
ออกหมายจับเครือข่ายข้ามชาติ ถูกกล่าวหาอำพรางถือหุ้น VGI เลี่ยงเทนเดอร์ ปปง. อายัดหุ้นไทยโยงเส้นทางเงินฟอก
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ร่วมกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ดำเนินคดีเครือข่ายบุคคลชาวไทยและต่างชาติที่ถูกกล่าวหาว่าใช้นิติบุคคลและกองทุนในต่างประเทศถือหุ้นแทน เพื่ออำพรางผู้รับประโยชน์ที่แท้จริง (UBO คือเจ้าของตัวจริงที่อยู่เบื้องหลังผู้ถือหุ้นตามทะเบียน) ในการซื้อหุ้นเพิ่มทุนของ บริษัท วีจีไอ จำกัด (มหาชน) หรือ VGI ตามประกาศของ ก.ล.ต. ฉบับที่ 228/2569 วันที่ 27 ตุลาคม 2569 ตำรวจขอศาลออกหมายจับผู้ต้องหาและเข้าตรวจค้นเป้าหมาย 4 จุด ก.ล.ต. ระบุว่าการดำเนินคดีเป็นเพียงขั้นต้น และผู้ต้องหายังไม่ถือว่ากระทำความผิดจนกว่าศาลจะพิพากษาถึงที่สุด
ก.ล.ต. ชี้ว่าเข้าข่ายผิดกฎหมายหลักทรัพย์ตรงไหน
ตามประกาศของ ก.ล.ต. ผู้ลงทุน 3 รายที่จองซื้อหุ้นเพิ่มทุนแบบเฉพาะเจาะจง (private placement) ของ VGI มีแหล่งเงินทุนร่วมกัน และผู้รับประโยชน์ที่แท้จริงของทั้ง 3 รายมีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกัน เข้าข่ายเป็นผู้กระทำการร่วมกัน (acting in concert) ตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนที่ ทจ. 7/2552 เมื่อนับหุ้นรวมกัน ก.ล.ต. พิจารณาว่าเข้าข่ายถือหุ้นเกินร้อยละ 25 ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของ VGI แต่ผู้ลงทุนและผู้รับประโยชน์ที่แท้จริงไม่ได้รายงานการได้มาหุ้นในฐานะผู้กระทำการร่วมกัน ไม่ได้ทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของกิจการ (tender offer คือการเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นรายอื่นขายหุ้นให้ตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด) และรายงานข้อมูลไม่ถูกต้องและเป็นเท็จ
พฤติการณ์นี้เข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรา 246 และมาตรา 247 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ซึ่งมีบทกำหนดโทษตามมาตรา 298 รวมทั้งเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 281/10 ของกฎหมายฉบับเดียวกัน บก.ปอศ. แจ้งข้อหาเพิ่มคือความผิดฐานอั้งยี่ตามประมวลกฎหมายอาญา และสมคบกันฟอกเงินตามกฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ก.ล.ต. ใช้กลไกความร่วมมือของ IOSCO (องค์การระหว่างประเทศของหน่วยงานกำกับหลักทรัพย์) ขอข้อมูลจากหน่วยงานกำกับต่างประเทศ เพื่อไล่เส้นทางการเงินและโครงสร้างการถือหุ้นหลายชั้น
ปปง. ตามยึดหุ้นไทยที่โยงเส้นทางเงิน
ภายหลังประกาศของ ก.ล.ต. ตำรวจสอบสวนกลาง ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ศอตอ.ตร.) สำนักงาน ปปง. และ ก.ล.ต. แถลงผลร่วมกัน ตามรายงานของข่าวหุ้น (Kaohoon) ศ.ดร.พรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่า ก.ล.ต. ติดตามกรณีนี้มาตั้งแต่ปี 2567 และกองทุนต่างประเทศ 3 กองทุนได้รับจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนของ VGI ส่วนนายกมลสิษฐ์ วงศ์บุตรน้อย รองเลขาธิการ ปปง. กล่าวว่า ปปง. ยึดและอายัดหุ้นใน VGI, บางจาก คอร์ปอเรชั่น (BCP) และ บลจ. เอ็มเอฟซี (MFC) ตามเส้นทางเงินที่โอนออกต่างประเทศแล้วนำกลับเข้ามาลงทุน โดยมีความผิดมูลฐานเกี่ยวกับการฉ้อโกงและการฉ้อโกงประชาชน เลขาธิการ ก.ล.ต. ยืนยันว่าบริษัทจดทะเบียนทั้ง 3 แห่งไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด และผู้ถือหุ้นรายอื่นยังซื้อขายได้ตามปกติ
