หน่วยงานกำกับดูแลด้านการเงินของสหรัฐ ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (SEC) และ คณะกรรมการกำกับการซื้อขายล่วงหน้า (CFTC) เตรียมกลับมาดำเนินงานตามปกติหลังจากหยุดทำการไปนาน 43 วัน เนื่องจากภาวะชัตดาวน์ของรัฐบาลกลาง
เมื่อค่ำวันพุธที่ผ่านมา ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามในกฎหมายงบประมาณชั่วคราว ทำให้รัฐบาลกลับมาเปิดทำการอีกครั้ง โดยพนักงานของทั้งสองหน่วยงานถูกกำหนดให้กลับเข้าทำงานในวันถัดไปทันทีตามแผนปฏิบัติการของหน่วยงาน

การหยุดทำงานกระทบการกำกับคริปโตโดยตรง
ในช่วงชัตดาวน์ SEC และ CFTC ดำเนินงานด้วยจำนวนพนักงานจำกัด ส่งผลให้หลายกระบวนการสำคัญหยุดชะงัก เช่น
การตรวจสอบคำขอ ETF รวมถึง ETF สินทรัพย์ดิจิทัล
การกำกับดูแลตลาดและบังคับใช้กฎหมาย
การร่างกฎเกณฑ์ใหม่ด้านโครงสร้างตลาดคริปโต
CFTC ระบุว่าต้อง “หยุดการปฏิบัติงานส่วนใหญ่เกือบทั้งหมด” ยกเว้นงานจำเป็นเร่งด่วน ขณะที่ SEC สามารถดำเนินงานเพียงบางส่วนในขีดจำกัด
บริษัทด้านการเงินหลายแห่งฉวยช่วงเวลานี้ยื่นคำขอ IPO และ ETF ล่วงหน้า โดยคาดว่ารัฐบาลจะกลับมาเปิดทำการในไม่ช้า เพื่อให้คำขอของตน “เข้าคิวไว้ก่อน”
เสี่ยงงานค้างสะสม และอาจเกิด “ช่องโหว่กำกับดูแล”
ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย Jay Dubow ให้ความเห็นว่า การชัตดาวน์ซ้ำ ๆ อาจทำให้ “มีบางอย่างหลุดรอดการตรวจสอบ” และเพิ่มความเสี่ยงต่อการกำกับดูแลที่ไม่ต่อเนื่อง
ทั้งสองหน่วยงานยังคงเข้าร่วมสัมมนาและพูดคุยเรื่องคริปโตในช่วงชัตดาวน์ แต่ถูกจำกัดความสามารถในการดำเนินงานเชิงลึก
ก่อนชัตดาวน์สิ้นสุด SEC ยังประกาศแผนเตรียมพิจารณา “Token Taxonomy” ใหม่ เพื่อนิยามความชัดเจนของสินทรัพย์ดิจิทัล โดยยึดกรอบ Howey Test เป็นแกนหลัก
CFTC อาจมีประธานคนใหม่
Michael Selig หัวหน้าฝ่ายกฎหมายของ SEC’s Crypto Task Force เตรียมเข้ารับการพิจารณาจากวุฒิสภาในฐานะผู้ถูกเสนอชื่อเป็นประธาน CFTC คนใหม่
ถ้าได้รับการแต่งตั้ง เขาจะสืบทอดตำแหน่งจาก Caroline Pham แต่ CFTC ยังขาดคณะกรรมาธิการอีก 4 จาก 5 คน ซึ่งสะท้อนความท้าทายเชิงโครงสร้างในหน่วยงานนี้
บทสรุป
การเปิดทำการของ SEC และ CFTC อีกครั้งหลังภาวะชัตดาวน์เป็นสัญญาณบวกต่อตลาดคริปโต เนื่องจากงานสำคัญหลายอย่าง เช่น การตรวจสอบ ETF, การกำกับดูแลตลาด และการปรับโครงสร้างกฎหมายสินทรัพย์ดิจิทัล จะกลับมาดำเนินต่อได้เต็มรูปแบบ
อ้างอิง : cointelegraph.com
ภาพ coincodex.com