สหรัฐอเมริกา กลับมาเปิดทำการอย่างเป็นทางการ หลังจาก โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ประธานาธิบดีสหรัฐ ลงนามรับรอง ร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราว (Funding Bill) ที่ผ่านจากสภาคองเกรส เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ทำให้สิ้นสุดการปิดทำการของรัฐบาลกลางที่ยาวนานถึง 43 วัน — ซึ่งถือเป็นชัตดาวน์ที่ยาวที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศ
เบื้องหลังชัตดาวน์ที่ยาวที่สุดในประวัติศาสตร์
ร่างกฎหมายฉบับนี้ผ่านการเห็นชอบจาก วุฒิสภา (Senate) เมื่อวันจันทร์ และได้รับการอนุมัติจาก สภาผู้แทนราษฎร (House of Representatives) ในวันพุธ ก่อนส่งต่อให้ทรัมป์ลงนามอย่างเป็นทางการ
ปัญหาหลักที่ทำให้ร่างกฎหมายล่าช้า มาจากประเด็น งบประมาณด้านสาธารณสุข (Healthcare Funding) ซึ่งพรรคเดโมแครตต้องการเพิ่มการสนับสนุนทันที ขณะที่พรรครีพับลิกันเสนอให้พิจารณาภายหลังจากผ่านร่างงบประมาณแล้ว
หลังลงนาม ทรัมป์ให้สัมภาษณ์ว่า เขา “พร้อมจะร่วมมือกับเดโมแครต” เพื่อหาทางออกที่ดีที่สุดต่อระบบสาธารณสุขของประเทศ
“ผมยินดีทำงานร่วมกับทุกฝ่าย รวมถึงพรรคตรงข้าม เราทำได้ดีกว่านี้อีกมากในเรื่องระบบสุขภาพ” — ทรัมป์ กล่าว
งบประมาณชั่วคราวถึงสิ้นเดือนมกราคม 2026
ร่างกฎหมายงบประมาณที่ผ่านการอนุมัติในครั้งนี้ จะช่วยให้รัฐบาลกลับมาดำเนินงานได้ตามปกติจนถึง วันที่ 30 มกราคม 2026 เพื่อเปิดทางให้ทั้งสองพรรคมีเวลาเจรจาและจัดทำ งบประมาณระยะยาว (Long-term Funding Plan) ต่อไป
แม้ชัตดาวน์จะสิ้นสุดลง แต่สถานการณ์ทางการเมืองในวอชิงตันยังคงเปราะบาง เนื่องจากยังมีหลายประเด็นสำคัญที่รอการพิจารณา ทั้งการจัดสรรงบประมาณระยะยาว การปฏิรูประบบสุขภาพ และการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจใหม่ของรัฐบาลทรัมป์
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและภาคเทคโนโลยี
การสิ้นสุดชัตดาวน์ถือเป็นข่าวดีต่อเศรษฐกิจสหรัฐ โดยเฉพาะภาคเทคโนโลยีและคริปโต ที่ได้รับผลกระทบจากการหยุดดำเนินงานของหน่วยงานรัฐ เช่น SEC (สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์) และ CFTC (คณะกรรมการกำกับการซื้อขายล่วงหน้า) ซึ่งต้องเลื่อนการพิจารณาโครงการสินทรัพย์ดิจิทัลออกไปในช่วงที่ผ่านมา
นักวิเคราะห์คาดว่า เมื่อรัฐบาลกลับมาทำงานตามปกติ การพิจารณากฎหมายเกี่ยวกับ โครงสร้างตลาดคริปโต (Market Structure Bill) จะเดินหน้าต่อได้เร็วขึ้น และอาจเป็นแรงหนุนต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนในช่วงปลายปี
การลงนามของประธานาธิบดีทรัมป์ครั้งนี้ ไม่เพียงยุติภาวะชัตดาวน์ที่สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจนับพันล้านดอลลาร์ แต่ยังส่งสัญญาณบวกถึงตลาดโลกว่า รัฐบาลสหรัฐกำลังกลับมาเดินเครื่องอีกครั้ง และพร้อมสร้างเสถียรภาพให้กับทั้งเศรษฐกิจและภาคการเงินดิจิทัล
อ้างอิง : cointelegraph.com