ตามที่ Matichon รายงานการแถลงของตำรวจ เครือข่ายนี้ขยายผลมาจากนายเบน สมิธ (Ben Smith) หรือนายเบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ (Benjamin Mauerberger) อายุ 48 ปี และนายยิม เลียก (Yim Leak) อายุ 40 ปี สัญชาติกัมพูชา ตำรวจระบุว่านายเบนเป็นผู้ตัดสินใจและสั่งการ นายยิมควบคุมธนาคารและกองทุนที่ใช้เป็นช่องทางเงิน ผู้ต้องหาที่เหลือมีหน้าที่ถือผลประโยชน์แทน บริหารกองทุนในสิงคโปร์ และประสานงานเอกสาร ทีมข่าวยังไม่ได้ยืนยันรายละเอียดเหล่านี้กับหน่วยงานโดยตรง ประกาศของ ก.ล.ต. ระบุเพียงชื่อต้น ส่วนนามสกุลสงวนไว้
- ตำรวจระบุว่าเส้นทางเงินแบ่งเป็น 3 ช่วง เริ่มจากบัญชีส่วนตัว บัญชีครอบครัว และบัญชีนิติบุคคล ต่อมาในปี 2565 ถึง 2566 โอนจากบัญชีในกัมพูชาเข้าไทยแล้วส่งต่อกองทุนในสิงคโปร์ภายในไม่กี่วัน และในปี 2567 ถึง 2568 โอนจากธนาคาร B.I.C. ไปยังกองทุน CAI ในสิงคโปร์เป็นมูลค่าหลายหมื่นล้านบาท ก่อนกลับเข้าไทยในรูปเงินลงทุนต่างประเทศ
- ของกลางที่ตรวจยึดตามที่ Matichon และไทยแทบลอยด์รายงาน ได้แก่ สัญญากู้ยืมและสัญญาซื้อขายหุ้น เอกสารเกี่ยวกับกองทุน 6 แฟ้ม (ไทยแทบลอยด์ระบุว่าเป็นกองทุนหุ้นและกองทุนคริปโต) อุปกรณ์เก็บคริปโต Ledger พร้อมอุปกรณ์ยืนยันตัวตน 3 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ 5 เครื่อง คอมพิวเตอร์ 2 เครื่อง แท็บเล็ต 1 เครื่อง และแฟลชไดรฟ์ 1 อัน
- ทรัพย์สินที่ยึดอายัดก่อนหน้านี้ ตามที่สื่อทั้งสองรายงาน แบ่งเป็นหุ้นไทยมูลค่าเกิน 14,808 ล้านบาท กับเรือยอชต์ รถยนต์ เงินฝาก และที่ดินมูลค่าเกิน 21,000 ล้านบาท ซึ่งอยู่ในการพิจารณาของศาลแพ่ง และ ปปง. อยู่ระหว่างขั้นตอนคืนเงินให้ผู้เสียหาย
ตัวเลขและรายละเอียดที่สื่อยังรายงานไม่ตรงกัน
- จำนวนหมายจับ: ประกาศบนเว็บไซต์ ก.ล.ต. ที่ทีมข่าวเปิดอ่านในวันนี้ระบุว่า บก.ปอศ. ขอศาลออกหมายจับผู้ต้องหา 7 ราย ส่วนกรุงเทพธุรกิจ (13.20 น.) ซึ่งยกข้อความอีกฉบับมาระบุว่าออกหมายจับรายที่ 1 ถึง 6 แล้ว ทั้งหมดหลบหนีอยู่นอกประเทศ และรายที่ 7 คือนายณัฐกร ถูกเรียกมารับทราบข้อกล่าวหาเมื่อ 26 ตุลาคม Matichon และไทยแทบลอยด์ซึ่งรายงานการแถลงของตำรวจ ระบุตรงกับกรุงเทพธุรกิจ
- ท่าทีของนายณัฐกร: กรุงเทพธุรกิจรายงานว่าปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ขณะที่ Matichon รายงานว่าตำรวจแจ้งว่ารับสารภาพบางส่วนว่าเข้าไปบริหาร แต่ยังต้องตรวจสอบข้อมูลที่ยึดมา
- วันตรวจค้น: ประกาศ ก.ล.ต. ระบุ 27 ตุลาคม ส่วน Matichon และไทยแทบลอยด์ระบุ 26 ตุลาคม
