อดีตซีอีโอ FTX อย่าง Sam Bankman-Fried (SBF) กลับมาเป็นประเด็นร้อนบนโซเชียลอีกครั้ง หลังออกมา ชมเชยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ใช้อำนาจอภัยโทษให้กับอดีตประธานาธิบดีฮอนดูรัส Juan Orlando Hernández — ขณะตัวเองกำลังพยายามขออภัยโทษจากทรัมป์ในคดีฉ้อโกงครั้งประวัติศาสตร์ของวงการคริปโต
SBF ซึ่งถูกตัดสินจำคุก 25 ปี จากข้อหาฉ้อโกงและสมคบคิดยักยอกเงินลูกค้าจำนวนหลายพันล้านดอลลาร์จาก FTX ที่ล้มละลายในปี 2022 ปัจจุบันกำลังอยู่ระหว่างการยื่นอุทธรณ์ และใช้ช่องทางโซเชียลมีเดียเป็น “เวที” สื่อสารกับสาธารณะผ่านคนใกล้ชิดที่โพสต์แทน
SBF โพสต์ชมทรัมป์: “ดีใจที่ Juan Orlando เป็นอิสระ”
ภายหลังมีรายงานว่า ทรัมป์ใช้อำนาจอภัยโทษให้ Juan Orlando Hernández ที่เคยถูกตัดสินจำคุก 45 ปีในข้อหาเกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติด SBF ก็ออกมาโพสต์บน X (Twitter เดิม) ว่า
ผมดีใจมากที่ Juan Orlando ได้รับอิสรภาพ มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่คู่ควรมากกว่าเขา
พร้อมเล่าว่าตัวเองเคยพบ Hernández และมองว่า “เป็นหนึ่งในคนที่ใจดีที่สุดและทุ่มเทที่สุดคนหนึ่ง”
ท่าทีดังกล่าวสร้างกระแสวิจารณ์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะ SBF เองก็กำลังหวังพึ่งอำนาจอภัยโทษจากทรัมป์เช่นกัน หลังถูกตัดสินว่ามีความผิดจากการใช้เงินลูกค้าไปลงทุนและบริจาคทางการเมือง
จากผู้บริจาคช่วยไบเดนต้านทรัมป์ → สู่คนที่หวังพึ่งอภัยโทษจากทรัมป์
จุดที่ทำให้โอกาสได้รับอภัยโทษของ SBF ถูกมองว่า “ริบหรี่” คือ ประวัติการเมืองของเขาเอง
ในการเลือกตั้งปี 2020 SBF เป็นหนึ่งใน ผู้บริจาครายใหญ่ให้กับแคมเปญของ Joe Biden
เขาบริจาคเงินหลายล้านดอลลาร์เพื่อช่วย “หยุดทรัมป์” จากการกลับเข้าสู่ทำเนียบขาว
วันนี้ สถานการณ์กลับตาลปัตร เมื่อ SBF ต้องมาขออภัยโทษจากผู้นำที่เขาเคยสนับสนุนให้แพ้เลือกตั้ง ทำให้หลายฝ่ายตั้งคำถามว่า ทรัมป์จะมีแรงจูงใจแค่ไหนในการช่วยเหลือเขา
ขณะเดียวกัน พ่อแม่ของเขา Joseph Bankman และ Barbara Fried ก็มีรายงานว่าช่วยผลักดันแนวทางขออภัยโทษให้ลูกชาย รวมถึงพยายามอ้างอิงกรณีของบุคคลในวงการคริปโตคนอื่น ๆ เช่น Changpeng Zhao (CZ) อดีตซีอีโอ Binance ที่เคยถูกพูดถึงเรื่องอภัยโทษเช่นกัน
กระบวนการอุทธรณ์ของ SBF
ในทางกฎหมาย คดีของ SBF ยังไม่จบ เขาได้ยื่นเรื่องต่อ ศาลอุทธรณ์สหรัฐฯ เขตที่สอง (Second Circuit) เพื่อขอให้พิจารณาคดีใหม่ โดยคาดว่าศาลจะใช้เวลาพิจารณาค่อนข้างนาน และอาจไม่มีคำตัดสินเรื่องการไต่สวนใหม่จนกว่าจะถึงปีหน้า
ในระหว่างนี้ SBF ใช้โซเชียลมีเดียเป็นเครื่องมือ:
ยืนยันซ้ำ ๆ ว่า FTX “ไม่ล้มละลายจริง” ในตอนที่ล้ม
กล่าวหาว่าทีมผู้ดูแลทรัพย์สินของ FTX ปัจจุบัน “บริหารจัดการผิดพลาด” หรือ “เก็บเงินไว้โดยไม่คืนลูกค้าเท่าที่ควร”
พยายามเล่าเรื่องว่า ตัวเองไม่ได้โกง แต่เป็นการบริหารความเสี่ยงที่ผิดพลาดและถูกจัดการต่อเนื่องอย่างไม่เป็นธรรม
แม้ narrative เหล่านี้อาจช่วยเรียกเสียงเห็นใจจากบางส่วนของชุมชนคริปโต แต่ในเชิงกฎหมาย คณะลูกขุนและศาลชั้นต้นได้ชี้ชัดแล้วว่าเขามีความผิด จากการใช้เงินลูกค้าผิดวัตถุประสงค์
สรุป: SBF พยายามเขียนตอนจบใหม่ แต่โอกาสยังริบหรี่
ในตอนนี้ Sam Bankman-Fried ยังต้องรับโทษจำคุก 25 ปี ตามคำพิพากษาเดิม โดยหวัง 2 ทางหลักคือ
ชนะการอุทธรณ์ และได้รับสิทธิในการพิจารณาคดีใหม่
ได้รับ อภัยโทษจากประธานาธิบดีทรัมป์ ซึ่งในมุมมองของผู้สังเกตการณ์จำนวนมาก ยังเป็นไปได้ยาก ด้วยประวัติการบริจาคช่วยคู่แข่งทางการเมืองในอดีต
ขณะที่เขาโพสต์ชื่นชมการอภัยโทษให้ผู้นำต่างชาติอย่าง Juan Orlando Hernández และพยายามสื่อสารว่าตัวเองสมควรได้รับโอกาสใหม่เช่นกัน สังคมก็ยังตั้งคำถามสำคัญว่า
เหยื่อที่เสียเงินไปกับ FTX ได้รับ “ความยุติธรรมเพียงพอแล้วหรือยัง?”
และถ้า SBF ได้รับอภัยโทษจริง ๆ จะส่งสัญญาณแบบไหนต่อวงการคริปโตและระบบกฎหมายสหรัฐฯ?
อ้างอิง : theblock.co