิทัลกับ self-hosted wallet
Self-hosted Wallet (กระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัลที่ผู้ใช้ดูแลและควบคุม Private Key ด้วยตนเอง ไม่ผ่านตัวกลาง เช่น MetaMask, Ledger, Trust Wallet) ถูกมองว่าเป็นช่องทางเสี่ยงหลักในการซ่อนตัวตนของผู้ทำธุรกรรม กฎนี้จึงบังคับให้ Exchange หรือผู้ประกอบการต้องยืนยันตัวตนของเจ้าของกระเป๋านั้นก่อนรับโอนหรือส่งโอนให้
หน้าที่ที่ 3 — ส่งต่อข้อมูลพร้อมคำสั่งโอน
ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลผู้ส่งคำสั่งโอน (Ordering Digital Asset Operator) ต้องส่งข้อมูลธุรกรรม ข้อมูลของผู้โอนและผู้รับโอน พร้อมกับคำสั่งโอนสินทรัพย์ดิจิทัลให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่รับคำสั่งโอน (Beneficiary Digital Asset Operator)
🗓️ เส้นทางของ Travel Rule ไทย
ก.ล.ต. ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อหลักการดังกล่าวไปเมื่อเดือนมีนาคม-เมษายน 2569 โดยผู้ที่เกี่ยวข้องส่วนใหญ่เห็นด้วยกับหลักการที่เสนอ พร้อมทั้งมีข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ ก.ล.ต. จึงนำข้อเสนอแนะมาปรับปรุงให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ก่อนจัดทำเป็นร่างประกาศอย่างเป็นทางการในรอบนี้
ก.ล.ต. เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างประกาศดังกล่าวจนถึงวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 ผ่านเว็บไซต์ ก.ล.ต. ระบบกลางทางกฎหมาย หรือทางอีเมล และตามข้อมูลจาก Sumsub ผู้นำด้านการยืนยันตัวตน กฎ Travel Rule ของไทยคาดว่าจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2026 หรือประมาณต้นเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2569 นี้
🌏 บริบทอาเซียน: ไทยเดินตามรอยเพื่อนบ้าน
ในขณะที่เขตอำนาจศาลต่างๆ ทั่วเอเชียแปซิฟิก (APAC) ไม่ว่าจะเป็นสิงคโปร์ ฮ่องกง ญี่ปุ่น และไต้หวัน ต่างเดินหน้าคุมเข้มมาตรการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (AML) ประเทศไทยเองก็กำลังมุ่งหน้าไปในทิศทางเดียวกัน
การกำหนดหลักเกณฑ์ Travel Rule สำหรับสินทรัพย์ดิจิทัลครั้งนี้ เป็นการยกระดับความสามารถในการติดตามเส้นทางการเงินของธุรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล ตรวจสอบ ป้องกัน และสกัดกั้นอาชญากรรมทางเทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งป้องกันความเสี่ยงที่ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลจะถูกใช้เป็นช่องทางในการฟอกเงินและการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย โดยไม่เพิ่มภาระแก่ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลจนเกินควร
ปัจจุบันในไทยมีผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต. อยู่ 33 รายที่จะต้องปรับระบบรองรับกฎนี้
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com: เหตุการณ์นี้สืบเนื่องจากทิศทางการเข้มงวดกฎระเบียบสินทรัพย์ดิจิทัลของ ก.ล.ต. ที่เราเคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้
👉 ก.ล.ต. ไทยเพิ่มความเข้มข้น! เสนอให้ "ผู้ให้แหล่งเงินทุน" ต้องขออนุมัติก่อนเข้าถือหุ้นบริษัทคริปโต
👉 บุกจับ 8 ร้านแลกคริปโตเถื่อน! เงินหมุนเวียนกว่า 14,000 ล้านบาท พัวพันแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และสำนักข่าวอินโฟเควสท์
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict กฎ Travel Rule เป็นก้าวสำคัญที่จะทำให้ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลไทยมีความน่าเชื่อถือมากขึ้นในระดับสากล โดยเฉพาะในยุคที่อาชญากรรมทางเทคโนโลยีและการฟอกเงินผ่านคริปโทกำลังเป็นปัญหาหนักในประเทศ การบังคับให้ Exchange ต้องรู้จักคู่ธุรกรรมและตรวจสอบ Self-hosted Wallet อย่างเข้มข้นอาจสร้างภาระให้ผู้ใช้ทั่วไปบ้าง แต่ในภาพรวมถือเป็นทิศทางที่สอดคล้องกับมาตรฐาน FATF ที่ประเทศชั้นนำทั่วโลกใช้อยู่ น่าจับตาว่าเกณฑ์ฉบับสุดท้ายจะออกมาในรูปแบบใด และจะเริ่มบังคับใช้ทันตามกรอบเวลาต้นเดือนกรกฎาคม 2569 หรือไม่
⚠️ คำเตือน: บทความนี้เป็นการรายงานข่าวเพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงินหรือการลงทุน การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและตัดสินใจด้วยตนเอง
Tags / คีย์เวิร์ด SEO:
ไทย, Travel Rule, ก.ล.ต., สินทรัพย์ดิจิทัล, Self-hosted Wallet, ป้องกันฟอกเงิน, AML คริปโท, กฎระเบียบคริปโต, ปปง., FATF, Digital Asset Thailand, กฎหมายสินทรัพย์ดิจิทัล
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com