- มูลค่ายึดอายัดรวม: Matichon พาดหัว 3.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งใกล้เคียงผลรวมของสองก้อนข้างต้น (14,808 ล้านบาทบวกกว่า 21,000 ล้านบาท) ส่วนหัวข่าวของ MGR Online ระบุเกิน 2.6 หมื่นล้านบาท และของไทยแทบลอยด์ระบุเกิน 2.1 หมื่นล้านบาท ทีมข่าวเปิดเนื้อหาของ MGR ไม่ได้ จึงยังไม่รู้ว่าตัวเลขต่างกันเพราะนับรายการต่างกันหรือเพราะอะไร ข่าวนี้อ้างตามรายละเอียดของ Matichon และไทยแทบลอยด์
- ช่วงปีของเส้นทางเงินช่วงแรก: Matichon ระบุ 2556 ถึง 2564 ไทยแทบลอยด์ระบุ 2562 ถึง 2564 ข่าวนี้จึงไม่ระบุปีของช่วงแรก
ก่อนหน้านี้ ก.ล.ต. เคยกล่าวโทษรายหนึ่งแล้ว
เมื่อ 11 มิถุนายน 2569 ก.ล.ต. กล่าวโทษนายยิม เลียก ต่อ บก.ปอศ. ว่าในฐานะผู้รับประโยชน์ที่แท้จริงของกองทุนแห่งหนึ่ง ไม่ได้รายงานการได้มาหุ้นเพิ่มทุน VGI ที่ทำให้สัดส่วนข้ามจุดร้อยละ 5 เมื่อ 3 ธันวาคม 2567 ตามแบบ 246-2 ภายใน 9 ธันวาคม 2567 ตามที่ Kaohoon รายงาน ประกาศ ก.ล.ต. วันที่ 27 ตุลาคมระบุเพียง "นายยิม" โดยไม่มีนามสกุล ทีมข่าวไม่ได้ยืนยันเองว่าเป็นบุคคลเดียวกับ "นายยิม" ในรายชื่อผู้ต้องหา ตามที่สื่อและตำรวจเรียกชื่อเต็มว่า ยิม เลียก
ราคาหุ้น 3 ตัวที่ถูกพาดพิง
ราคาล่าสุดจาก Yahoo Finance ช่วงบ่ายวันที่ 27 ตุลาคม ก่อนตลาดปิด เทียบราคาปิดวันที่ 26 ตุลาคม: VGI 1.10 บาท จาก 1.14 บาท (ลดราว 3.5%), BCP 50.75 บาท จาก 52.25 บาท (ลดราว 2.9%) และ MFC 23.30 บาท จาก 24.80 บาท (ลดราว 6.0%) ราคาเปลี่ยนได้ตลอดวัน ทีมข่าวยังไม่ได้ยืนยันว่าราคาที่ลดลงเกิดจากข่าวนี้ และยังไม่พบคำชี้แจงของ VGI ต่อตลาดหลักทรัพย์ในรายงานที่ตรวจ
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com:
เรื่องเครือข่ายที่ ปปง. เคยยึดทรัพย์ และการแชร์ข้อมูลเส้นทางการเงินระหว่างหน่วยงานที่เรารายงานไว้
👉 ปปง.ลุยยึดทรัพย์เครือข่ายสแกมเมอร์ “เฉิน จื้อ-ก๊ก อาน-เบน สมิธ” กว่าหมื่นล้าน ฟอกเงินผ่านคริปโต
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: ข่าว ก.ล.ต. ฉบับที่ 228/2569 (27 ต.ค. 2569), กรุงเทพธุรกิจ (27 ต.ค. 2569), ข่าวหุ้น Kaohoon (27 ต.ค. 2569), Matichon (27 ต.ค. 2569), ไทยแทบลอยด์ (27 ต.ค. 2569), ฐานเศรษฐกิจ (27 ต.ค. 2569), Kaohoon (11 มิ.ย. 2569), Yahoo Finance
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict
ข้อที่ตรวจได้ชัดจากประกาศของ ก.ล.ต. คือ ตำรวจกับ ก.ล.ต. ดำเนินคดีเรื่องการซ่อนเจ้าของหุ้น VGI และ ก.ล.ต. ยืนยันว่าบริษัทจดทะเบียนที่ถูกพาดพิงไม่ได้ทำผิด สำหรับผู้ถือหุ้นรายย่อยไทย ประเด็นที่แตะตัวเองคือหน้าที่รายงานและทำเทนเดอร์ ซึ่ง ก.ล.ต. อธิบายว่ามีไว้ให้รู้ว่าใครคุมกิจการจริงและได้โอกาสขายหุ้นอย่างเป็นธรรม ส่วนมุมคริปโต ตำรวจตรวจยึดอุปกรณ์ Ledger และเอกสารกองทุน แต่ทีมข่าวไม่พบรายงานว่ามีการระบุมูลค่าคริปโตที่เกี่ยวข้อง ขณะที่หน่วยงานชุดเดียวกัน คือ ก.ล.ต. ปปง. และตำรวจ เพิ่งแชร์ข้อมูลเส้นทางการเงินกันในกรอบที่เรารายงานไว้ ข้อที่ต้องรอ คือหมายจับที่ออกจริงกี่ราย ผู้ต้องหาที่หลบหนีอยู่ที่ไหน และคำชี้แจงของ VGI ต่อตลาดหลักทรัพย์
เนื้อหานี้เป็นข้อมูลข่าว ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com