Bitcoin Addict - ข่าวสารและบทความคริปโต

ซีอีโอของ Ripple เผยความลับ เคยวางแผนยุบกิจการ-แจกเหรียญ XRP ให้ผู้ถือหุ้นหนีภัย SEC
13 July 2026ข่าวคริปโตโดย Rawiwarn Owattasanee

ซีอีโอของ Ripple เผยความลับ เคยวางแผนยุบกิจการ-แจกเหรียญ XRP ให้ผู้ถือหุ้นหนีภัย SEC

แบรด การ์ลิงเฮาส์ (Brad Garlinghouse) ซีอีโอของ Ripple เพิ่งออกมาเปิดเผยว่า หลังถูก SEC (สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ) ฟ้องในปี พ.ศ. 2563 ทีมผู้บริหารเคยคิดจะ "ปิดบริษัท" แล้วแจกเหรียญ XRP คืนให้ผู้ถือหุ้นเพื่อจบคดี แต่สุดท้ายเลือกสู้ต่อเพราะไม่อยากให้พนักงานหลายร้อยคนตกงาน โดยเจ้าตัวเผยข้อมูลนี้ระหว่างพูดที่มหาวิทยาลัยแคนซัสเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

 

⚖️ ทางเลือกที่ "ง่ายกว่า" คือการยอมแพ้

 

การ์ลิงเฮาส์เล่าว่า เมื่อต้องเผชิญหน้ากับหน่วยงานรัฐที่เขาบรรยายว่ามี "อำนาจและทรัพยากรไม่จำกัด" ทางออกที่ง่ายที่สุดคือการเลิกกิจการ

 

เนื่องจาก Ripple ถือครองเหรียญ XRP ไว้เป็นจำนวนมาก บริษัทสามารถกระจายเหรียญเหล่านั้นคืนให้ผู้ถือหุ้นตามสัดส่วน (pro rata) แล้วยุบบริษัททิ้ง ซึ่งเท่ากับเป็นการปิดคดีไปโดยปริยาย เพราะเมื่อไม่มีบริษัท ก็ไม่มีจำเลยให้ฟ้องอีกต่อไป

 

แต่เขากับผู้ร่วมก่อตั้ง คริส ลาร์เซน (Chris Larsen) ตัดสินใจสู้ เพราะการปิดบริษัทหมายถึงการที่พนักงานหลายร้อยชีวิตต้องตกงาน "ในมุมมองย้อนหลังผมดีใจที่เลือกทางนี้ แต่ตอนนั้นมันไม่ใช่คำตอบที่ชัดเจนเลย" การ์ลิงเฮาส์กล่าว

 

💸 ศึกกฎหมาย 4 ปี ค่าเสียหายกว่า 150 ล้านดอลลาร์

 

SEC ยื่นฟ้อง Ripple ในปี พ.ศ. 2563 โดยกล่าวหาว่าบริษัทขาย XRP ในฐานะ "หลักทรัพย์ที่ไม่ได้จดทะเบียน" พร้อมทั้งระบุชื่อการ์ลิงเฮาส์และลาร์เซนเป็นจำเลยส่วนตัวด้วย

 

การ์ลิงเฮาส์ระบุว่า เขาเคยพบเจ้าหน้าที่ SEC ถึง 4 ครั้งในช่วงปี พ.ศ. 2560–2562 โดยไม่มีทนายความไปด้วย และไม่เคยได้รับการเตือนเลยว่า XRP อาจถูกตีความเป็นหลักทรัพย์ ประสบการณ์นี้เองที่ทำให้เขามองว่าบริษัทถูกปฏิเสธ "กติกาที่ชัดเจน" มาตั้งแต่ต้น

 

สำหรับค่าใช้จ่ายในการต่อสู้คดีตลอด 4 ปี เขาเปิดเผยตัวเลขเป็นครั้งแรกว่าอยู่ที่ราว 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 4.99 พันล้านบาท) ซึ่งถือเป็นการเปิดเผยต่อสาธารณะครั้งแรกของตัวเลขนี้

 

🏆 บทสรุปคดีและชัยชนะของ Ripple

 

ในที่สุด Ripple ก็เป็นฝ่ายชนะ เมื่อผู้พิพากษา อนาลิซา ทอร์เรส (Analisa Torres) วินิจฉัยว่าตัวเหรียญ XRP เองไม่ถือเป็นหลักทรัพย์ ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะถอนอุทธรณ์และยุติคดีอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2568 หลังรัฐบาลทรัมป์แต่งตั้งผู้บริหาร SEC ชุดใหม่ที่มีท่าทีผ่อนปรนต่อวงการคริปโตมากขึ้น

 

📌 หมายเหตุบรรณาธิการ (เพื่อความโปร่งใส): หลังข่าวนี้แพร่สะพัด เดวิด ชวาร์ตซ์ (David Schwartz) อดีต CTO ของ Ripple ได้ออกมาโต้แย้งบางสำนักข่าวที่พาดหัวในเชิง "ยอมจำนน" โดยยืนยันว่าคำพูดก่อนหน้าของเขาถูกตีความคลาดเคลื่อน และเขา "ไม่เคยพูดว่าแบรดพิจารณาปิดบริษัทอย่างจริงจัง" ทั้งนี้ นอกจากค่าทนายแล้ว คดีนี้ยังจบลงด้วยค่าปรับทางแพ่งราว 125 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 4.16 พันล้านบาท) ตามที่เคยรายงานไว้ก่อนหน้า

 

📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com เหตุการณ์นี้สืบเนื่องจากที่เราเคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้
👉 ศาลสหรัฐฯ ปัดลดค่าปรับ Ripple! ยัน 125 ล้านดอลลาร์คือบทเรียนจากการขาย XRP ผิดกฎหมาย
👉 XRP กลับขึ้นมาเป็น Crypto ที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 อีกครั้ง
👉 Ripple (XRP) คืออะไร? อนาคตจะเป็นยังไง น่าลงทุนมั้ย
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: CoinDesk / ภาพ 247wallst.com

 

💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict คำสารภาพครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า แม้แต่บริษัทระดับแนวหน้าของวงการก็เคยเดินมาถึงจุดที่เกือบต้องปิดตัวเพราะความไม่ชัดเจนของกฎเกณฑ์ ประเด็นที่การ์ลิงเฮาส์เน้นย้ำเรื่อง "การกำกับดูแลด้วยการฟ้องร้อง (regulation by enforcement)" จึงเป็นบทเรียนสำคัญที่หลายฝ่ายในอุตสาหกรรมยังพูดถึงจนถึงวันนี้ การที่คดียุติลงพร้อมท่าทีที่เปิดกว้างขึ้นของหน่วยงานกำกับ ถือเป็นพัฒนาการที่น่าจับตามองต่อไปสำหรับความชัดเจนเชิงกฎหมายของสินทรัพย์ดิจิทัลในสหรัฐฯ

 

🏷️ Tags / คีย์เวิร์ด SEO: Ripple, XRP, Brad Garlinghouse, SEC, คดี Ripple SEC, การ์ลิงเฮาส์, คริปโตกฎหมาย, unregistered security

หมายเหตุ: บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลข่าวสารเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำการลงทุน สินทรัพย์ดิจิทัลมีความผันผวนสูง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและประเมินความเสี่ยงด้วยตนเองก่อนตัดสินใจ

— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com