ก.ล.ต. เผยยอดระดมทุน ICO ปี 2568 พุ่งแตะ 3,377 ล้านบาท โตก้าวกระโดดกว่า 650%
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ของไทยเปิดเผยยอดการระดมทุนผ่านการเสนอขายโทเคนดิจิทัล (ICO) ประจำปี 2568 มีมูลค่ารวมสูงถึง 3,377 ล้านบาทจาก 5 บริษัท คิดเป็นการเติบโตกว่า 650% เมื่อเทียบกับปี 2567 ที่มียอดระดมทุนเพียง 450 ล้านบาทจาก 2 บริษัท สะท้อนให้เห็นว่าตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลไทยกำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด
ตัวเลขสะท้านวงการ: ICO ไทยโตกว่า 7 เท่าในปีเดียว
ก.ล.ต. เปิดข้อมูลอย่างเป็นทางการว่า ในปี 2568 มีการเสนอขายโทเคนดิจิทัล (ICO — Initial Coin Offering หรือการระดมทุนผ่านการออกและเสนอขายเหรียญดิจิทัลครั้งแรก) มูลค่าทั้งสิ้น 3,377 ล้านบาท จาก 5 บริษัท ซึ่งเพิ่มขึ้น 650% เมื่อเทียบกับปี 2567 ที่มีการระดมทุนเพียง 450 ล้านบาทจาก 2 บริษัทเท่านั้น
การเติบโตอย่างก้าวกระโดดนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจที่เพิ่มขึ้นอย่างมากจากภาคธุรกิจไทยในการใช้โทเคนดิจิทัลเป็นเครื่องมือระดมทุน ภายใต้กรอบกฎหมายที่ได้รับการกำกับดูแลโดย ก.ล.ต. อย่างเป็นระบบ
ระบบนิเวศผู้ประกอบการที่ได้รับใบอนุญาตในปี 2568
ก.ล.ต. ยังเปิดเผยจำนวนผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับอนุญาตในปัจจุบัน ประกอบด้วย:
- 9 แห่ง ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset Exchange)
- 15 แห่ง นายหน้าซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset Broker)
- 4 แห่ง ผู้ค้าสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset Dealer)
- 2 แห่ง ผู้จัดการเงินทุนสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset Fund Manager)
- 2 แห่ง ที่ปรึกษาสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset Advisory Service)
- 2 แห่ง ผู้ให้บริการระบบกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset Custodial Wallet Provider)
- 8 แห่ง ICO Portal (แพลตฟอร์มที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางและคัดกรองโครงการ ICO ก่อนนำเสนอต่อนักลงทุน)
ทั้งนี้ ก.ล.ต. ระบุว่าผู้ลงทุนที่ต้องการลงทุนผ่านช่องทาง ICO จะต้องดำเนินการผ่าน ผู้จัดการเงิน หรือ ที่ปรึกษาสินทรัพย์ดิจิทัล ที่ได้รับใบอนุญาต เพื่อให้มั่นใจว่าได้รับคำแนะนำที่เหมาะสมกับความเสี่ยงและความต้องการของตนเอง
ก.ล.ต. เตือน 6 ความเสี่ยงหลักก่อนตัดสินใจลงทุน ICO
แม้ตัวเลขการระดมทุนจะน่าตื่นเต้น แต่ ก.ล.ต. ยังคงย้ำเตือนนักลงทุนถึงความเสี่ยงสำคัญที่ต้องพิจารณาก่อนตัดสินใจ ดังนี้:
- ราคามีความผันผวนสูง — ราคาสินทรัพย์ดิจิทัลสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วและรุนแรง
- ไม่มีการรับประกันผลตอบแทน — แม้ ICO Portal จะช่วยคัดกรองโครงการ แต่ไม่ได้รับประกันความสำเร็จของธุรกิจ
- ธุรกิจ Startup มีโอกาสล้มเหลวสูง — เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นธุรกิจในระยะเริ่มต้น ยังขาดประสบการณ์และความมั่นคง
- อาจขาดสภาพคล่อง — โทเคนที่ซื้อมาอาจขายต่อหรือเปลี่ยนมือได้ยาก
- ความเสี่ยงด้านไซเบอร์ — มีความเสี่ยงจากการถูกแฮก (Hacking) หรือโจมตีระบบ
- ถูกหลอกลวง/ถูกใช้บัญชีม้า — นักลงทุนอาจตกเป็นเหยื่อการฉ้อโกง หรือถูกชักชวนให้ลงทุนในโครงการที่ไม่มีตัวตนจริง
ก.ล.ต. แนะนำให้ตรวจสอบรายชื่อผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับใบอนุญาตผ่าน QR Code บนอินโฟกราฟิกอย่างเป็นทางการ หรือที่เว็บไซต์ www.sec.or.th ก่อนทำธุรกรรมทุกครั้ง
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com: เหตุการณ์นี้สืบเนื่องจากที่เราเคยรายงานถึงนโยบาย ก.ล.ต. ไทยด้านสินทรัพย์ดิจิทัลไว้ก่อนหน้านี้
👉 ก.ล.ต. เคาะเกณฑ์ "G-Token" โทเคนดิจิทัลของรัฐบาล หนุนการออม-ลงทุนประชาชน เริ่มใช้แล้ว 21 ก.ค. 2568
👉 ก.ล.ต. เตรียมปลดล็อกเกณฑ์เลือกเหรียญ! ศูนย์ซื้อขายฯ อาจลิสต์เหรียญตัวเองได้ หากใช้ในบล็อกเชน
👉 ก.ล.ต. เตรียมเปิด Sandbox แลกคริปโตเป็นเงินบาทให้นักท่องเที่ยวใช้จ่ายในไทย หนุนเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยว
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict ตัวเลขยอดระดมทุน ICO ที่เติบโต 650% ในปี 2568 ถือเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าระบบนิเวศสินทรัพย์ดิจิทัลไทยกำลังเข้าสู่ช่วงเติบโตใหม่อย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่กระแสชั่วคราว โครงสร้างผู้ประกอบการที่ครอบคลุมกว่า 40 รายที่ได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. ก็สะท้อนให้เห็นว่าอุตสาหกรรมนี้กำลังมีรากฐานที่แข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรให้ความสำคัญกับการทำ Due Diligence (การตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกก่อนลงทุน) และศึกษาความเสี่ยงทั้ง 6 ด้านที่ ก.ล.ต. เตือนไว้อย่างถี่ถ้วน เพราะโอกาสที่ดีย่อมมาพร้อมกับความเสี่ยงที่ต้องบริหารจัดการเสมอ
Tags / คีย์เวิร์ด SEO: ICO ไทย, โทเคนดิจิทัล, ก.ล.ต., ระดมทุนคริปโต, สินทรัพย์ดิจิทัล 2568, ICO Portal, กฎหมายคริปโตไทย, ลงทุนโทเคน
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com