ก.ล.ต. กล่าวโทษ Bitazza-FreedomVerse พร้อม 3 ผู้บริหาร คดีประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับใบอนุญาต
สำนักงาน ก.ล.ต. (สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ — หน่วยงานกำกับดูแลตลาดทุนและสินทรัพย์ดิจิทัลของไทย) ได้กล่าวโทษบริษัท Bitazza และบริษัท FreedomVerse พร้อมผู้บริหาร 3 ราย ต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ในฐานประกอบธุรกิจ "ผู้ค้าสินทรัพย์ดิจิทัล" โดยไม่ได้รับอนุญาต ทั้งที่ Bitazza เองนั้นถือใบอนุญาตเพียงประเภท "นายหน้า" เท่านั้น ไม่ใช่ "ผู้ค้า" ซึ่งเป็นใบอนุญาตคนละประเภทกัน
บริการ Crypto Dust และ Freedom Card คืออะไร และผิดตรงไหน?
ก.ล.ต. ระบุว่าตรวจพบพฤติกรรมที่น่าสงสัย 2 กรณี ดังนี้
กรณีแรก — บริการ Crypto Dust: Bitazza ให้บริการแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลกับลูกค้าทั่วไปโดยตรง มีการเก็บค่าธรรมเนียมจากการแลกเปลี่ยนดังกล่าว ซึ่งลักษณะนี้ถือเป็นการทำธุรกิจในฐานะ "ผู้ค้าสินทรัพย์ดิจิทัล" (Dealer) ไม่ใช่การเป็นตัวกลางส่งคำสั่งไปยังศูนย์ซื้อขายอื่นอย่างที่นายหน้าควรจะทำ
กรณีที่สอง — ผลิตภัณฑ์ Freedom Card: Bitazza ร่วมมือกับ FreedomVerse (บริษัท ฟรีดอมเวิร์ส จำกัด) ให้บริการรับซื้อสินทรัพย์ดิจิทัลจากลูกค้า แลกเปลี่ยนเป็นเงินสด แล้วนำไปเติมลงใน Freedom Card (บัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้จ่ายได้เหมือนบัตรเดบิต) โดยมีการเก็บค่าธรรมเนียม และยังมีการชักชวนบุคคลทั่วไปผ่านเฟซบุ๊กอย่างเปิดเผย
ทั้งสองกรณีไม่ปรากฏว่ามีการส่งคำสั่งซื้อขายผ่านศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลใดๆ และเป็นการทำธุรกรรมนอกศูนย์ซื้อขายโดยตรง ซึ่ง ก.ล.ต. ชี้ว่าเข้าข่ายเป็น "ผู้ค้าสินทรัพย์ดิจิทัล" ตามนิยามของ พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 — ประเภทธุรกิจที่ทั้ง Bitazza และ FreedomVerse ไม่มีใบอนุญาต
ใครบ้างที่ถูกกล่าวโทษ?
นอกจากตัวบริษัทแล้ว ก.ล.ต. ยังกล่าวโทษผู้บริหาร 3 ราย ที่รับผิดชอบในช่วงเกิดเหตุ ได้แก่
- นายกวิน พงษ์พันธ์เดชา — อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของ Bitazza และยังเป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงนามของ FreedomVerse
- นายธนวัต สุตันติวรคุณ — ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Bitazza ในช่วงเกิดเหตุ
- นายวี เกียรติ เควิ่น เฮง — กรรมการผู้มีอำนาจของ FreedomVerse และผู้ลงนามในสัญญาระหว่าง Bitazza กับ FreedomVerse
บุคคลทั้งสามถูกกล่าวโทษร่วมกับบริษัทตามมาตรา 94 แห่ง พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัลฯ ซึ่งกำหนดให้ผู้บริหารที่มีอำนาจตัดสินใจต้องรับผิดชอบร่วมกับนิติบุคคล
โทษที่อาจได้รับและขั้นตอนต่อไป
ความผิดตามมาตรา 66 แห่ง พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัลฯ มีโทษทางอาญา ทั้งนี้ ก.ล.ต. ย้ำว่าการกล่าวโทษเป็นเพียงจุดเริ่มต้น กระบวนการพิจารณาว่าใครผิดหรือไม่ผิดยังอยู่ในมือของพนักงานสอบสวน อัยการ และศาลยุติธรรม ตามลำดับ
พร้อมกันนี้ ก.ล.ต. ยังเตือนประชาชนให้ระวังการใช้บริการแพลตฟอร์มสินทรัพย์ดิจิทัลที่ไม่ได้รับอนุญาต เนื่องจากจะไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย และมีความเสี่ยงต่อการถูกหลอกลวง (Scam) รวมถึงความเสี่ยงด้านการฟอกเงิน (Anti-Money Laundering) สามารถตรวจสอบรายชื่อผู้ประกอบการที่มีใบอนุญาตได้ที่ www.sec.or.th แอปพลิเคชัน SEC Check First หรือ Investor Alert ที่ https://market.sec.or.th/public/idisc/th/InvestorAlert
📎 อ่านเพิ่มเติมจาก Bitcoinaddict.com: เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงที่ ก.ล.ต. ไทยกำลังเดินหน้าปรับปรุงกรอบกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง
👉 ก.ล.ต. เตรียมปลดล็อกเกณฑ์เลือกเหรียญ! ศูนย์ซื้อขายฯ อาจลิสต์เหรียญตัวเองได้ หากใช้ในบล็อกเชน
👉 ก.ล.ต. เตรียมเปิด Sandbox แลกคริปโตเป็นเงินบาทให้นักท่องเที่ยวใช้จ่ายในไทย
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) — www.sec.or.th
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict คดีนี้สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า "ใบอนุญาตประเภทเดียวไม่ครอบคลุมทุกบริการ" — เส้นแบ่งระหว่างนายหน้า (Broker) กับผู้ค้า (Dealer) มีความสำคัญมากในทางกฎหมาย และ ก.ล.ต. กำลังบังคับใช้กฎเหล่านี้อย่างจริงจังมากขึ้น สำหรับผู้ใช้งานทั่วไป บทเรียนสำคัญคือควรตรวจสอบว่าแพลตฟอร์มที่ใช้มีใบอนุญาต "ถูกประเภท" สำหรับบริการที่ต้องการก่อนเสมอ น่าจับตาดูว่าการดำเนินคดีนี้จะพัฒนาไปอย่างไรในกระบวนการยุติธรรมต่อไป
Tags / คีย์เวิร์ด SEO: ก.ล.ต. กล่าวโทษ, Bitazza, FreedomVerse, ผู้ค้าสินทรัพย์ดิจิทัล, พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัล, Crypto Dust, Freedom Card, บก.ปอศ.
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com