ดับฝันอิสรภาพ! ศาลอุทธรณ์ยกคำร้อง Sam Bankman-Fried ยืนยันโทษจำคุก 25 ปี คดีโกง FTX
แซม แบงก์แมน-ฟรีด อดีต CEO ของ FTX (อดีตเว็บเทรดคริปโตรายใหญ่อันดับต้นๆ ของโลกที่ล้มละลายในปี พ.ศ. 2565) ยื่นอุทธรณ์ขอให้ศาลกลับคำพิพากษาคดีฉ้อโกง แต่คณะผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาคที่ 2 ของสหรัฐฯ ในนครนิวยอร์ก มีมติเอกฉันท์ยกคำร้อง ยืนโทษจำคุก 25 ปีตามเดิม พูดง่ายๆ ก็คือ ความหวังสุดท้ายของเขาตอนนี้เหลือเพียงการขออภัยโทษจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เท่านั้น
⚖️ ศาลชี้หลักฐานฝ่ายรัฐ "หนักแน่น" แม้ประเมินอย่างระมัดระวังแล้ว
คณะผู้พิพากษา 3 คนของศาลอุทธรณ์ภาคที่ 2 ของสหรัฐฯ (2nd US Circuit Court of Appeals) ในแมนฮัตตัน นครนิวยอร์ก มีคำวินิจฉัยเป็นเอกฉันท์ปฏิเสธคำร้องของแซม แบงก์แมน-ฟรีด ที่ขอให้กลับคำพิพากษาคดีฉ้อโกงและโทษจำคุก 25 ปี ซึ่งเชื่อมโยงกับการล่มสลายของ FTX โดยศาลระบุว่าพยานหลักฐานในคดีของฝ่ายรัฐบาลนั้น "หนักแน่น แม้จะประเมินอย่างระมัดระวังที่สุดแล้วก็ตาม" ตามรายงานของ Reuters
ผู้พิพากษาแบร์ริงตัน พาร์กเกอร์ (Barrington Parker) เขียนไว้ในคำวินิจฉัยว่า ในขณะที่แบงก์แมน-ฟรีดออกมาให้ความมั่นใจต่อสาธารณะแก่ลูกค้า นักลงทุน และหน่วยงานกำกับดูแลว่าเงินของลูกค้า FTX นั้นปลอดภัย เขากลับใช้ FTX เสมือน "กระปุกออมสินส่วนตัว" นำเงินของลูกค้าไปใช้จ่ายกับอสังหาริมทรัพย์ การบริจาคทางการเมือง และการลงทุนต่างๆ ไปพร้อมกัน
ทั้งนี้ แบงก์แมน-ฟรีดถูกตัดสินจำคุก 25 ปีเมื่อปี พ.ศ. 2567 หลังถูกพิพากษาว่ามีความผิดในข้อหาฉ้อโกงและสมคบคิด จากเหตุการณ์ล่มสลายของ FTX ที่สร้างความเสียหายมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์
🇺🇸 เดิมพันสุดท้ายอยู่ที่ "อภัยโทษ" จากทรัมป์ แต่โอกาสริบหรี่
คำตัดสินครั้งนี้เกิดขึ้นในจังหวะที่แบงก์แมน-ฟรีดกำลังเดินเกมอีกช่องทางหนึ่งเพื่อล้มคำพิพากษา นั่นคือการยื่นคำร้องขออภัยโทษ (Presidential Pardon — อำนาจของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในการยกโทษให้ผู้ต้องคำพิพากษา) อย่างเป็นทางการต่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยคำร้องดังกล่าวปรากฏบนเว็บไซต์สำนักงานทนายความด้านการอภัยโทษ กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ เมื่อช่วงต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา
ในการให้สัมภาษณ์กับ Fox Business เมื่อไม่นานมานี้ แบงก์แมน-ฟรีดยอมรับว่าเขากำลังขออภัยโทษจากทรัมป์ "อย่างแน่นอน" อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้รับการสนับสนุนจากประธานาธิบดีมากนัก เพราะทรัมป์เคยให้สัมภาษณ์กับ The New York Times เมื่อเดือนมกราคมว่า ไม่มีแผนจะอภัยโทษให้แบงก์แมน-ฟรีด ขณะที่โฆษกทำเนียบขาวก็ปฏิเสธที่จะแสดงความเห็นต่อคำร้องดังกล่าว โดยอ้างถึงคำพูดก่อนหน้าของประธานาธิบดีเมื่อ Bloomberg สอบถามไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
🔓 ทรัมป์เคยอภัยโทษคนดังวงการคริปโตมาแล้ว
ถึงกระนั้น ทรัมป์ก็เคยแสดงให้เห็นว่าพร้อมจะอภัยโทษให้บุคคลที่มีชื่อเสียงมาแล้ว รวมถึงกรณีของรอสส์ อัลบริชต์ (Ross Ulbricht) ผู้ก่อตั้ง Silk Road (ตลาดมืดออนไลน์บน Dark Web ที่ใช้ Bitcoin เป็นช่องทางชำระเงินหลัก) ซึ่งได้รับการอภัยโทษไม่นานหลังทรัมป์กลับเข้ารับตำแหน่ง
โดยก่อนหน้านั้น อัลบริชต์ถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต 2 กระทง บวกเพิ่มอีก 40 ปี ก่อนที่ทรัมป์จะอภัยโทษให้ในเดือนมกราคม พ.ศ. 2568
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com:
กรณี FTX ยังคงเป็นบทเรียนสำคัญเรื่องความเสี่ยงของการฝากสินทรัพย์ไว้กับตัวกลาง ที่เราเคยหยิบยกมาวิเคราะห์ไว้ก่อนหน้านี้
👉 ถอดบทเรียน 'อาม่าโดนเชิด 13 ล้าน' เมื่อระบบธนาคารล้มเหลว ปูทางสู่ทางรอดเดียวคือ Self-Custody
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: Cointelegraph, Reuters / ภาพ foxbusiness.com
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict คำตัดสินของศาลอุทธรณ์ครั้งนี้ถือเป็นการปิดประตูทางกฎหมายเกือบทุกบานของแซม แบงก์แมน-ฟรีด และตอกย้ำว่าระบบยุติธรรมสหรัฐฯ เอาจริงกับการฉ้อโกงในอุตสาหกรรมคริปโต ซึ่งในมุมหนึ่งก็เป็นผลดีต่อความเชื่อมั่นของตลาดในระยะยาว เพราะการลงโทษผู้กระทำผิดอย่างจริงจังช่วยแยก "คนโกง" ออกจาก "เทคโนโลยี" ได้ชัดเจนขึ้น ส่วนเกมขออภัยโทษจากทรัมป์นั้นน่าจับตามองไม่น้อยเลยทีเดียว แม้โอกาสจะดูริบหรี่ แต่ประวัติการอภัยโทษคนดังในวงการคริปโตของทรัมป์ก็ทำให้เรื่องนี้ยังไม่จบง่ายๆ
🏷️ Tags / คีย์เวิร์ด SEO แซม แบงก์แมน-ฟรีด Sam Bankman-Fried FTX ศาลอุทธรณ์สหรัฐ คดีฉ้อโกงคริปโต อภัยโทษทรัมป์ SBF จำคุก 25 ปี Presidential Pardon
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com