Stablecoin คือ "ChatGPT moment" ของโลกการเงิน! — ซีอีโอ Ripple มั่นใจ!
Brad Garlinghouse ซีอีโอของ Ripple (บริษัทฟินเทคและโปรโตคอลการชำระเงินข้ามพรมแดน) ออกมาระบุว่า Stablecoin กำลังจะเป็น "ChatGPT Moment" ของโลกคริปโตสำหรับภาคธุรกิจ โดยเขาชี้ว่าผู้บริหารระดับ C-Suite ทั่วโลกกำลังถามทีมการเงินของตนอย่างจริงจังว่า "เราจะทำอะไรกับ Stablecoin?" ซึ่งคำถามนี้กำลังนำพาบริษัทต่างๆ เข้าสู่ระบบนิเวศ Blockchain อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้นเรื่อยๆ
เมื่อกรรมการบอร์ดเริ่มถามเรื่อง Stablecoin
ในการให้สัมภาษณ์กับ FOX Business เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา Garlinghouse อธิบายว่าความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดในตอนนี้ไม่ใช่เรื่องของนักลงทุนรายย่อย แต่เป็นเรื่องของห้องประชุมบอร์ดบริษัทใหญ่
"ไม่ว่าจะเป็น Fortune 500 หรือ Fortune 2000 ตอนนี้ CEO และกรรมการบริษัทต่างหันมาถาม Treasurer และ CFO ของตนว่า เราจะทำอะไรกับ Stablecoin บ้าง
Garlinghouse บอกว่าสิ่งสำคัญคือการ "Unlock ทางเลือกนั้น" ให้กับฝ่ายการเงินขององค์กร และนั่นจะเป็น "ChatGPT Moment ของโลกคริปโต" เพราะมันจะเป็นประตูบานแรกที่พาองค์กรเข้าสู่บริการบน Blockchain ที่หลากหลายมากขึ้น
พูดง่ายๆ ก็คือ เหมือนตอนที่ ChatGPT ทำให้ทุกบริษัทหันมาคิดเรื่อง AI จริงจัง — Stablecoin กำลังจะทำแบบเดียวกันกับโลกการชำระเงินและการเงินองค์กร
ตัวเลขที่บอกว่า Stablecoin ไม่ใช่แค่กระแส
ปริมาณธุรกรรม Stablecoin ในปีที่ผ่านมาอยู่ที่ มากกว่า 33 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งตัวเลขนี้บ่งชี้ว่า Stablecoin ไม่ใช่สินทรัพย์เก็งกำไรอีกต่อไป แต่กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินที่ใช้งานจริงในระดับสถาบัน
อย่างไรก็ตาม Garlinghouse ยอมรับว่าเกือบ 90% ของปริมาณนั้นมาจากสองราย คือ Tether USDt และ Circle USDC (Stablecoin ที่ผูกมูลค่ากับดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งยังเป็นผู้ครองตลาดอย่างเบ็ดเสร็จ
Bloomberg Intelligence เคยพยากรณ์ตั้งแต่ต้นปีว่า ปริมาณธุรกรรม Stablecoin อาจเติบโตในอัตรา CAGR (อัตราการเติบโตต่อปีแบบทบต้น) ที่ 80% และอาจแตะระดับ 56.6 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2030 ซึ่งจะทำให้ Stablecoin เป็นหนึ่งในเครื่องมือชำระเงินที่สำคัญที่สุดในโลก
Ripple เดินหน้าทุกด้าน — จาก RLUSD ถึงการซื้อกิจการพันล้าน
Ripple เองก็ไม่ได้นั่งดู โดยได้เปิดตัว Ripple USD (RLUSD) ในเดือนธันวาคม 2024 ซึ่งปัจจุบัน RLUSD ติดอันดับ Top 10 Stablecoin ตามมูลค่าตลาด ที่ระดับ 1.4 พันล้านดอลลาร์ ตามข้อมูลจาก CoinGecko
นอกจากนี้ในปีที่ผ่านมา Ripple ยังเสริมความแข็งแกร่งให้โครงสร้างพื้นฐานด้วยการซื้อกิจการสำคัญ 2 รายการ:
- Hidden Road (บริษัท Prime Brokerage สำหรับสถาบัน) มูลค่า 1.25 พันล้านดอลลาร์
- GTreasury (แพลตฟอร์มบริหารคลังเงินองค์กร) มูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์
Garlinghouse ระบุว่าทั้งสองดีลนี้กำลังส่งผล และ Ripple กำลังจะมี "ไตรมาสที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์"
ปัจจัยกฎหมาย: CLARITY Act ตัวเร่งสำคัญ
Garlinghouse ยังพูดถึง CLARITY Act (ร่างกฎหมายที่เสนอเพื่อกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลและโครงสร้างตลาดในสหรัฐฯ) โดยระบุว่าหากร่างกฎหมายนี้ผ่านสภาคองเกรสและถูกลงนามเป็นกฎหมาย จะเป็นตัวเร่งสำคัญให้ทั้ง Stablecoin และการนำ Blockchain มาใช้ในวงกว้างเกิดขึ้นเร็วขึ้น
เขายังเตือนถึงความเสี่ยงด้านกฎเกณฑ์ โดยแสดงความกังวลว่าไม่อยากเห็น "Gary Gensler Moment" (อ้างอิงถึงอดีตประธาน SEC ที่มีท่าทีแข็งกร้าวต่ออุตสาหกรรมคริปโต) เกิดขึ้นอีก ซึ่งจะ "ทำให้นโยบายกลายเป็นอาวุธทางการเมืองแทนที่จะเป็นประโยชน์ต่อสหรัฐฯ"
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com เหตุการณ์นี้สืบเนื่องจากที่เราเคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้
👉 Mastercard จับมือ Ripple, Gemini ทดลองใช้ Stablecoin RLUSD บน XRPL ชำระธุรกรรมบัตรเครดิต
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: FOX Business / CoinTelegraph ภาพ fortune.com
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict สิ่งที่ Garlinghouse พูดสะท้อนสัญญาณที่เห็นชัดขึ้นทุกวัน นั่นคือ Stablecoin กำลังเดินออกจากวงการเก็งกำไรเข้าสู่โต๊ะทำงานของ CFO ทั่วโลก ตัวเลข 33 ล้านล้านดอลลาร์ในปีเดียวพิสูจน์ว่าเรื่องนี้ไม่ใช่แค่วิสัยทัศน์อีกต่อไป หาก CLARITY Act ผ่านและกรอบกฎหมายสหรัฐฯ ชัดเจนขึ้น ก็น่าจับตาว่าบริษัทไทยและเอเชียจะเริ่มหันมาพิจารณาการชำระเงินผ่าน Stablecoin จริงจังในเร็วๆ นี้เช่นกัน
Tags / คีย์เวิร์ด SEO: Stablecoin, Ripple, Brad Garlinghouse, RLUSD, การชำระเงิน Blockchain, CLARITY Act, ChatGPT Moment คริปโต, Tether USDC
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com