จีนรุกหนัก! แพลตฟอร์ม mBridge โต 2,500 เท่า ท้าทายระบบชำระเงินดอลลาร์สหรัฐ
โครงการ mBridge ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง (mCBDC) สำหรับการชำระเงินข้ามพรมแดนที่นำโดยประเทศจีน กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว ล่าสุดรายงานจากสำนักข่าวรอยเตอร์ระบุว่า แพลตฟอร์มดังกล่าวประมวลผลธุรกรรมสะสมไปแล้วมากกว่า 5.55 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.8 ล้านล้านบาท ซึ่งถือเป็นการเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลถึง 2,500 เท่าเมื่อเทียบกับปี 2022
พลังของดิจิทัลหยวนและการขยายตัวของระบบนิเวศ mBridge
ความสำเร็จของ mBridge ในปัจจุบันถูกขับเคลื่อนด้วย เงินหยวนดิจิทัล (e-CNY) ของจีนเป็นหลัก โดยพบว่ามีสัดส่วนสูงถึง 95% ของปริมาณการชำระเงินทั้งหมดบนแพลตฟอร์ม ปัจจุบันโปรเจกต์นี้เป็นการร่วมมือกันระหว่างธนาคารกลางจากหลายแห่ง ได้แก่ จีนแผ่นดินใหญ่, ฮ่องกง, ไทย, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และซาอุดีอาระเบีย
การเติบโตนี้เกิดขึ้นพร้อมกับความพยายามของรัฐบาลปักกิ่งในการสร้างทางเลือกใหม่ให้กับระบบการชำระเงินโลกที่เดิมต้องพึ่งพาเงินดอลลาร์สหรัฐเป็นหลัก นอกจากนี้ ธนาคารกลางจีนยังได้ปรับเปลี่ยนสถานะของ e-CNY จาก "เงินสดดิจิทัล" สู่ "เงินฝากดิจิทัล" ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2026 โดยอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์จ่ายดอกเบี้ยให้กับผู้ถือครองหยวนดิจิทัลได้ ซึ่งช่วยกระตุ้นการใช้งานในระดับมหภาคได้เป็นอย่างดี
ความขัดแย้งและการคานอำนาจระหว่างตะวันออกและตะวันตก
ประเด็นที่น่าจับตามองคือการที่ธนาคารเพื่อการชำระเงินระหว่างประเทศ (BIS) ได้ประกาศถอนตัวออกจากโปรเจกต์ mBridge อย่างกะทันหันในช่วงปลายปี 2024 โดยนาย ออกุสติน คาร์สเตนส์ (Agustín Carstens) ผู้จัดการทั่วไปของ BIS ระบุว่าเป็นการ "จบการศึกษา" ของโครงการ แต่หลายฝ่ายมองว่าเป็นการแยกตัวเพื่อลดความเสี่ยงจากการถูกนำไปใช้หลบเลี่ยงการคว่ำบาตรของกลุ่ม BRICS
ในขณะนี้ BIS ได้หันไปให้ความสำคัญกับ Project Agorá ซึ่งเป็นโครงการคู่แข่งที่รวมกลุ่มธนาคารกลางฝั่งตะวันตกเข้าด้วยกัน เช่น ธนาคารกลางสหรัฐฯ สาขานิวยอร์ก, ธนาคารแห่งอังกฤษ และธนาคารแห่งประเทศญี่ปุ่น เพื่อพัฒนาระบบชำระเงินดิจิทัลในแบบของตัวเอง แม้ผู้เชี่ยวชาญจะมองว่า mBridge อาจยังไม่สามารถล้มล้างอำนาจดอลลาร์ได้ในทันที แต่นี่คือจุดเริ่มต้นของการกัดเซาะอิทธิพลของเงินดอลลาร์ในเวทีโลกอย่างมีนัยสำคัญ
อ้างอิง : theblock.co
Tag : e-CNY